Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
จิตวิทยา

การเสพติดเซลฟี่ (Selfitis)

เซลฟี่บ่อยๆ โพสต์รูปลงโซเชียลวันละหลายรูป เสี่ยงเป็นซึมเศร้าได้เหมือนกัน! รู้จักและระวังการเสพติดเซลฟี่ (Selfitis) ก่อนจะสายเกินไป
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 25 ก.ย. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การเสพติดเซลฟี่ (Selfitis)

ในปัจจุบัน การถ่ายภาพใบหน้าของตนเองแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้รับความนิยมทั่วโลก จนเกิดเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายๆ คนไปแล้ว หากเซลฟี่เป็นครั้งคราวสำหรับเก็บไว้เป็นความทรงจำสำหรับภายภาคหน้าคงไม่ส่งผลเสียใดๆ แต่เซลฟี่บ่อยมากเกินไป ต้องโพสต์ลงโซเชียลมีเดียหลายครั้งต่อวัน นั่นอาจหมายถึงคุณอาจกำลังมีอาการเสพติดเซลฟี่ (Selfitis) ที่ถือว่าเป็นความผิดปกติทางจิตใจอย่างหนึ่ง

อาการที่บ่งบอกว่าอาจเป็น Selfitis แล้ว

อาการของการเสพติดเซลฟี่คือ ผู้ที่ถ่ายเซลฟี่มีความคาดหวังและความต้องการบางอย่างในการโพสต์ภาพผ่านโซเชียลมีเดียมากจนเกิดผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ หากว่าเป้าหมายนั้นไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เช่น มีคนกดไลก์ไม่เยอะอย่างที่คิด ทำให้รู้สึกวิตกกังวล หงุดหงิด หรือไม่พอใจ ฯลฯ ต้องคอยดูยอดไลก์หรือต้องอัปรูปใหม่เรื่อยๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

อาการ Selfitis อาจแบ่งเป็น 3 ระดับได้ ดังนี้ 

  1. ระดับมากกว่าปกติเล็กน้อย (Borderline) คือ ผู้ที่มีการเซลฟี่ภาพตนเองอย่างน้อยวันละ 3 ภาพ แต่ไม่ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย
  2. ระดับรุนแรง (Acute) คือ ผู้ที่มีการเซลฟี่ภาพตนเองอย่างน้อยวันละ 3 ภาพ และโพสต์ภาพเหล่านั้นลงในโซเชียลมีเดียทุกภาพ
  3. ระดับเรื้อรัง (Chronic) คือ ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองจากการถ่ายเซลฟี่ได้ มีพฤติกรรมถ่ายภาพเซลฟี่ตลอดเวลา และโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดียตั้งแต่ 6 ครั้งขึ้นไป 

ผลกระทบที่เกิดจาก Selfitis

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า หากเซลฟี่ภาพตัวเองโดยไม่คาดหวังจะไม่เป็นปัญหาใดๆ แต่ในกรณีที่คาดหวังผลตอบรับมักมีการแต่งเติมภาพด้วยแอปต่างๆ เพื่อสร้างความสวยงามก่อนเผยแพร่ภาพสู่โซเชียลมีเดีย และติดตามผลตอบรับต่างๆ อย่างใจจดใจจ่อ เช่น การแสดงความคิดเห็นในทางบวก ยอดกดถูกใจ ยอดแชร์ ซึ่งหากไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจดังนี้ 

  • ขาดความมั่นใจและความนับถือตัวเองในชีวิตจริง 
  • ขาดความเป็นผู้นำในครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคมรอบตัว
  • มีปัญหาด้านการพัฒนาตนเอง หรืออาจพัฒนาตนเองได้ช้า
  • สร้างนิสัยชอบจับผิดคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
  • อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าในที่สุด

สาเหตุที่นำไปสู่อาการ Selfitis

นักวิจัยได้แบ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการเสพติดเซลฟี่ออกมาเป็น 6 ข้อดังต่อไปนี้

  1. สิ่งแวดล้อม (Environmental enhancement) เมื่อไปยังสถานที่แปลกใหม่ ก็จะถ่ายเซลฟี่เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้คนเอง และโพสต์ลงโซเชียลมีเดียอย่างมีความคาดหวัง
  2. ถ่ายเซลฟี่เพื่อแข่งขันในสังคม (Social competition) หรือการถ่ายภาพเซลฟี่ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อต้องการผลตอบรับเป็นยอดกดถูกใจ
  3. เรียกร้องความสนใจ (Attention seeking) คือการถ่ายภาพเซลฟี่และโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น เช่น เซลฟี่ขณะที่ตนเองกำลังเศร้า หรือใช้คำบรรยายภาพเพื่อเรียกร้องความสนใจร่วมด้วย
  4. เซลฟี่เพื่อระบายอารมณ์ (Mood modification) ถ่ายเซลฟี่เพื่อให้ตนเองรู้สึกดีขึ้นหรือผ่อนคลายขึ้น
  5. เซลฟี่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง (Self confidence) การถ่ายเซลฟี่เพื่อให้รู้สึกภูมิใจในตัวเองมากยิ่งขึ้นจากเสียงตอบรับ
  6. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคม (Subjective conformity) การเซลฟี่ลงโซเชียลมีเดียเพื่อให้ได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ผู้ที่เสี่ยงจะมีอาการ Selfitis

สังเกตได้จากความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเองดังนี้

  • เซลฟี่และโพสต์ลงโซเชียลมีเดียโดยหวังผลตอบรับ จนต้องเช็กโทรศัพท์ตลอดเวลา
  • ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองบ่อย เพราะกลัวภาพลักษณ์ของตนเองจะดูไม่ดี 
  • ร้สึกเศร้า เสียใจ เมื่อผลตอบรับไม่ดีดังที่คิด อาจมีการถ่ายเซลฟี่ใหม่อีกครั้งเรื่อยๆ และเริ่มคาดหวังผลใหม่ 

เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์ 

อาการเสพติดเซลฟี่ อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเองเพราะมีโอกาสฆ่าตัวตายสูง ฉะนั้นควรหมั่นตรวจสอบตัวเองว่ามีอาการเช่นเดียวกับโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากว่ามีอาการโรคซึมเศร้าควรไปพบแพทย์โดยทันที (ตรวจสอบอาการโรคซึมเศร้า คลิก)

วิธีรักษาและป้องกันอาการ Selfitis 

เนื่องจากการเสพติดเซลฟี่เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต จึงมีทั้งวิธีการรักษารวมถึงป้องกันได้ด้วยตัวเองและพบแพทย์ดังต่อไปนี้ 

  1. ฝึกตนเองให้ยอมรับความต่าง เพราะหากไม่สามารถยอมรับความต่างได้ อาจนำไปสู่ความคิดชอบเปรียบเทียบไปโดยปริยาย เมื่อเห็นภาพ กิจกรรม ฐานะของคนอื่นในโซเชียลมีเดียก็อาจเปรียบเทียบกับตนเองจนเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ 
  2. ให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัวเป็นหลัก ไม่เอาความสนใจไปไว้กับสังคมภายนอกมากจนเกินไป รวมทั้งหากมีบุตรหลานหรือเยาวชน ควรเลี้ยงดูพวกเขาด้วยความรักความอบอุ่น เพื่อให้บุตรหลานเป็นคนใส่ใจกับผู้คนใกล้ตัวเป็นหลัก ที่สำคัญผู้ใหญ่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ด้วย 
  3. ฝึกควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียของตนเอง ให้ใช้อย่างมีสติ ไม่ให้ความสำคัญมากจนเกินไป และไม่ใช้มากจนเกินไป
  4. เข้าสังคมในชีวิตจริงให้บ่อยขึ้น เพื่ออยู่กับความเป็นจริงเป็นหลัก และไม่ใส่ใจกับโซเชียลมีเดียมากจนเกินไป  รวมทั้งสอนบุตรหลานถึงวิธีการเข้าสังคม การทักทาย การพูดคุย 
  5. หางานอดิเรกทำแทนการเล่นโซเชียลมีเดีย หากว่าเวลาว่างของคุณเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าโซเชียลมีเดีย ลองหางานอดิเรกในชีวิตจริง เพื่อไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบกับสังคมในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา อาจเป็นการอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ เล่นดนตรี วาดภาพ ออกกำลังกาย
  6. พบจิตแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาหากไม่สามารถหยุดพฤติกรรมเซลฟี่ได้ 

3 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
กรมสุขภาพจิต, Selfitis: คลั่งไคล้เซลฟี่, (https://www.dmh.go.th/sty_lib/news/articles/view.asp?id=1240), 7 พฤศจิกายน 2561.
กรมสุขภาพจิต, โพสต์ภาพเซลฟี่สวยด้วยแอพ เสี่ยงเป็นคนขาดความมั่นใจบนโลกความจริง, (https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28211), 17 กันยายน 2561.
Mark D. Griffiths Ph.D., Obsessive Selfie-Taking, (https://www.psychologytoday.com/us/blog/in-excess/201801/obsessive-selfie-taking), 12 มกราคม 2561.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร
อะไรคือภาวะผิดปกติทางอารมณ์จากการใช้สาร

เมื่อแอลกอฮอล์ สารเสพติดและยาทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิม

ดูในแอป