Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การรักษา

การดูแลตนเองเมื่อใส่เฝือก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,334,962 คน

การดูแลตนเองเมื่อใส่เฝือก

การใส่เฝือกคือวิธีการรักษากระดูกหักที่สำคัญ เฝือกจะคงตำแหน่งกระดูกหักให้อยู่กับที่ กระดูกที่สร้างใหม่จะได้ติดเร็วขึ้นและติดในตำแหน่งที่ถูกต้อง นอกจากนั้นเฝือกยังช่วยป้องกันไม่ให้กระดูกเคลื่อนหรือหักซ้ำ ป้องกันการกระแทกและการเคลื่อนที่ของกระดูกหัก จึงช่วยลดอาการปวด และเมื่อกระดูกอยู่กับที่ เนื้อเยื่อต่างๆ ลดการเสียดสี จึงลดโอกาสบวมด้วย

เฝือกในที่นี้หมายถึง ทั้งเฝือกปูนมาตรฐาน (cast) และเฝือกดาม (splint) โดยเฝือกปูนคือ เฝือกที่หุ้มโดยรอบเนื้อเยื่อหรือกระดูกที่หัก จึงยึดกระดูกหักคงที่ได้ดี ในขณะที่เฝือกดามคือ เฝือกด้านเดียว (ประมาณครึ่งหนึ่งของเฝือกปูน) และพันรอบด้วยผ้า ดังนั้นจึงคงกระดูกให้อยู่กับที่ได้น้อยกว่าเฝือกปูนและถอดออกได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ข้อบ่งชี้จะเลือกว่าใช้เฝือกปูนหรือเฝือกดามขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

เฝือกอาจทำจากปูนปลาสเตอร์หรือไฟเบอร์กลาส ถ้าเป็นปูนปลาสเตอร์จะมีราคาถูกกว่า หนักกว่า ระบายอากาศได้น้อยกว่า และเปียกน้ำได้ง่ายกว่า ส่วนไฟเบอร์กลาสจะมีราคาแพงกว่า แต่น้ำหนักเบากว่า คงทนกว่า และดูดซึมน้ำได้น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ด้านในสัมผัสกับผิวหนังของเฝือกทั้งแบบปูนปลาสเตอร์และไฟเบอร์กลาสจะเป็นผ้าฝ้ายเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเปียกน้ำจะก่อความรำคาญ ก่ออาการคัน และเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนัง แผล (เมื่อกระดูกหักร่วมกับมีแผล) ระยะเวลาในการใส่เฝือกทั้งสองชนิดขึ้นกับอาการบวมว่ามากหรือน้อยชนิดของกระดูกหัก การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด การกินอาหารที่เพิ่มการสร้างมวลกระดูก (อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อวิธีการดูแลกระดูกให้แข็งแรง) การเกิดกระดูกใหม่ ตรวจได้จากภาพเอกซเรย์ และดุลยพินิจของแพทย์

การดูแลตนเองและการพบแพทย์

  • ดูแลเฝือกให้แห้งเสมอ เพราะหากน้ำซึมเข้าเฝือกจะส่งผลให้เกิดอาการดังที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่ควรอาบน้ำในอ่างอาบน้ำหรือใช้ฝักบัว ควรใช้ขันตักราด โดยใช้แผ่นพลาสติกคลุมอาหารพับปิดเฝือกให้แน่น ป้องกันน้ำเข้าในช่วงอาบน้ำ แต่เมื่อภายในเฝือกเปียกน้ำ อาจลองเป่าด้วยเครื่องเป่าผมโดยใช้ความร้อนต่ำมากๆ หรือใช้เพียงลมเป่าให้แห้ง
  • พยายามยกส่วนที่ใส่เฝือกให้สูง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
  • กระดิกนิ้วมือ นิ้วเท้าเสมอ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวและการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวมและอาการชาเนื่องจากเฝือกกด
  • เมื่อรู้สึกปวด อาจวางถุงน้ำแข็งบนเฝือกส่วนที่ปวดได้นานครั้งละประมาณ 10-15 นาที (ระวังอย่าให้เฝือกเปียก ใช้วิธีการเดียวกับการอาบน้ำ)
  • เมื่อรู้สึกคัน ไม่ควรแหย่สิ่งใดๆ เข้าไปในเฝือกเพื่อเกา เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เฝือกฉีกขาด อาจเสียการพยุงกระดูกให้อยู่กับที่อาจเป็นสาเหตุให้ผิวหนังติดเชื้อได้จากแผลเกา ลองใช้การเป่าลมเย็นอาจช่วยได้ หรือกินยาแก้คัน (ปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรก่อนซื้อยา)
  • รักษาความสะอาด และระมัดระวังไม่ให้เศษผง ฝุ่น ทราย และอื่นๆ หล่นเข้าไปอยู่ในเฝือก
  • อย่าใส่หรือสอดสิ่งของเข้าไปในเฝือก
  • ระมัดระวังไม่ให้เฝือกแตกหรือฉีก อย่าฉีกเฝือกเองเมื่อรู้สึกว่าเฝือกแน่นเกินไป แต่ควรรีบพบแพทย์
  • เมื่อขอบเฝือกฉีกขาด ไม่ควรตัดขอบเฝือกเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • การป้องกันกลิ่นจากเฝือกคือ รักษาเฝือกให้แห้งอยู่เสมอ แต่เมื่อเฝือกเริ่มมีกลิ่น อาจเช็ดทำความสะอาดด้วยผงฟู แต่ถ้ายังมีกลิ่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ อาจต้องเปลี่ยนเฝือก
  • เมื่อใส่เฝือกแขน การห้องแขนด้วยผ้าจะช่วยพยุงน้ำหนักเฝือกได้ดี
  • เมื่อใส่เฝือกขา ไม่ควรเดินโดยใช้เฝือก เพราะเฝือกอาจฉีก แตกเสียหายได้ ควรสวมรองเท้าเสมอ (ขอคำแนะนำจากแพทย์ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัด เรื่องการใส่รองเท้าและชนิดของรองเท้า)
  • ไม่ควรใช้แขนหรือขาด้านใส่เฝือกจนกว่าแพทย์จะอนุญาต (การต้องฝึกใช้เครื่องพยุงช่วยในการเดิน) และหลังจากนั้นควรใช้แขนหรือขาด้านใส่เฝือกตามที่แพทย์ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำอย่างเคร่งครัด
  • ออกกำลังกายด้วยประเภทกีฬาตามที่แพทย์ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัดแนะนำ
  • ตรวจสภาพเฝือกด้วยตนเองทุกวัน หากเฝือกฉีกขาด ชำรุด หรือ หลวม ควรรีบพบแพทย์ก่อนนัด
  • ตรวจสุขภาพมือ เท้า นิ้ว ด้านใส่เฝือกทุกสัน รีบพบแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ เช่น เขียวคล้ำ หรือชา

การพบแพทย์ด่วน

ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน (ภายใน 24 ชั่วโมง) เมื่อ

  • รู้สึกเฝือกแน่นมากจนเจ็บหรือปวด
  • นิ้วมือหรือนิ้วเท้าในส่วนในเฝือกกระดิกหรือขยับไม่ได้
  • ปวดส่วนที่ใส่เฝือกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไม่ดีขึ้นหลังกินยาบรรเทาปวดหรือวางน้ำแข็ง
  • ส่วนที่ใส่เฝือก เหนือเฝือก ใต้เฝือก หรือมือ/เท้าส่วนที่ใส่เฝือกบวมมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ผิวในส่วนที่ใส่เฝือกเย็นผิดปกติหรือมีสีเขียวคล้ำ
  • ชาหรือรู้สึกเจ็บแปลบในส่วนที่ใส่เฝือกตลอดเวลา
  • เฝือกมีกลิ่นเหม็นเน่า หรือมีกลิ่นออกมาจากภายในเฝือก หรือมีเลือด หรือมีหนอง (เป็นอาการของการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง)
  • เมื่อของเฝือกแข็ง แหลมคม หรือบาดผัวหนัง
  • เมื่อเฝือกหลวมหรือฉีกขาดจนพยุงกระดูกไม่อยู่
  • เมื่อมีไข้

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป