ความรู้สุขภาพ

โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis)

โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม Seborrheic Dermatitis เป็นอาการอักเสบเรื้อรัง เป็นผื่นและมีการหลุดลอกของผิวหนังชั้นนอกในบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่มาก ซึ่งได้แก่หนังศีรษะ ใบหน้าและช่วงบนของลำตัว

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดของสาเหตุการเกิดโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม แต่มีทฤษฎีได้พยายามอธิบายสาเหตุการเกิดโรคว่าเกิดจากเชื้อรา Pityrosporum ovale หรือ Malassezia furfur นอกจากนี้ความเครียด อากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือสาเหตุทางกรรมพันธุ์อาจทำให้อาการของโรคแย่ลงได้ พบว่าอาการของโรคมักแย่ลงในช่วงฤดูหนาว

การรักษาโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม

วิธีการรักษาโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์มนั้นขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดโรค อาการร่วมและความรุนแรงของโรค หากมีอาการของโรคที่หนังศีรษะร่วมกับการเกิดรังแคมักจะให้มีการใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ zinc pyrithione tar selenium sulfide หรือ salicylic acid หากหนังศีรษะในบริเวณที่เกิดอาการมีลักษณะหนามากอาจมีการแนะนำให้คนไข้ใช้ mineral oil ทาข้ามคืนและสระออกด้วยแชมพูในตอนเช้า หากมีอาการของโรคที่บริเวณหนังศีรษะ ร่วมกับบริเวณลำตัวและใบหน้า อาจมีการแนะนำให้คนไข้รักษาความสะอาดให้ดีและมีการใช้ hydrocortisone ร่วมด้วย

ยาในกลุ่ม Selenium sulfide

Selenium sulfide มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลส์บริเวณผิวหนังชั้น epidermis และ follicular epithelium ดังนั้นจึงทำให้เซลส์ผิวหนังชั้น corneocyte มีการผลิตลดลงซึ่งจะทำให้มีการลอกของผิวหนังลดลงตามไปด้วย ข้อบ่งใช้คือ ใช้ในการรักษาโรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์มรวมถึงรังแค โรคเกลื้อน โรคสะเก็ดเงิน โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ไขบนหนังศีรษะ อาการคันบนผิวมันอื่นๆและสภาวะผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกทั้งตามลำตัวและบนหนังศีรษะ

ขนาดใช้ คือ นวดแชมพูยาปริมาณ 5 – 10 มล. ลงบนหนังศีรษะที่เปียก ปล่อยยาให้ซึมลงหนังศีรษะเป็นระยะเวลา 2 – 3 นาทีแล้วล้างออก ใช้แชมพูยาซ้ำอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงล้างออกและล้างมือให้สะอาดหลังใช้ แนะนำให้ใช้แชมพูยา 2 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์เพื่อการควบคุมอาการของโรคที่ดี แล้วจึงค่อยๆลดจำนวนครั้งลงจากครั้งละสัปดาห์ เป็นสองสัปดาห์หนึ่งครั้ง สามสัปดาห์หนึ่งครั้งหรือสี่สัปดาห์หนึ่งครั้งในบางกรณี ห้ามใช้แชมพูยามากกว่าจำนวนครั้งที่กำหนด

ข้อควรระวัง คนไข้ต้องทำความเข้าใจถึงอาการของโรคที่มีสภาวะเรื้อรังว่าเป้าหมายของการใช้ยาคือการควบคุมอาการของโรคมากกว่าการรักษาให้หายขาด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรใช้ยาในบริเวณที่มีการอักเสบ เป็นแผลเปิดหรือติดเชื้อและหากมีการระคายเคืองหรืออาการของโรคแย่ลงให้หยุดใช้ทันที

ยาในกลุ่ม Ketoconazole

Ketoconazole 2% เป็นแชมพูยาที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีส้มแดง ใช้สำหรับภายนอก มีฤทธิ์เป็นสารต้านเชื้อราหลายชนิดยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราในกลุ่ม dermatophytes และยีสต์โดยการเปลี่ยนแปลงการซึมผ่านของ cell membrane ข้อบ่งใช้ Ketoconazole 2% ใช้ในการรักษาโรคเกลื้อน ที่เกิดจากหรือคาดว่าจะเกิดจาก Pityrosporum orbiculare หรือที่รู้จักกันในชื่อ Malassezia furfur

ขนาดใช้ ให้นวดแชมพูบริเวณผิวที่เปียกหมาดๆ หรือบริเวณที่มีอาการโดยรอบและทิ้งไว้ 5 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด การใช้แชมพูยา Ketoconazole 2% หนึ่งครั้งก็เพียงพอแล้วต่อการควบคุมอาการของโรค

ข้อควรระวังแชมพูยา Ketoconazole 2% อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุตาได้จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณดังกล่าว จากการรายงานพบว่าแชมพูยาอาจทำให้ผมเกิดการเปลี่ยนสีและมีสภาพพื้นผิวเส้นผมที่เปลี่ยนไปได้ คนไข้ที่มีอาการแพ้เช่น อาการผื่นคัน ผิวมีปฏิกริยาต่อแชมพูยา มีอาการบวมอย่างรุนแรง มีอาการลมพิษหรือหายใจไม่ออกควรหยุดใช้แชมพูยาและติดต่อแพทย์ทันที

ยาในกลุ่ม Corticosteroids

กลไกการทำงานของยาในกลุ่ม corticosteroids คือการลดการอักเสบที่ไม่เฉพาะเจาะจง เมื่อมีการใช้  corticosteroids ในบริเวณที่มีการอักเสบ ตัวจะไปขัดขวางการเคลื่อนย้ายของ macrophages และ leukocytes สู่บริเวณดังกล่าวทำให้มีการลดลงของอาการบวม ผื่นแดงและคัน ข้อบ่งใช้ corticosteroids ใช้สำหรับการลดการอักเสบ แดง และคันชั่วคราว หรือการมีอาการคันร่วมกับการระคายเคือง ติดเชื้อ และมีผื่นอันเป็นสาเหตุมาจากโรคเกลื้อน อาการแมลงกัด พิษจากต้นไม้ พิษจากสบู่ น้ำยาทำความสะอาด เครื่องสำอาง โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม โรคสะเก็ดเงิน และอาการคันบริเวณอวัยวะเพศและรูทวาร

ขนาดใช้โดยทั่วไปให้ใช้เท่าที่จำเป็น 2 – 4 ครั้งต่อวัน ในการใช้ระยะสั้นอาจแนะนำให้ใช้ 3 – 4 วันติดต่อกันต่อสัปดาห์หรือใช้ 1 วันต่อสัปดาห์ในปริมาณที่มากตามแพทย์สั่ง เพื่อให้เกิดผลสูงสุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและแนะนำหากใช้ในเด็กควรใช้ในปริมาณต่ำในบริเวณกว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ตอบสนองต่อยาได้ง่าย เช่น ใบหน้า หรือข้อพับต่างๆ

ข้อควรระวัง ยังไม่มีการศึกษาถึงการใช้ corticosteroids ในสตรีตั้งครรภ์จึงควรใช้ต่อเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น ห้ามใช้ corticosteroids ในบริเวณที่มีการติดเชื้อเนื่องจากอาจทำให้อาการติดเชื้อรุนแรงขึ้นได้ ยา corticosteroids เป็นยาใช้สำหรับภายนอกเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการสูดดม การรับประทานหรือสัมผัสกับตา เปลือกตาและเยื่อเมือกของร่างกาย

การใช้ยาในกลุ่มอื่นๆ

นอกจากการรักษาด้วยยาข้างต้น ยังมีการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆอีก เช่น การใช้ แชมพูที่มีส่วนประกอบของ tar หรือ ciclopirox 1% รวมถึงการใช้สารสกัดจาก tea tree oil

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่