สุขภาพจิต

โรคจิตเภท คืออะไร ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคจิตเภท คืออะไร ?

โรคจิตเภท คือ กลุ่มอาการของโรคจิตที่มีความผิดปกติของความคิด โดยอาการของโรคแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1. ระยะเริ่มมีอาการ  

มักมีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป และ อาจมีอาการนานเป็นเดือนหรือเป็นปี โดยจะเริ่มมีปัญหาเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือด้านสัมพันธภาพ มักเก็บตัวมากขึ้น หมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่าง มีความคิด คำพูดแปลกๆ  ไม่สนใจดูแลความสะอาดของเสื้อผ้า ร่างกาย 

2. ระยะอาการกำเริบ

ส่วนใหญ่อาการมักกำเริบเมื่อผู้ป่วยเผชิญกับความกดดันทางจิตใจ ดื่มสุราหรือใช้สารเสพติด แต่ในบางรายอาการสามารถกำเริบได้เอง ในระยะนี้จะเห็นความผิดปกติของอาการได้ชัดเจน ได้แก่

  • อาการหลงผิด มักหลงผิดว่าเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวล้วนแต่เกี่ยวโยงกับตนเอง  หลงผิดว่าตนเองเป็นเทพ หรือมีอำนาจบางอย่างมาบังคับให้ตนเองต้องทำตามอย่างฝืนไม่ได้ , หวาดระแวงว่าตนเองถูกกลั่นแกล้ง มีคนปองร้าย
  • อาการประสาทหลอน  คือจะรับรู้ทั้งๆ ที่ไม่มีสิ่งกระตุ้นทั้งทางรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส อาการประสาทหลอนที่พบบ่อย คือ เสียงแว่ว มักเป็นเสียงคนพูดกันเป็นเรื่องราวหรือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิตัวผู้ป่วย, เห็นภาพหลอนอาจเห็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ เห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง, ประสาทหลอนทางจมูกและปาก เช่น ได้กลิ่นแปลกๆ หรือลิ้นรับรู้รสแปลกๆ, ประสาทหลอนทางผิวหนัง เช่น รู้สึกว่ามีแมลงไต่ตามตัว ยุบยิบๆ
  • อาการด้านความคิด  ผู้ป่วยมักมีความคิดในลักษณะที่มีเหตุผลแปลกๆ ไม่เหมาะสม ตนเองเข้าใจคนเดียว พูดจาไม่ต่อเนื่อง  ตอบไม่ตรงคำถาม  มีการวางคำในตัวประโยคสับสนจนฟังไม่เข้าใจ
  • อาการด้านพฤติกรรม ได้แก่ เก็บตัว ไม่อาบน้ำ  ผมเผ้ารุงรัง กลางคืนไม่นอน ชอบเดินไป-มา  ตะโกนโวยวาย หัวเราะหรือยิ้มกริ่มทั้งวัน แต่งเนื้อแต่งตัวแปลกๆ  หงุดหงิดฉุนเฉียว ก้าวร้าว

3. ระยะอาการหลงเหลือ

เมื่อได้รักษาอาการหลงผิดหรือประสาทหลอนก็จะทุเลาลง หรืออาจเป็นนานๆ ครั้ง พูดจาฟังรู้เรื่องมากขึ้น แต่ยังมีความคิดแปลกๆ และอาจมีอาการด้านลบ เช่น อารมณ์เฉยเมย ไม่กระตือรือร้น เฉื่อยชา จิตใจเหม่อลอย

การวินิจฉัยโรคจิตเภท

ต้องอาศัยข้อมูลจากการซักถามประวัติ  เช่น ความเจ็บป่วยทางจิตในญาติๆ ประวัติส่วนตัว  การเลี้ยงดู  ลักษณะอุปนิสัย การปรับตัว  และพิจารณาอาการของผู้ป่วย คือ ต้องมีอาการในระยะอาการกำเริบตั้งแต่ 2 อาการขึ้นไปนาน 1 เดือน  และมีอาการทั้ง 3 ระยะเป็นต่อเนื่องกันนาน 6 เดือนขึ้นไป

สาเหตุของโรคจิตเภท

  • กรรมพันธุ์
  • ความผิดปกติภายในสมอง เช่น  สารเคมีในสมองอย่างโดปามีน(dopamine) มีการทำงานมากเกินไป ,การมีช่องในสมองโตกว่าปกติ ,สมองเสียหายจากสารเสพติด อุบัติเหตุ หรือจากการติดเชื้อ
  • ปัจจัยการเลี้ยงดู บุคลิกภาพ แรงกดดันจากสิ่งรอบตัว

การรักษาโรคจิตเภท 

การรักษาโรคจิตเภทมีเป้าหมายของการรักษา 3  ประการ คือ

  • รักษาอาการให้หายหรือบรรเทาลง โดยทำการรักษาด้วยยาต้านโรคจิต, การฟื้นฟูสภาพจิตใจ,  การทำจิตบำบัด, ครอบครัวบำบัด, การช็อคไฟฟ้า                                                                        
  • ป้องกันไม่ให้เป็นซ้ำ โดยการให้ทานยาอย่างต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้อาการกำเริบ วิธีการสังเกตอาการก่อนที่จะมีอาการกำเริบใหม่เพื่อปรับการรักษา
  • การฟื้นฟูสมรรถภาพ เป็นการทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น การฝึกทักษะการใช้ชีวิตในสังคม การทำกิจวัตรประจำวัน ทักษะในการประกอบอาชีพ ทักษะในการสื่อสาร

คำถามที่ผู้ป่วยและญาติมักกังวลเกี่ยวกับโรคจิตเภท

Q: โรคจิตเภทสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
A: การรักษาโรคจิตเภท ผู้ป่วยต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง ตามแพทย์สั่ง ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายปี โดยยาจะช่วยควบคุมอาการและทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลับเข้าสู่สังคมได้ ดูแลตนเองและทำงานได้  หากขาดยาอาจทำให้โรคกำเริบซ้ำได้ และบางรายไม่ขาดยาก็มีอาการกำเริบซ้ำได้เช่นกัน

Q: จะต้องทานยาไปนานเท่าไร
A: ระยะเวลาในการรักษานั้น ในผู้ที่เป็นครั้งแรกหลังจากรักษาอาการดีขึ้นแล้วควรกินทานยาต่อไปอีกประมาณ 1 ปี หากผู้ป่วยมีอาการกำเริบครั้งที่สองควรทานยาต่อเนื่องไประยะยาว เช่น 5 ปี หากเป็นบ่อยกว่านี้อาจต้องทานยาต่อเนื่องไปตลอด

Q: ทำอย่างไรเมื่อผู้ป่วยไม่ยอมทานยา
A: ผู้ป่วยน้อยรายที่จะยอมรับว่าตนเองป่วย จึงมักจะไม่ทานยาทำให้อาการกำเริบซ้ำบ่อยๆ จนยากที่จะรักษาให้อาการดีขึ้น   ดังนั้นญาติจะต้องเป็นผู้ดูแลเรื่องการจัดยาให้ผู้ป่วยทานอย่างสม่ำเสมอ อาจบอกผู้ป่วยว่าเป็นยาบำรุงต้องทานต่อเนื่องทุกวัน หรือปรึกษาแพทย์ปรับเป็นยาน้ำที่สามารถละลายในน้ำดื่มหรือผสมในอาหารได้

Q: นอกจากเรื่องยา ญาติต้องช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไรบ้าง
A: ญาติต้องช่วยเหลือผู้ป่วย ดังนี้

  • ยอมรับ เข้าใจ ไม่ซ้ำเติม
  • คอยกระตุ้นให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ซักผ้า
  • ให้ช่วยทำงานบ้านง่ายๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ ถูบ้าน ล้างชาม
  • สนับสนุนให้ประกอบอาชีพเดิมที่เคยทำอยู่ตามความสามารถของผู้ป่วย เช่น ค้าขาย ทำสวน  หรือให้ประกอบอาชีพใหม่ใกล้บ้านตามความถนัด
  • หมั่นสังเกตพฤติกรรมผิดปกติเมื่อผู้ป่วยมีอาการกำเริบ ญาติต้องพาไปพบแพทย์
  • พึงระวังพฤติกรรมการฆ่าตัวตายในผู้ป่วยจิตเภท ด้วยการสังเกตพฤติกรรมเสี่ยง การจัดเก็บอุปกรณ์ที่อาจเป็นเครื่องมือให้ผู้ป่วยฆ่าตัวตาย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่