Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพเด็ก

ไข้อีดำอีแดง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,440,717 คน

ไข้อีดำอีแดง

ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) เป็นภาวะเจ็บป่วยจากเชื้อแบคทีเรียที่มักเกิดกับเด็ก โดยภาวะนี้จะทำให้เกิดผื่นสีชมพูแดงที่มีลักษณะเฉพาะตัวตามร่างกาย

ภาวะนี้เกิดมาจากแบคทีเรีย Streptococcus pyogenes หรือที่เรียกว่า streptococcus กลุ่ม A ที่พบได้บนผิวหนังและในคอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

โดยทั่วไป โรคไข้อีดำอีแดงเป็นโรคที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักแม้ว่าเมื่อหลายปีที่แล้วจะมีรายงานการระบาดของโรคนี้อยู่ก็ตาม ส่วนสาเหตุการพบโรคนี้จากรายงานก็ไม่เป็นที่แน่ชัด

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจถึงสัญญาณและอาการของโรคไข้อีดำอีแดงเพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตั้งแต่ระยะแรก ๆ

อาการของไข้อีดำอีแดง

อาการของไข้อีดำอีแดงมักจะปรากฏออกมาหลังจากติดเชื้อสองถึงห้าวัน มักจะปรากฏหลังการติดเชื้อสองถึงห้าวัน โดยมีช่วงฟักตัวของโรค (ระยะเวลาระหว่างที่เริ่มติดเชื้อไปจนถึงเริ่มมีอาการ) สั้นมาก ๆ หรือเพียงหนึ่งถึงเจ็ดวันเท่านั้น

ไข้อีดำอีแดงมักจะทำให้เกิดอาการเจ็บคอหรือการติดเชื้อที่ผิวหนังอย่างโรคพุพองเนื่องจากการสัมผัสกับแบคทีเรีย streptococcus

อาการแรกเริ่มของโรคมีทั้งเจ็บคอ ปวดศีรษะ และมีไข้สูง (38.3 องศาเซลเซียสขึ้นไป) แก้มแดง และลิ้นบวม

หลังจากมีอาการเหล่านี้หนึ่งหรือสองวันจะปรากฏผื่นสีชมพูออกมา และมักจะปรากฏบนหน้าอกและหน้าท้องก่อนที่จะลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย อย่างเช่นบนใบหูและลำคอ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

เมื่อสัมผัสผื่นที่เกิดขึ้นจะมีความรู้สึกเหมือนกระดาษทรายและมีอาการคัน บนผิวหนังที่มีสีเข้มอาจจะมองเห็นผื่นได้ยาก แต่ความหยาบของผื่นมักจะเหมือนกัน

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

ไข้อีดำอีแดงมักจะหายไปเองภายในเวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ แต่หากคุณคาดว่าตนเองหรือลูกของคุณป่วยเป็นโรคนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสมจะดีที่สุด

แพทย์จะสามารถวินิจฉัยโรคไข้อีดำอีแดงได้จากการตรวจสอบผื่นบนผิวหนังและสอบถามอาการต่าง ๆ ที่คนไข้ประสบ อาจมีการนำตัวอย่างน้ำลายจากหลังคอไปตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานก็ได้

ยังไม่มีหลักฐานว่าการป่วยเป็นไข้อีดำอีแดงระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เด็กทารกในครรภ์มีความเสี่ยง แต่หากคุณป่วยเป็นไข้อีดำอีแดงระหว่างท้องแก่มาก ๆ ก็ควรแจ้งแพทย์และผู้ผดุงครรภ์ที่ดูแลคุณทันที

ไข้อีดำอีแดงแพร่กระจายได้อย่างไร?

ไข้อีดำอีแดงเป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่ได้จาก: การหายใจนำละอองสารคัดหลั่งจากการจามหรือไอของผู้ติดเชื้อในอากาศเข้าไป การสัมผัสผิวหนังของผู้ที่ติดเชื้อ streptococcal บนผิวหนัง อย่างเช่นผู้ป่วยโรคพุพอง การใช้ผ้าเช็ดตัว อ่างอาบน้ำ เสื้อผ้า หรือผ้าปูเตียงที่ปนเปื้อนเชื้อ

โรคนี้ยังสามารถติดได้จากพาหะหรือผู้ที่มีแบคทีเรียในลำคอหรือบนผิวหนังแต่ไม่แสดงอาการเช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

ใครสามารถได้รับผลกระทบจากโรคไข้อีดำอีแดงบ้าง?

กรณีส่วนมาก (ประมาณ 80%) ผู้ป่วยไข้อีดำอีแดงจะเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี (มักจะเป็นช่วงอายุสองถึงแปดปี) กระนั้นโรคนี้ก็สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้

เนื่องจากโรคนี้ติดต่อได้ง่ายมากทำให้ไข้อีดำอีแดงมักจะเกิดกับผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการเจ็บคอหรือผู้ติดเชื้อ  streptococcus ที่ผิวหนัง การระบาดจึงมักจะเกิดขึ้นกับสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนที่ซึ่งเด็ก ๆ จะอยู่ใกล้ชิดกันมาก

อาการของโรคไข้อีดำอีแดงจะแสดงออกมากับผู้ที่อ่อนไหวต่อสารพิษที่ streptococcus ผลิตออกมา ซึ่งเด็กที่อายุมากกว่า 10 ปีส่วนมากจะมีภูมิต้านทานต่อพิษตัวนี้

ผู้ป่วยสามารถติดเชื้อไข้อีดำอีแดงได้มากกว่าหนึ่งครั้ง กระนั้นการติดเชื้อซ้ำก็นับว่าหายากมาก ๆ

การรักษาไข้อีดำอีแดง

ไข้อีดำอีแดงเคยเป็นโรคร้ายแรงมาก่อน แต่ ณ ปัจจุบันผู้ป่วยส่วนมากมักจะมีอาการไม่รุนแรง และสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยสำหรับเด็กมักจะใช้ยาปฏิชีวนะเหลวอย่างเพนิซิลินหรืออะโมสิซิลิน ซึ่งต้องใช้ต่อเนื่อง 10 วัน แม้ว่าผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถฟื้นตัวหลังจากใช้ยาประมาณสี่ถึงห้าวันก็ตาม

สิ่งสำคัญคือการตระหนักว่าลูกของคุณยังแพร่เชื้อได้อยู่แม้จะได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะไปแล้ว 24 ชั่วโมง ดังนั้นพวกเขาจึงควรหยุดเรียนหรือไม่ไปสถานรับเลี้ยงระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว

หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ลูกของคุณจะสามารถแพร่เชื้อได้นาน 1-2 สัปดาห์หลังจากปรากฏอาการ

ผู้ป่วยโรคไข้อีดำอีแดงส่วนมากจะหายจากโรคได้เองแม้จะไม่ได้รับการรักษาประมาณหนึ่งสัปดาห์ กระนั้นแพทย์ก็แนะนำให้คุณไปรับการรักษาจะดีที่สุด

การรักษาต่าง ๆ จะสามารถลดระยะเวลาที่คุณแพร่เชื้อได้ลง เร่งกระบวนการฟื้นตัวขึ้น และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ จากโรคนี้ลง

เมื่อได้รับการรักษา ผู้ป่วยส่วนมากจะฟื้นตัวดีภายในสี่ถึงห้าวัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปรกติได้หลังจากเริ่มการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะไปแล้ว 24 ชั่วโมง แต่หากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะแพร่เชื้อได้หนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังจากเริ่มมีอาการ

ยาปฏิชีวนะ

การรักษาไข้อีดำอีแดงมักจะเป็นการใช้คอร์สยาปฏิชีวนะนาน 10 วัน ซึ่งมักจะเป็นยาเพนิซิลิน หรืออะโมสิซิลิน (ยาน้ำสำหรับเด็กเล็ก)

สำหรับผู้ที่แพ้เพนิซิลินจะมีการใช้ยาปฏิชีวนะตัวอื่นอย่างอีไรโทรไมซินแทน

ไข้มักจะดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มใช้ยาปฏิชีวนะ และอาการอื่น ๆ จะหายไปภายในเวลาไม่กี่วัน สิ่งสำคัญคือการใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องตามกำหนดเพื่อให้กำจัดการติดเชื้อตกค้างทั้งหมด

ให้ลูกหยุดเรียนหรืองดพาไปสถานรับเลี้ยงไปเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังใช้ยาปฏิชีวนะ สำหรับผู้ใหญ่ก็ควรลางานไปอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังเริ่มการรักษาเช่นกัน

ภาวะแทรกซ้อนจากไข้อีดำอีแดง

เมื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ปัญหาที่จะตามมามักจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามภาวะนี้ก็มีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะแพร่เชื้อไปยังส่วนอื่นของร่างกายและทำให้เกิดการติดเชื้อที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ อย่างเช่นการติดเชื้อในหู ไซนัสอักเสบ หรือปอดบวม

รายการภาวะแทรกซ้อนเสี่ยงจากโรคไข้อีดำอีแดงระยะแรกมีดังนี้:

  • การติดเชื้อที่หู
  • แผลในลำคอ
  • ไซนัสอักเสบ
  • ปอดบวม

ภาวะแทรกซ้อนหายากที่สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างระยะหลังมีดังนี้:

  • ไข้รูมาติก ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามข้อ ปวดหน้าอก และหายใจลำบาก
  • ไตอักเสบ (ความเสียหายที่ตัวกรองขนาดเล็กภายในไต)
  • ตับเสียหาย
  • กระดูกอักเสบติดเชื้อ
  • ภาวะโลหิตเป็นพิษ
  • โรคเนื้อเน่า (แบคทีเรียกินเนื้อ)
  • กลุ่มอาการช็อคพิษ

คุณอาจประสบกับภาวะแทรกซ้อนหายากเหล่านี้ได้หากคุณมีสุขภาพไม่ดี มีอาการเจ็บปวดหรือปวดศีรษะรุนแรง หรือมีการอาเจียนหรือท้องร่วง

ให้พบแพทย์ทันทีที่คุณเริ่มมีอาการดังกล่าวในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังจากการติดเชื้อไข้อีดำอีแดงหายไป

การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไข้อีดำอีแดง

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้อีดำอีแดง หากลูกของคุณป่วยเป็นไข้อีดำอีแดง ให้พวกเขาลาเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังเริ่มการรักษาด้วยปฏิชีวนะ ผู้ใหญ่ที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็ควรหยุดงานเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังเริ่มการรักษาเช่นกัน

แพทย์ผู้ดูแล โรงเรียน และสถานรับเลี้ยงควรเข้าใจถึงระดับการระบาดของไข้อีดำอีแดงและแจ้งหน่วยงานสาธารณสุขเพื่อเตรียมการหากมีการพบผู้ป่วยโรคนี้มากกว่าหนึ่งคน

ผู้ใหญ่และเด็กควรปิดปากและจมูกในขณะที่จามหรือไอด้วยกระดาษชำระ และล้างมือด้วยสบู่กับน้ำหลังจากกำจัดกระดาษชำระที่ใช้แล้วทุกครั้ง

เลี่ยงการใช้ช้อนส้อม ถ้วยชาม แก้วน้ำ เสื้อผ้า อ่างน้ำ ผ้าปูเตียง หรือผ้าเช็ดตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

อาการของไข้อีดำอีแดง

ผื่น

จุดแดงเป็นสัญญาณแรกก่อนที่ผื่นจะปรากฏออกมา ซึ่งจุดเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเป็นผื่นสีชมพูแดงที่มีสัมผัสคล้ายกระดาษทรายและดูคล้ายกับโดนแดดเผา อีกทั้งยังมีอาการคันมาก

ผื่นมักจะปรากฏออกมาบนหน้าอกและหน้าท้องก่อนเริ่มลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย อย่างเช่นใบหู ลำคอ ข้อศอก ต้นขา และขาหนีบ

ผื่นมักจะไม่ลามขึ้นไปบนใบหน้า แต่โรคนี้อาจทำให้แก้มฝาด และมีบริเวณรอบปากซีดลงได้ ผื่นจะเปลี่ยนเป็นสีขาวหากคุณกดผื่นลงไป

ในกรณีที่ป่วยไม่รุนแรง อาการที่ปรากฏอาจจะมีแค่ผื่นเท่านั้น

อาการอื่น ๆ ของไข้อีดำอีแดง

  • ต่อมที่คอบวม
  • ไม่อยากอาหาร
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • เกิดเส้นแดงบนรอยพับของร่างกาย เช่นบนรักแร้ ซึ่งอาจจะคงอยู่สองถึงสามวันหลังจากผื่นหายไป
  • ลิ้นเคลือบขาวก่อนจะลอกออกหลังจากนั้นไม่กี่วันจนทำให้ลิ้นมีสีแดงบวม รู้สึกไม่สบาย

การดูแลตนเอง

อาการของโรคไข้อีดำอีแดงสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้หลักการดูแลตนเองง่าย ๆ ดังนี้:

  • ดื่มน้ำเย็นมาก ๆ
  • ทานอาหารอ่อน (หากคอของคุณเจ็บ)
  • ทานยาพาราเซตตามอลเพื่อลดไข้
  • ใช้โลชั่นคาลาไมน์หรือยาต้านฮิสตามีนเพื่อบรรเทาอาการคัน

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ไข้อีดําอีแดง ข้อมูล สาเหตุ อาการ การติดต่อ รักษา และป้องกัน
ไข้อีดําอีแดง ข้อมูล สาเหตุ อาการ การติดต่อ รักษา และป้องกัน

ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคคออักเสบและผื่นจากการติดเชื้อในโรคไข้อีดำอีแดง

ดูในแอป