Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
นพ. ชยากร พงษ์พยัคเลิศ
การรักษา

แผลเป็น สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน

รู้จักวิธีรับมือกับแผลเป็น ถ้าไม่อยากมีรอยแผลเป็นของที่ระทึกบนเรือนร่าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,724,624 คน

แผลเป็น สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน

เวลาเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าเล็ก หรือใหญ่ มักจะมีผลกระทบต่อผิวหนังจนเนื้อเยื่อถลอก หรือฉีกขาดกลายเป็นแผลได้ ไม่ว่าจะเป็นแผลเปิด แผลไฟไหม้หรือแผลน้ำร้อนลวก รวมถึงแผลที่เกิดจากโรค เช่น อีสุกอีใส การผ่าตัด และการปลูกฝี เมื่อเป็นแผล ร่างกายจะมีกลไกการห้ามเลือดและสมานแผล เมื่อแผลเริ่มหายดีจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมจนกระทั่งเกิดแผลเป็นตามมาในที่สุด

สาเหตุการเกิดแผลเป็น

เมื่อเนื้อเยื่อมีการฉีกขาด ร่างกายจะมีกระบวนการรักษาตัวเอง เช่น การสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไป การจัดโครงสร้างผิวหนัง การสร้างเส้นเลือดใหม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดว่า ตื้นลึกอย่างไร และการดูแลรักษาความสะอาดของแผลว่า ดีมากน้อยหรือไม่ แต่ถ้ากระบวนการรักษาตัวเองเกิดความผิดพลาดขึ้น เช่น สร้างเนื้อเยื่อมากเกินไปจะทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นตามมา 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจว่า วัยเด็กจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ เพศชายเสี่ยงต่อการมีแผลเป็นน้อยกว่าผู้หญิง ส่วนวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์รวมถึงผู้ที่มีผิวคล้ำนั้นจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าวัยอื่นๆ และผู้ที่มีผิวขาว ชาวแอฟริกันมีโอกาสเป็นแผลเป็นมากกว่าชาวยุโรป และยังพบว่าการเกิดแผลเป็นยังสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมน โดยพบว่าในหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเป็นแผลเป็นมากขึ้น

อาการของแผลเป็น

แผลเป็นมีหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ละแบบก็จะมีลักษณะอาการแตกต่างกันออกไป โดยแผลเป็นในระยะแรกๆ จะเป็นสีแดง หรือสีน้ำตาลนูนแล้วจางหายไป

1. แผลเป็นแบบโตนูน แบ่งออกได้ 2 แบบ คือ

  • แผลเป็นโตนูนเกิน (Hypertrophic) แผลเป็นที่มีลักษณะโต นูนจากผิวหนังเล็กน้อยแต่มีขนาดไม่เกินจากขอบเขตเดิม ในระยะแรกๆ จะเป็นรอยนูน ชมพู แดง และมีอาการคัน เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี แผลเป็นแบบนี้จะจางลง หรือค่อยๆ ยุบตัวแบนราบได้
  • แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) แผลเป็นที่มีลักษณะโต นูน คล้ายชนิดแรก แต่ตัวแผลจะนูน หรือกว้างเกินขอบเขตจากแผลเดิมไปมาก และความผิดปกติดังกล่าวจะสามารถเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ไม่สามารถยุบหายไปเองได้

2. แผลเป็นบุ๋มลึกลงไป (depressed scar) แผลเป็นที่มีลักษณะเป็นรูบุ๋มลึก หรือเป็นร่องลงไปใต้ผิวหนัง

3. แผลเป็นหดรั้ง (scar contracture) แผลเป็นที่มีลักษณะดึงรั้งอวัยวะรอบๆ บริเวณแผลให้ผิดรูป

วิธีรักษาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็นจะต้องพิจารณาก่อนว่า แผลเป็นนั้นเป็นแบบชนิดใดจะได้รักษาให้เหมาะสมกับลักษณะแผลเป็นนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเป็นมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือพัฒนากลายเป็นแผลเป็นคีลอยด์ได้ในอนาคต

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789
  1. วิธีดั้งเดิม หรือ วิธีอนุรักษ์ (conservative) เป็นการใช้แผ่นซิลิโคนเจลใสๆ ปิดบนบาดแผลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นมากขึ้นและช่วยลดการอักเสบได้ 
  2. ใช้แผ่นเทปเหนียว หรือที่เรียกกันว่า microporous tape สามารถใช้ทดแทนการปิดด้วยแผ่นซิลิโคนเจลใสได้ โดยใช้แผ่นนี้แปะลงบนบาดแผลโดยตรงเพื่อให้ผิวหนังบริเวณบาดแผลมีความชุ่มชื้นและช่วยลดการอักเสบได้
  3. ฉีดด้วยยาสเตียรอยด์ ยาฉีดที่แนะนำให้ใช้คือ Triamcinolone acetonide มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบซึ่งอาจก่อให้เกิดแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ได้ ยานี้จะต้องฉีดเข้าไปในบาดแผลซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี หลังจากได้รับบาดแผล และฉีดประมาณเดือนละ 1 ครั้ง หากฉีดเป็นจำนวน 4-5 ครั้งติดต่อกันแล้วไม่สำเร็จ จะเปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นการผ่าตัดแทน
  4. การผ่าตัด วิธีนี้มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับรูปแบบของแผลเป็น หากเป็นคีลอยด์ หรือแผลเป็นนูนจะใช้วิธีตัดออก หรือลดขนาดบางส่วน และอาจจะใช้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น ปิดด้วยแผ่นซิลิโคน ส่วนวิธีลดขนาดของแผลเป็นจะใช้วิธีตัดแผลเป็นออกบางส่วนเท่านั้น แล้วนัดติดตามผลการรักษา หรือตัดทีละน้อย แต่การผ่าตัดมักมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงได้อย่างรวดเร็วจึงมักมีการรักษาร่วมหลังจากการผ่าตัด เช่น ฉีดยาสเตียรอยด์ ฉายรังสี หรือใช้ยาจำพวกกดภูมิคุ้มกันร่วมด้วย
  5. การขัดกรอผิวหนัง หรือ dermabration จะใช้ในกรณีที่แผลเป็นมีลักษณะเป็นรอยขรุขระไม่เรียบ หรือแผลที่เป็นรูบุ๋มลงไป โดยใช้หัวกรอ หรือเลเซอร์ปรับสภาพผิวให้เรียบ 

วิธีป้องกันการเกิดแผลเป็น

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็น เริ่มต้นจากการป้องกันไม่ให้เกิดแผลเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะเมื่อเกิดแผลแล้วมักจะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษายาวนานพอสมควร (ขึ้นอยู่กับลักษณะแผลและความรุนแรง)  และหากดูแลรักษาบาดแผลไม่ดีก็จะกลายเป็นแผลเป็นได้ง่าย แต่ถ้าเรามีแผลใหม่ๆ ให้หมั่นนวดเบาๆ อย่างสม่ำเสมอในช่วงระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือนแรก เพื่อลดการขยายตัวและลดโอกาสการกลายเป็นแผลเป็นนูนได้

กรณีที่บาดแผลมีขนาดใหญ่และกว้างนั้น เช่น แผลไฟไหม้ หรือแผลน้ำร้อนลวกเป็นวงกว้าง อาจจะต้องใช้ผ้ารัดที่เรียกว่า pressure garment เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี นับตั้งแต่หลังจากที่เราได้รับอุบัติเหตุ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นแผลเล็ก หรือแผลใหญ่ ช่วงที่แผลเป็นมีอาการอักเสบให้นวดเบาๆ จะช่วยลดการเกิดแผลเป็นและไม่ให้แผลเป็นขยายใหญ่ได้


ที่มาของข้อมูล

Suphot Chattinnakorn, Update Managements for Keloid Scar(http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1913)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
มาตรฐาน การอบประคบสมุนไพร : การประคบสมุนไพร
มาตรฐาน การอบประคบสมุนไพร : การประคบสมุนไพร

ภูมิปัญญาไทย แก้ปวด เมื่อย เคล็ด ขัด ยอก ฟกช้ำ และอักเสบ ได้ด้วยสมุนไพรและความร้อน

ดูในแอป