โรคหิด คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,503,430 คน

โรคหิดคือโรคผิวหนังติดต่อที่เกิดจากหิดตัวเล็กฝังเข้าไปในผิวหนัง อาการหลักของโรคหิดคืออาการคันรุนแรง ซึ่งจะรุนแรงมากในช่วงกลางคืน อีกทั้งยังก่อให้เกิดผื่นบนบริเวณที่หิดฝังตัวอยู่ด้วย

ทำความรู้จักตัวหิด

โรคหิดเกิดจากตัวหิด หรือ Sarcoptes scabiei โดยการติดเชื้อหิดจะเกิดขึ้นเมื่อหิดตัวเมียใช้ปากและขาหน้าฝังตัวเข้าไปในผิวหนังชั้นนอกและวางไข่ภายใน ส่วนหิดตัวผู้จะเดินไปมาระหว่างจุดฝังตัวเพื่อมองหาคู่ หลังจากจับคู่กันแล้ว หิดตัวผู้จะตายลง และหิดตัวเมียจะเริ่มวางไข่ ซึ่งจะใช้เวลาฝักตัวประมาณ 3-4 วัน ก่อนตัวอ่อนจะฟักออกมาและเติบโตจนกลายเป็นหิดตัวเต็มวัยภายใน 10-15 วัน

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

เมื่อโตเต็มวัยแล้วหิดตัวผู้จะคงอยู่บนพื้นผิวหนัง ส่วนหิดตัวเมียจะฝังตัวลงไปในผิวหนังเพิ่อวางไข่และเริ่มวงจรชีวิตใหม่ หากไม่ได้รับการรักษา วงจรชีวิตของหิดจะเวียนว่ายต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด และจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ซึ่งการกำจัดหิดด้วยสบู่และน้ำร้อนหรือแม้แต่การขัดผิวหนังไม่ได้ช่วยกำจัดหิดออกแม้แต่น้อย

หิดชอบพื้นที่อบอุ่นอย่างเช่นบริเวณข้อพับ ระหว่างนิ้ว ใต้เล็บ รอบร่องนมหรือบั้นท้าย และยังสามารถซ่อนตัวอยู่ใต้สายนาฬิกาข้อมือ กำไล หรือแม้แต่แหวนที่นิ้วได้อีกด้วย ส่วนอาการคันรุนแรงที่มาจากโรคหิดนั้นคาดว่าเกิดมาจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกันร่างกายที่มีต่อน้ำลาย ไข่ และของเสียจากตัวหิด

หิดแพร่กระจายได้อย่างไร?

หิดสามารถแพร่กระจายได้จากการสัมผัสกันระหว่างผิวหนังเป็นเวลานาน หรือผ่านทางกิจกรรมเพศสัมพันธ์ รวมถึงการใช้เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และเตียงนอนร่วมกับผู้มีหิด แม้จะนับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากก็ตาม หิดจะใช้เวลานานประมาณ 8 สัปดาห์กว่าจะก่อให้เกิดอาการของการติดเชื้อแรกเริ่ม ซึ่งจะเรียกช่วงเวลาดังกล่าวว่าระยะฟักไข่

หิดจะแพร่กระจายมากในพื้นที่ที่บริการทางการแพทย์มีจำกัด และมักพบได้บ่อยกับพื้นที่เขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน เช่น แอฟริกา อเมริกากลางและใต้ เกาะแถบทะเลแคริบเบี้ยน ประเทศอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในประเทศที่พัฒนาแล้ว การระบาดของโรคหิดอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาก เช่น โรงเรียน ศูนย์ดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุ เป็นต้น

อาการของโรคหิด

อาการที่พบเห็นได้มากของโรคหิดคืออาการคันรุนแรง และมีผื่นขึ้นบริเวณที่มีหิดฝังตัวอยู่ อาการคันนี้จะรุนแรงมากขึ้นในช่วงกลางคืน หรือเมื่อผิวหนังของคุณอุ่นขึ้น และอาจจะเริ่มมีอาการหลังจากได้รับเชื้อ 4-6 สัปดาห์ เพราะเป็นระยะเวลาที่ร่างกายเริ่มตอบสนองต่อของเสียจากหิด

หากคุณเคยเป็นโรคหิดมาก่อน อาการจะเริ่มภายใน 1-2 วัน เมื่อได้รับเชื้ออีกครั้ง เนื่องจากภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณได้จดจำการตอบสนองที่ควรมีต่อการติดเชื้อหิดนั่นเอง

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

อาการที่พบได้บ่อยรองมาคือผื่นจากหิด ซึ่งมักจะเป็นจุดสีแดงเล็กๆ หากเกาที่ผื่นนี้อาจทำให้เกิดสะเก็ดและรู้สึกปวดขึ้นมา รวมถึงรอยโพรงที่อาจเกิดขึ้นจุดใดก็ได้ของร่างกาย โดยจะมีความยาวสั้นๆ เพียง 1 เซนติเมตรหรือน้อยกว่านั้น เป็นรอยขดไปมาเป็นเส้นสีเงินบนผิวหนัง โดยมีจุดดำที่ปลายข้างหนึ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยการใช้แว่นขยาย

สำหรับผู้ใหญ่ รอยโพรงมักจะปรากฏออกมาตามรอยพับของผิวหนังระหว่างนิ้วมือและนิ้วเท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้าและด้านข้างของเท้า ข้อมือ ข้อศอก รอบหัวนม (ในผู้หญิง) และรอบอวัยวะเพศ (ในผู้ชาย) 

ส่วนผื่นมักจะส่งผลไปทั่วร่างกายเว้นศีรษะ โดยตำแหน่งที่มักจะได้รับผลกระทบที่สุด คือ พื้นที่ใต้วงแขน รอบเอว ข้างในข้อศอก บั้นท้ายส่วนล่าง ขาส่วนล่าง ฝ่าเท้า เข่า สะบักไหล่ อวัยวะเพศของผู้หญิง ขาหนีบ รอบข้อเท้า สำหรับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีผื่นขึ้นที่ศีรษะและคอได้

การวินิจฉัยโรคหิด

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคหิดได้จากการสังเกตลักษณะผิวหนังที่มีอาการและจากการสังเกตหารอยโพรงของหิด แต่กระนั้นตัวหิดก็สามารถแพร่กระจายได้ง่ายมาก การวินิจฉัยจึงควรต้องดำเนินการกับสมาชิกในครัวเรือนเดียวกันด้วยเพื่อดูว่ามีอาการเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้แพทย์จะจำแนกภาวะผิวหนังอื่นๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการที่คล้ายกัน เช่น โรคผิวหนังอักเสบหรือโรคพุพอง (ภาวะติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง)

รอยฝังของตัวหิดยังสามารถพบเจอได้จากการทดสอบด้วยหมึก ซึ่งจะมีการขยี้หมึกรอบผิวหนังที่คันก่อนจะเช็ดออกด้วยแอลกอฮอล์ ถ้ามีรอยฝังของตัวหิดอยู่ หมึกบางส่วนจะหลงเหลืออยู่บนผิวหนังซึ่งจะทำให้แพทย์มองเห็นโพรงได้ชัดเจนขึ้น

เพื่อเป็นการยืนยันการวินิจฉัย อาจมีการเก็บตัวอย่างผิวหนังด้วยการขูดผิวหนังที่มีอาการเบาๆ และตรวจสอบตัวอย่างที่ได้มาด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาร่องรอยของตัวหิด เช่น ของเสียและไข่ เป็นต้น

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

การรักษาโรคหิด

แม้โรคหิดจะไม่ใช่โรคร้ายแรง คุณก็ควรไปพบแพทย์ทันทีที่คาดว่าตนเองเป็นโรคหิด เพราะโรคนี้จะไม่หายเองหากไม่ทำการรักษา โดยการรักษาโรคหิดส่วนมากจะมีอยู่สองวิธี คือ การใช้ครีมเพอร์เมทริน กับการใช้โลชั่นมาลาทิออน ยาทั้งสองชนิดนี้มีส่วนประกอบเป็นยาฆ่าแมลงที่สามารถกำจัดหิดได้ดี

แพทย์มักจะใช้ครีมเพอร์เมทริน 5% เป็นการรักษาแรกก่อน และจะเปลี่ยนไปใช้โลชั่นมาลาทิออน 0.5% หากครีมเพอร์เมทรินไม่ได้ผล นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อใหม่ สมาชิกในครัวเรือนทุกคนและผู้ที่สัมผัสตัวคุณต้องเข้ารับการรักษาพร้อมกับคุณแม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม และให้พยายามเลี่ยงการสัมผัสร่างกาย เช่น การกอด การจับมือ จนกว่าพวกคุณทั้งคู่จะหายจากโรคหิดโดยสมบูรณ์

คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการรักษาดังต่อไปนี้

  • ทาครีมหรือโลชั่นบนผิวหนังทั่วร่างกายเว้นเฉพาะส่วนศีรษะ โดยก่อนทาต้องทำให้ผิวหนังเย็นและแห้งก่อน และห้ามทายาหลังการอาบน้ำร้อน หากทาครีมขณะที่ร่างกายที่ร้อนเกินไปจะทำให้ยาดูดซับเข้าผิวหนังเร็วไปทำให้ครีมไม่เกาะอยู่บนผิวหนังบริเวณที่หิดฝังตัวอยู่
  • อ่านคำแนะนำการใช้ที่ฉลากผลิตภัณฑ์ครีมหรือโลชั่นให้ละเอียด สินค้าบางประเภทต้องใช้ทั่วร่างกายรวมถึงหนังศีรษะและใบหน้าด้วย บางชนิดอาจต้องใช้เฉพาะที่คอลงไปเท่านั้น
  • อย่าลืมใช้ยากับบริเวณที่เอื้อมถึงยาก เช่น แผ่นหลัง ง่ามนิ้วมือและเท้า ใต้เล็บ และบนอวัยวะเพศ
  • ใช้ก้านสำลีหรือแปรงสีฟันเก่าทาใต้เล็บมือและเล็บเท้า และใส่อุปกรณ์ที่ใช้ทาลงถุงปิดมิดชิดก่อนทิ้ง
  • ปล่อยผิวหนังส่วนที่รักษาไว้ 8-24 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการเตรียมการที่ใช้) ก่อนล้างสารออกให้สะอาด ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้สินค้าจากผู้ผลิตนั้นๆ 
  • ทาครีมหรือโลชั่นกับผิวหนังซ้ำทันทีที่สารถูกล้างออกก่อนเวลาที่ฉลากระบุไว้
  • ดำเนินการรักษาซ้ำอีกครั้ง 7 วันหลังการใช้ครั้งแรกเพื่อให้การรักษาเกิดประสิทธิผลที่สุด โดยการใช้สารครั้งที่สองจะช่วยกำจัดไข้หิดที่ยังตกค้างอยู่ให้หมดไปทั้งหมด
  • ติดต่อแพทย์ทันทีที่อาการคันไม่ดีขึ้นหลังการรักษา 2 สัปดาห์ และคุณสังเกตเห็นรอยฝังใหม่บนผิวหนัง

การรักษามักใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนกว่าอาการคันทั่วไปจะหายไปโดยสมบูรณ์ และต้องใช้เวลานานกว่านั้นสำหรับอาการบวมที่อวัยวะเพศจะหาย แพทย์ผู้ดูแลจะแนะนำให้ทำการรักษาซ้ำหลังจากนั้น หรือเปลี่ยนไปใช้โลชั่นตัวใหม่

การควบคุมการติดเชื้อ

ในวันแรกที่ใช้ครีมหรือโลชั่น คุณควรซักผ้าปูเตียง เสื้อผ้าที่ใส่นอน และผ้าเช็ดตัวในอุณหภูมิที่สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ถ้าคุณไม่สามารถทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มเหล่านั้นได้ ให้ใส่ผ้าเหล่านั้นในถุงเก็บเอาไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมง หลังจากช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ตัวหิดทั้งหมดตายลง ในกรณีที่เป็นโรคหิดนอร์เวย์ ควรทำความสะอาดพื้นบ้านและดูดฝุ่นที่พรมและเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดให้สะอาด

ถ้าคุณถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคหิด พยายามเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นจนกว่าคุณจะทาครีมหรือโลชั่น และพยายามเลี่ยงสัมผัสกับสมาชิกในบ้านไปก่อนจนกว่าคุณจะดำเนินการรักษาครบ โดยทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถกลับไปโรงเรียนหรือไปทำงานได้อีกครั้งหลังจากการรักษาครั้งแรกเสร็จสมบูรณ์

การรักษาอาการคัน

แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ครีมสเตียรอยด์ชนิดอ่อนเพื่อบรรเทาอาการคัน หรือสามารถใช้ครีมหรือเจลลดคันได้จากร้านขายยาโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ รวมถึงยาต้านฮิสตามีนระงับประสาทที่ช่วยควบคุมอาการคันและช่วยให้นอนหลับได้สนิทในตอนกลางคืน ยาต้านฮิสตามีนประเภทนี้จะทำให้เกิดอาการง่วงนอน คุณไม่ควรขับรถหรือใช้งานเครื่องจักรหนักใดๆ ระหว่างที่ใช้ยานี้

คุณอาจมีอาการคันต่อเนื่องนาน 2-3 วันหลังรักษาครบกำหนดแล้ว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังคงตอบสนองต่อซากหิดที่ตายกับของเสียที่ตกค้างอยู่ แต่หากมีอาการคันนานต่อเนื่องนาน 6 สัปดาห์หลังสิ้นสุดการรักษาตามที่กำหนดแล้ว ให้ไปพบแพทย์ทันที

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหิด

บางครั้งโรคหิดก็สามารถนำไปสู่การติดเชื้อทุติยภูมิที่ผิวหนังได้หากผิวหนังมีการอักเสบและระคายเคืองจากการเกามากเกินไป ส่วนโรคหิดสะเก็ดทั่วตัวหรือโรคหิดนอร์เวย์นั้นเป็นโรคหิดประเภทรุนแรงที่จะมีหิดจำนวนมากฝังตัวลงไปในผิวหนัง และมักเกิดกับผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานของร่างกายต่ำ

การติดเชื้อทุติยภูมิ

อาการคันที่ผิวหนังซ้ำๆ ที่เกิดจากโรคหิดอาจทำลายผิวหนังชั้นนอกได้ ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนังสูงขึ้น เช่น โรคพุพอง หรือทำให้ภาวะผิวหนังที่เป็นอยู่อย่างโรคผิวหนังอักเสบเลวร้ายลงได้ หากมีภาวะแทรกซ้อนนี้แพทย์อาจให้ช้ยาปฏิชีวนะในการควบคุมการติดเชื้อ โดยภาวะผิวหนังอื่นๆ จะทุเลาลงไปด้วยหลังการรักษาการติดเชื้อโรคหิดเสร็จสมบูรณ์

โรคหิดนอร์เวย์

โรคหิดนอร์เวย์เป็นการติดเชื้อหิดที่รุนแรงมาก ซึ่งเกิดจากการที่มีหิดหลายพันตัวอยู่บนผิวหนัง โรคหิดทั่วไปจะพัฒนากลายเป็นหิดนอร์เวย์ได้หลังเกิดปฏิกิริยาบนผิวหนัง ภาวะนี้จะส่งผลไปทั่วร่างกายรวมไปถึงศีรษะ คอ เล็บ และหนังศีรษะ แต่แตกต่างจากหิดทั่วไปตรงที่ผื่นที่เกิดขึ้นจะไม่มีอาการคัน

จำนวนตัวหิดที่มหาศาลจะทำให้เกิดสะเก็ดนูนหนาขึ้นบนผิวหนัง และมักคล้ายกับโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นภาวะผิวหนังที่มีสะเก็ดปื้นสีแดงแตกปกคลุมร่างกายจนกลายเป็นสะเก็ดสีเงิน 

ภาวะนี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ ได้แก่ ผู้ที่อายุน้อยมาก ผู้ที่มีความผิดปกติที่สมอง (ความผิดปกติทางระบบประสาท เช่น โรคพากินสัน) ผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ป่วยเป็นภาวะที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน อย่างโรคติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์รักษาภาวะสุขภาพที่เป็นอยู่ และผู้ที่กำลังรักษาด้วยการทำเคมีบำบัด

งานวิจัยพบว่าระบบภูมิคุ้มกันที่มีสุขภาพดีจะเข้าไปขัดขวางวงจรการเพิ่มจำนวนของตัวหิด ทำให้ผู้ป่วยโรคหิดส่วนมากมีหิดเพียง 5-15 ตัวทั่วร่างกาย แต่หากมีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ จำนวนของตัวหิดจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นโรคหิดนอร์เวย์จะมีตัวหิดมากกว่าพันตัวขึ้นไปบนร่างกาย ทั้งยังทำให้ภาวะหิดนอร์เวย์ติดต่อได้ง่ายมาก แม้การสัมผัสกันเพียงระยะสั้นๆ หรือแม้แต่การใช้ผ้าปูเตียงหรือเสื้อผ้าร่วมกันก็อาจทำให้ติดเชื้อได้

อย่างไรก็ตามการสัมผัสผู้ป่วยโรคหิดนอร์เวย์จะทำให้คุณติดเชื้อโรคหิดทั่วไปเท่านั้น (หากคุณเป็นผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี) โรคหิดนอร์เวย์สามารถรักษาได้ด้วยการใช้ครีมฆ่าแมลงหรือยาที่ชื่อว่าอิเวอร์เมกทินซึ่งเป็นยาเม็ดแบบกลืน ซึ่งมีฤทธิ์กำจัดตัวหิดด้วยการหยุดระบบประสาทของปรสิต

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
การป้องกันโรคหิด
การป้องกันโรคหิด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่