เซ็กส์อย่างถูกวิธี

เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยคืออะไร?

เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย คือ ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับการป้องกันตัวเองและคู่ของคุณให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและทำให้คุณมีเพศสัมพันธ์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยจะช่วยป้องกันเราจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร?

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted diseases หรือ STDs) เป็นโรคติดต่อจากผู้หนึ่งไปยังผู้หนึ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก, ทวารหนัก, ช่องคลอด หรือการสัมผัสบริเวณรอยโรคที่ผิวหนังของทั้งสองฝ่าย สามารถเป็นสาเหตุของการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหมายถึงการดำเนินการต่างๆ เพื่อป้องกันตัวเองและคู่ของคุณจากโรคติดต่อในขณะที่มีเพศสัมพันธ์

การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยมีหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัย, ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง และ/หรือ แผ่นยางอนามัย (แผ่นยางไว้ปิดบนอวัยวะเพศหรือทวารหนัก) ซึ่งเป็นแบบชนิดใช้แล้วทิ้ง โดยใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยปกป้องบางส่วนของอวัยวะเพศเพื่อป้องกันคุณและคู่ของคุณจากสารคัดหลั่งของร่างกายและการเสียดสีของผิวหนังซึ่งเป็นช่องทางของการแพร่เชื้อได้

การตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของตนเองอย่างสม่ำเสมอเป็นส่วนหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ถึงแม้ว่าคุณจะใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งและยังรู้สึกสบายดีอยู่ก็ตาม เพราะผู้ที่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มักไม่มีอาการหรือไม่รู้ว่าตนเองกำลังติดเชื้ออยู่ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อจากตนเองไปยังคู่ของคุณได้โดยง่าย ดังนั้นการตรวจจึงเป็นวิธีเดียวเท่านั้นในการรู้ว่าคนๆ นั้นติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่

การตรวจจะเป็นวิธีที่จะทำให้คุณรู้ว่าคุณติดเชื้อ ซึ่งจะทำให้คุณเข้าสู่กระบวนการรักษาได้เร็ว ทำให้มีสุขภาพที่ดียืนยาวและป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

การมีเพศสัมพันธ์ภายนอก หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (ช่วยตัวเอง) ร่วมกับคู่ของคุณ ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ดีในการมีความสุขทางเพศที่ปลอดภัย แต่เมื่อไรก็ตามที่มีการถอดกางเกงใน และมีการสัมพันธ์ร่างกาย จนถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่แล้วล่ะก็ การใช้ถุงยางอนามัย/แผ่นยางอนามัย เป็นวิธีที่จะทำให้คุณปลอดภัย

วิธีอื่นที่ที่จะช่วยให้มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย คือ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป หรือการใช้สารเสพติด เพราะนั่นมีโอกาสทำให้คุณไม่มีสติ และลืมความสำคัญของการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยไป ซึ่งอาจทำให้คุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เพราะในขณะที่คุณดื่มแอลกอฮอล์นั้น คุณอาจไม่มีสติมากพอที่จะสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องก็เป็นได้

วิธีเดียวที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็คือการไม่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะในช่องทางใดๆ แต่ทว่าไม่ใช่วิธีที่ดีสำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะเพศสัมพันธ์คือส่วนหนึ่งของการมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองคนหรือชีวิตคู่นั่นเอง ดังนั้นถ้าคุณต้องมีเพศสัมพันธ์ จึงต้องมีแบบปลอดภัยเพื่อปกป้องตัวคุณจากการติดเชื้อหรือป้องกันการแพร่เชื้อให้คนอื่น

เราจะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างไร?

โดยทั่วไปโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จะติดต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งขณะที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก, ทวารหนัก หรือช่องคลอด ซึ่งมีหลายโรค เชื้อโรคบางโรคจะอยู่ในสารคัดหลั่งของร่างกาย เช่น อสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด และเลือด นอกจากนั้นยังสามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสรอยโรคที่ผิวหนัง การใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัยจะช่วยป้องกันการสัมผัสสารคัดหลั่ง และป้องกันการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่มีรอยโรคขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย นั่นเท่ากับว่าคุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สูงมาก

หากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือทวารหนัก โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย คุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิดที่บริเวณอวัยวะเพศ ได้แก่

  • หนองในเทียม
  • หนองใน
  • ซิฟิลิส
  • เอชไอวี (HIV)
  • เริม
  • เอชพีวี (HPV) และหูดที่อวัยวะเพศ
  • ตับอักเสบชนิดบี
  • โลน
  • หิด
  • เชื้อทริโคโมแนส (Trichomoniasis)

หากมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (ออรัลเซ็กซ์) โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัย คุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ริมฝีปาก, ปาก และลำคอ ได้แก่

  • เริม
  • ซิฟิลิส
  • หนองใน
  • เอชพีวี
  • ตับอักเสบชนิดบี
  • หากมีการสัมผัสผิวหนังที่มีรอยโรคบริเวณอวัยวะเพศของทั้งสองฝ่าย คุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ได้แก่
  • เริม
  • เอชพีวี
  • โลน
  • หิด

วิธีในการมีเพศสัมพันธ์บางอย่างปลอดภัยกว่าวิธีอื่นจริงหรือ?

จริง! วิธีในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีความเสี่ยง เช่น การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง (ช่วยตัวเอง) การถูไถโดยไม่ถอดเสื้อผ้า

กิจกรรมที่มีความเสี่ยงน้อย ได้แก่ การจูบ การสัมผัสอวัยวะเพศของอีกฝ่ายด้วยมือ การใช้เซ็กซ์ทอย การถูไถร่างกายขณะถอดเสื้อผ้า และการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (ออรัลเซ็กซ์) แต่ทว่าก็ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ดังนั้นการใช้ถุงยางอนามัย และแผ่นยางอนามัยเพื่อป้องกันการสัมผัสสารคัดหลั่งจะช่วยให้คุณปลอดภัยได้

การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนักโดยไม่สวมถุงยางอนามัยถือว่ามีความเสี่ยงสูง คุณมีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทุกชนิด ดังนั้นทางที่ดีในการป้องกันตัวคุณเอง คือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด หรือทวารหนัก นอกจากนี้การใช้สารหล่อลื่นร่วมกับถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก

สำหรับเชื้อเอชไอวี การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (ออรัลเซ็กซ์) จะปลอดภัยมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนัก แต่ว่าโรคอื่นๆ ยังคงสามารถติดต่อผ่านช่องทางนี้ได้ เช่น เริม, ซิฟิลิส, ตับอักเสบบี, หนองใน และเอชพีวี ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีเพศสัมพันธ์แบบไหนก็ตาม การใช้ถุงยางอนามัย หรือ แผ่นยางอนามัยจะถือว่าปลอดภัยที่สุด

หากกำลังป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จะสามารถมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยได้อย่างไร?

ถ้าคุณได้รับการตรวจแล้วว่าติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จริง สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรที่จะมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และจะป้องกันการติดต่อไปยังผู้อื่นได้อย่างไร แต่โชคยังดีที่โรคส่วนใหญ่สามารถหายได้ด้วยการใช้ยา ดังนั้นเมื่อคุณได้รับการรักษาครบถ้วน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

และถึงแม้ว่าจะมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางโรคที่ไม่หายขาด ก็ยังมีวิธีในการรักษาอาการและป้องกันการติดต่อไปยังผู้อื่นที่มีเพศสัมพันธ์กับคุณ ขึ้นอยู่กับว่าโรคที่คุณเป็นคือโรคอะไร นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคู่ของคุณ

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก, ทวารหนัก และช่องคลอด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ติดเชื้อหรือไม่ก็ตาม
  • งดการมีเพศสัมพันธ์หากคุณมีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เจ็บคอ มีหูดที่อวัยวะเพศ มีของเหลวผิดปกติไหลออกจากอวัยวะเพศชาย, ช่องคลอด หรือทวารหนัก หรือมีอาการคัน ปวด ระคายเคือง และ/หรือ บวมที่อวัยวะเพศชาย, อวัยวะเพศหญิง, ช่องคลอด หรือทวารหนัก
  • หากคุณมีอาการดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที
  • ถ้าคุณป่วยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถหายขาดได้ เช่น หนองใน หนองในเทียม หรือ ซิฟิลิส คุณจำเป็นต้องกินยาตามแพทย์สั่งทุกวันจนหมด แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการติดเชื้อในร่างกายจะยังมีจนจนกว่าจะกินยาหมดตามแพทย์สั่ง นอกจากนี้คู่ของคุณก็ต้องได้รับการรักษาด้วย และให้ต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสองคน จนกว่าจะกินยารักษาครบและแพทย์แนะนำให้กลับมามีเพศสัมพันธ์ได้
  • หากคุณป่วยเป็นโรคติดเชื้อที่ไม่หายขาด เช่น เอชไอวี หรือ เริม คุณมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์เกี่ยวกับการกินยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังคู่ของคุณหรือผู้อื่น ขึ้นกับโรคที่คุณเป็น หากคุณเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี นั่นหมายถึงคุณจำเป็นต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก, ทวารหนัก และ/หรือ ช่องคลอด

และอย่าลืมที่จะบอกคู่ของคุณทุกครั้งก่อนการมีเพศสัมพันธ์ว่าคุณมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะทำให้คุณทั้งสองสามารถวางแผนการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยร่วมกันได้ แน่นอน! มันเป็นเรื่องยากที่จะต้องบอก แต่มันคือเรื่องสำคัญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
สาเหตุที่พบบ่อย 8 ข้อของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
สาเหตุที่พบบ่อย 8 ข้อของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

สาเหตุของการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์คืออะไร?