การดูแลอาหาร

อาหารที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

อาหารบางชนิดสามารถกระตุ้นให้มีอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 987,899 คน

อาหารที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

อาหารบางชนิดสามารถกระตุ้นให้มีอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้ และเมื่อเริ่มวางแผนอาหารสำหรับโรคกรดไหลย้อน การจำกัด หรือหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มเหล่านี้อย่างถาวรจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่มีความเสี่ยงในการเกิดอาหารนี้ได้ต่ำ หรือไม่เกิดเลย อาหารที่กล่าวถึงในตารางด้านล่างเป็นอาหารที่มักปลอดภัยสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องอาการแสบร้อนกลางหน้าอก และสำหรับรายการอาหารที่คุณอาจรับประทานได้ในบางครั้ง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ รับประทานอย่างระมัดระวัง
สำหรับรายการอาหารที่ไม่ควรรับประทานเนื่องจากมักทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางหน้าอกนั้น สามารถอ่านได้ในบทความ อาหารที่ควรจำกัด รายการอาหารเหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น และขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล บางคนอาจพบว่าตนเองสามารถรับประทานอาหารจากกลุ่มรายการที่ต้องหลีกเลี่ยงได้ หรือมีปัญหากับอาหารที่ไม่ได้อยู่ในรายการเหล่านี้ ดังนั้นการเริ่มจดบันทึกอาหารประจำวันติดต่อกันประมาณ 2 อาทิตย์รวมถึงอาการที่เกิดขึ้นจะช่วยให้คุณ และแพทย์สามารถวางแผนรายการอาหารและพฤติกรรมการกินที่ควรปรับเปลี่ยนได้

รายการอาหารที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อน

 

กลุ่มอาหาร

อาหารที่ทำให้เกิดอาการได้น้อย

ผลไม้

• แอปเปิ้ลสด
• แอปเปิ้ลแห้ง
• น้ำแอปเปิ้ล
• กล้วย

ผัก

• มันอบ
• บร็อคโคลี่
• กะหล่ำปลี
• แครอท
• ถั่วเขียว
• ถั่ว

เนื้อสัตว์

• เนื้อไม่ติดมัน
• สเต็กไม่ติดมัน
•อกไก่ไม่มีหนัง
• ไก่งวง
• ไข่ขาว
• สารทดแทนไข่
• ปลาที่ไม่เติมไขมัน

ผลิตภัณฑ์จากนม

• ชีส feta หรือ goat
• ครีมชีสชนิดไม่มีไขมัน
• ซาวครีมชนิดไม่มีไขมัน
• ชีสถั่วเหลืองไม่มีไขมัน

ธัญพืช

• ขนมปังธัญพืชหรือขนมปังขาว
• ซีเรียลหรือข้าวโอ๊ต
• ขนมปังข้าวโพด
• แครกเกอร์
• เพรทเซล
• ข้าวขาวหรือข้าวกล้อง
• เค้กข้าว

เครื่องดื่ม

• น้ำแร่

ไขมันหรือน้ำมัน

• น้ำสลัดไขมันต่ำ

ขนมหรือของหวาน

• คุกกี้ไม่มีไขมัน
• เยลลี่
• licorice
• มันฝรั่งอบ

 

การจัดการกับอาการแสบร้อนกลางหน้าอก

มีหลายวิธีที่สามารถใช้บรรเทาอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้ด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต และการรับประทานอาหาร ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • กินอาหารมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้นแทนการกินมื้อใหญ่ 3 มื้อ จะช่วยป้องกันการหลั่งกรดที่มากเกินไปในกระเพาะอาหาร
  • รับประทานอาหารให้ช้าลง หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้รับประทานอาหารได้ช้าลงคือการวางช้อน และส้อมระหว่างคำ
  • อย่าเข้านอนทันทีหลังกินเสร็จ ควรเข้านอนหลังจากรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย หรือขนมครั้งสุดท้ายของวันเสร็จอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ระดับของกรดในกระเพาะลดลงก่อนการนอนซึ่งเป็นท่าที่มักเกิดอาการมากที่สุด
  • นอนยกหัวสูง เมื่อมีการยกหัวสูง จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนระหว่างคืน
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการต่างๆ ตัวอย่างอาหาร และเครื่องดื่มที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกาแฟ (ซึ่งรวมถึงกาแฟ decaf) แอลกอฮอล์ อาหารมัน เครื่องดื่ม และอาหารที่มีคาเฟอีน หัวหอม เปปเปอร์มิ้นท์ ชอกโกแลต ผลไม้หรือน้ำผลไม้ตระกูลส้ม หรือมะเขือเทศ หากคุณไม่แน่ใจว่าอาหารประเภทใดทำให้เกิดอาการ อาจลองจดบันทึกอาหารที่รับประทานในแต่ละวันประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • เลิกบุหรี่ นิโคตินสามารถทำให้กล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนปลายอ่อนแอลง ซึ่งกล้ามเนื้อดังกล่าวทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนจากกระเพาะเข้าสู่หลอดอาหาร
  • ใส่เสื้อผ้าสบายๆ เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปอาจบีบร่างกายส่วนกลางทำให้สารต่างๆ ในกระเพาะอาหารไหลย้อนได้
  • ลดน้ำหนัก หากคุณมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการได้
  • เคี้ยวหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางหน้าอกได้ชั่วคราว เนื่องจากกระตุ้นการสร้างน้ำลายซึ่งจะมาเจือจาง และลดปริมาณกรดในกระเพาะอาหาร
  • ดื่มน้ำอุ่น การดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพรหลังมื้ออาหารสามารถช่วยเจือจางกรดในกระเพาะอาหารได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป