Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

กระเจี๊ยบ (Roselle)

แนะนำสรรพคุณของกระเจี๊ยบ สมุนไพรรสเปรี้ยวหวานสดชื่น พร้อมไขคำตอบเรื่องการลดน้ำหนักด้วยกระเจี๊ยบว่าทำได้จริงหรือไม่
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,547,513 คน

กระเจี๊ยบ (Roselle)

กระเจี๊ยบ เป็นพืชล้มลุกปีเดียว ปลูกง่าย ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทยมักปลูกกันตามบ้านเรือน มีลักษณะเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-2 เมตร กิ่งมีสีม่วงแดง ใบมีหลายใบ ขอบใบเรียบ บางครั้งมีหยัก 3-5 หยัก ใบกว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 เซนติเมตร ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีชมพูแดง เกสรดอกไม้สีม่วงแดง เกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้งแตก กลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มอยู่ด้านนอกของดอก

ชื่อวิทยาศาสตร์ Hibiscus sabdariffa L.

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ชื่อวงศ์ MALVACEAE

ชื่ออังกฤษ Jamaica sorrel, Red Sorrel, Roselle

ชื่อท้องถิ่น กระเจี๊ยบแดง กระเจี๊ยบเปรี้ยว ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง ส้มตะเลงเครง ส้มปู

หมายเหตุ : ที่กล่าวถึงในบทความนี้คือ กระเจี๊ยบแดง เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับกระเจี๊ยบมอญ ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abelmoschus esculentus (L.) Moench

คุณค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบแดง

(กลีบดอก) ต่อ 100 กรัม ให้พลังงาน 49 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต 11.31 กรัม
  • ไขมัน 0.64 กรัม
  • โปรตีน 0.96 กรัม
  • วิตามินเอ 14 ไมโครกรัม 2%
  • วิตามินบี 1 0.011 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 2 0.028 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 3 0.31 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินซี 12 มิลลิกรัม 14%
  • ธาตุแคลเซียม 215 มิลลิกรัม 22%
  • ธาตุเหล็ก 1.48 มิลลิกรัม 11%
  • ธาตุแมกนีเซียม 51 มิลลิกรัม 14%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 37 มิลลิกรัม 5%
  • ธาตุโพแทสเซียม 208 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโซเดียม 6 มิลลิกรัม 0%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

สรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง

ส่วนต่างๆ ของกระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณดังนี้

  • ใบและกลีบเลี้ยง มีรสเปรี้ยว มีสรรพคุณขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ขับน้ำดี ขับนิ่วในไตและกระเพาะปัสสาวะ รักษาอาการท้องผูก
  • ส่วนกลีบเลี้ยงมีสรรพคุณแก้กระหายน้ำ ขับเมือกมันในลำไส้
  • ผล มีรสจืด ช่วยแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร
  • ทางการแพทย์พื้นบ้านของชาวอียิปต์มีการใช้ทั้งต้นมาต้มกินเพื่อช่วยในรักษาโรคหัวใจและความดันโลหิต เนื่องจากมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ

แนวทางการใช้กระเจี๊ยบในการรักษาโรค

กระเจี๊ยบมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องผูก ไอ มีเสมหะ ปัสสาวะแสบขัด นิ่วในไต เป็นแผลในกระเพาะอาหาร โดยมีวิธีการดังนี้

  • กรณีมีอาการท้องผูก ให้รับประทานส่วนใบต้มร่วมกับส่วนกลีบเลี้ยงในน้ำเดือด รับประทานก่อนนอนหรือก่อนอาหารเช้า
  • กรณีมีอาการไอและมีเสมหะให้รับประทานส่วนใบต้มร่วมกับส่วนกลีบเลี้ยงในน้ำเดือด รับประทานหลังจากมีอาการ
  • กรณีมีอาการปัสสาวะแสบขัด ให้ทำตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน) มีข้อบ่งใช้คือ นำกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบแดงแห้ง 3 กรัม บดเป็นผง ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว หรือประมาณ 300 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 3 ครั้ง ไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 3 เดือน
  • กรณีใช้รักษาโรคทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ มีข้อบ่งใช้เช่นเดียวกับกรณีมีอาการปัสสาวะแสบขัด ใช้กระเจี๊ยบได้เฉพาะในนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลตและแคลเซียมฟอสเฟตเท่านั้น ส่วนนิ่วชนิดยูเรตหรือกรดยูริกห้ามใช้กระเจี๊ยบ เนื่องจากจะทำให้นิ่วสะสมมากขึ้น
  • กรณีเป็นแผลในกระเพาะอาหารให้นำผลแห้งแล้วบดเป็นผงแช่ในน้ำ รับประทานก่อนอาหารทุกมื้อ

กระเจี๊ยบกับสรรพคุณลดความดันโลหิต

มีการศึกษาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงขั้นที่ 1 คือค่าความดันตัวบนอยู่ที่ 140-159 mmHg ค่าความดันตัวล่างอยู่ที่ 90-99 mmHg ที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันก่อนเข้าร่วมการทดลองอย่างน้อย 1 เดือน เมื่อให้ดื่มน้ำดอกกระเจี๊ยบแดงวันละ 1 ครั้ง ช่วงก่อนรับประทานอาหารเช้าทุกวัน เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีค่าความดันโลหิตลดลง และมีผลเทียบเท่ากับผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบัน สำหรับข้อมูลด้านความปลอดภัย กระเจี๊ยบแดงเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ถ้ามีการใช้ร่วมกับยาลดความดันแผนปัจจุบันอาจทำให้ความดันลดลงมากเกินไป จึงควรระมัดระวังไม่ใช้ในเวลาเดียวกัน หรือควรเฝ้าติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

แนวทางการใช้กระเจี๊ยบทำเครื่องดื่มและอาหาร

กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำเดือด ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาลเพียงเล็กน้อย ทำเป็นน้ำดื่ม ปัจจุบันมีการนำกลีบดอกกระเจี๊ยบมาพัฒนาสูตรทำเป็นแยมผลไม้ รับประทานคู่กับขนมปัง ส่วนผลอ่อนนำมาลวกให้สุก สามารถนำมารับประทานคู่กับน้ำพริก หรือใส่ในแกงส้ม

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการกินและใช้กระเจี๊ยบ

  • การรับประทานกระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการปวดมวนท้องและท้องเสียได้ เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ
  • ควรหลีกเลี่ยงการกินพืชชนิดนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร เนื่องจากผลการศึกษาในหนู พบว่าอาจทำให้ลูกหนูเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้าลง
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่อง เนื่องจาก การรับประทานสมุนไพรใดๆจนเกินขนาด มักเป็นอันตรายต่อไต สำหรับผู้ที่ไตบกพร่องอยู่แล้ว จะยิ่งเป็นอันตรายได้มากขึ้น
  • ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีนิ่วในไต ที่เป็นนิ่วชนิดยูเรตหรือกรดยูริก เพราะจะทำให้นิ่วสะสมมากขึ้น

กระเจี๊ยบช่วยลดน้ำหนัก ได้จริงหรือไม่

มีรายงานว่ากระเจี๊ยบเกี่ยวข้องกับการลดความอ้วนและน้ำหนักส่วนเกิน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นงานวิจัยในระดับสัตว์ทดลองเท่านั้น โดยพบว่าเมื่อป้อนสารสกัดน้ำของกระเจี๊ยบให้หนูดื่มติดต่อกันนาน 3 เดือน พบว่าน้ำหนักตัวของหนูและระดับคอเลสเตอรอลมีค่าลดลง แต่ยังไม่มีรายงานฤทธิ์ดังกล่าวในระดับคลินิก นอกจากนี้ยังไม่มีรายงานการวิจัยว่าสมุนไพรตัวใดช่วยดักจับไขมันส่วนเกินจากการรับประทานอาหาร ฉะนั้นพืชชนิดนี้จึงอาจเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการลดความอ้วน แต่การลดความอ้วนที่ดีนั้นควรควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง จึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น

คำแนะนำเรื่องการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ

กระเจี๊ยบเป็นสมุนไพรยอดนิยมที่คนรับประทานเป็นน้ำสมุนไพรคลายร้อน ดับกระหาย และยังมีสรรพคุณมากมายดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่การรับประทานเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดคือ การรับประทานในขณะที่ท้องว่าง อาจรับประทานในรูปแบบน้ำดื่มในช่วง 15 - 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร หรือหลังมื้ออาหาร 2 ชั่วโมงก็ได้เช่นกัน ส่วนจะรับประทานเป็นน้ำอุ่นๆหรือแบบเย็น ก็แล้วแต่ชอบได้เลย


ที่มาของข้อมูล

วิทยา บุญวรพัฒน์. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย. 2554.

วุฒิ วุฒิธรรมเวช. ย่อเภสัชกรรมไทยและสรรพคุณสมุนไพร. 2546.

สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, ผักพื้นบ้าน .2540


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
สรรพคุณของน้ำสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ดื่มแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
สรรพคุณของน้ำสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ดื่มแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ลองดับกระหายแบบนี้สิ รับรองดีต่อสุขภาพและราคาสบายกระเป๋า

ประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดง ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง
ประโยชน์ของกระเจี๊ยบแดง ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยประโยชน์นานาชนิด เช่น ช่วยย่อยอาหาร บำรุงร่างกาย ป้องกันโรคโลหิตจาง เป็นต้น

ดูในแอป