โรคโรซาเชีย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 12 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,007,779 คน

โรคโรซาเชียเป็นภาวะผิวหนังระยะยาวที่มักเกิดขึ้นบนใบหน้า สามารถพบได้บ่อยแต่ไม่เป็นที่รู้จักกันเท่าไรนักแม้แต่ในปัจจุบันนี้

ภาวะนี้สามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาระระยาว และอาการที่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ของผู้ป่วยก็สามารถส่งผลไปยังสุขภาพทางจิตได้อย่างมากเช่นกัน

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

อาการของโรคโรซาเชีย

อาการของโรคโรซาเชียมักจะเริ่มจากอาการร้อนวูบวาบ ที่ซึ่งผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงภายในช่วงเวลาสั้น ๆ และอาจจะมีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นในช่วงที่ภาวะกำลังเติบโตขึ้น ดังนี้: รู้สึกเจ็บแปล็บและแสบร้อน อาการแดงถาวร เกิดจุดบนผิวหนัง หลอดเลือดขนาดเล็กในผิวหนังเด่นชัดขึ้น

โรคโรซาเชียเป็นโรคที่เป็น ๆ หาย ๆ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีทั้งช่วงที่อาการกำเริบขึ้นมาและช่วงที่มีอาการน้อยทำให้เป็นโรคที่น่ารำคาญอย่างมาก

อาการที่พบเห็นได้บ่อยของโรคโรซาเชียมีดังนี้: ร้อนวูบวาบ ใบหน้ามีสีแดงยาวนาน หลอดเลือดเด่นชัดขึ้น เกิดผื่นนูน ผิวหนังหนาตัวขึ้น

อาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโรซาเชียมีดังนี้: ผิวหนังบอบบาง มีความรู้สึกแสบ คัน เจ็บแปล๊บหรือเจ็บปวด ผิวแห้งหยาบ เกิดปื้นแดงบนผิวหนัง ใบหน้าบวม (ภาวะบวมน้ำเหลือง)

ความเสียหายที่เป็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าแทบจะไม่เกิดขึ้นกับกรณีผู้ป่วยโรซาเชียเลย

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

หากคุณคาดว่าตนเองมีอาการของโรคโรซาเชียต่อเนื่อง การวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีจะสามารถระงับไม่ให้ภาวะโรคทรุดลงได้

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

ยังไม่มีวิธีทดสอบหาโรคโรซาเชียโดยเฉพาะ แพทย์มักจะวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการ: ตรวจสอบผิวหนัง สอบถามอาการต่าง ๆ สอบถามหาสิ่งกระตุ้นที่เป็นตัวเร้าให้เกิดอาการของโรค

ในบางกรณี แพทย์อาจจะจัดการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อกำจัดความเป็นไปได้ที่จะเป็นภาวะอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกันออก เช่นโรคพุ่มพวง หรือภาวะหมดประจำเดือน ยกตัวอย่างเช่นการตรวจเลือดหรือเจาะชิ้นเนื้อผิวหนังไปตรวจ เป็นต้น

สาเหตุของโรคโรซาเชีย

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโรซาเชียยังเป็นปริศนา แต่ก็มีหลายปัจจัยที่สามารถนำมาอ้างอิงได้รวมไปถึงความผิดปรกติในหลอดเลือดที่ใบหน้าและปฏิกิริยาต่อตัวไรขนาดจิ๋วที่อยู่ตามใบหน้า

แม้ว่าตัวกระตุ้นภาวะหลายอย่างไม่ได้ถูกสรุปว่าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ก่อให้เกิดโรคโรซาเชียขึ้น แต่ก็อาจมีส่วนทำให้อาการของโรคทรุดลง ยกตัวอย่างเช่น: แสงอาทิตย์ ความเครียด การออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาว เครื่องดื่มร้อน ๆ แอลกอฮอล์และคาเฟอีน อาหารบางประเภท อย่างเช่นอาหารที่มีรสเผ็ด

การรักษาโรคโรซาเชีย

ยังไม่มีวิธีรักษาโรคโรซาเชีย มีเพียงการรักษาควบคุมอาการต่าง ๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวที่จะหยุดเมื่ออาการของโรคดีขึ้นและจะดำเนินต่อเมื่อมีอาการทรุดขึ้นมา

สำหรับผู้ป่วยโรคโรซาเชียส่วนมากจะได้รับการรักษาที่เป็นการผสานกันระหว่างหลักการดูแลตนเองและการใช้ยาต่าง ๆ ดังนี้: เลี่ยงสิ่งกระตุ้นภาวะ: ยกตัวอย่างเช่นการเลี่ยงบริโภคแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน การใช้ครีมหรือเจล: ใช้ยาภายนอกกับผิวหนังเพื่อลดจุดและผิวหนังแดง ยาทาน: ยาเม็ดหรือแคปซูลเพื่อกำจัดจุดบนใบหน้า เช่นยาปฏิชีวนะแบบทาน

โฆษณาจาก HonestDocs
กรนดัง ง่วงระหว่างวัน ปวดหัวตอนตื่น อาจต้องตรวจการนอนหลับ 😳 .

เราจัดดีลตรวจการนอนหลับมาลดราคาให้ 30-50% 💪🏻 เริ่มต้นเพียง 1950 บาท เท่านั้น

%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9ainternal ad

ในบางกรณีอาจมีการใช้เลเซอร์และพลังงานแสงความเข้มข้นสูง (IPL) ในการรักษา ซึ่งเป็นการใช้แสงจี้ไปยังหลอดเลือดที่ปรากฏออกมาบนผิวหนังเพื่อทำให้หลอดเลือดนั้น ๆ หดลงจนมองเห็นได้ยากขึ้น

การอาศัยร่วมกับโรคโรซาเชีย

การใช้ชีวิตร่วมกับโรคภัยระยะยาวทุกอย่างจะส่งผลต่อสุขภาพทางจิตอย่างมาก โดยเฉพาะโรคโรซาเชียที่ส่งผลกับรูปลักษณ์ของผู้ป่วย และทำให้ความรู้สึกที่คุณมีต่อตนเองกับการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเปลี่ยนไป

ผู้ป่วยโรคโรซาเชียหลายรายถูกพบว่ามีความมั่นใจตนเองต่ำลง มีความรู้สึกอับอาย และหงุดหงิด อีกทั้งแม้จะไม่มีวิธีรักษาโรคโรซาเชีย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้เลย

การตามติดแผนการรักษาและเลี่ยงกิจกรรมหรือสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการรายบุคคลเป็นวิธีควบคุมอาการที่ดีที่สุด และเมื่ออาการทางร่างกายของคุณดีขึ้น สุขภาพทางอารมณ์และจิตของคุณก็จะดีขึ้นตามไปเอง

หากว่าคุณเป็นผู้ป่วยโรคโรซาเชีย โปรดทำใจให้สบายและจงทราบว่าคุณไม่ได้โดดเดี่ยว มีผู้ที่ป่วยเป็นโรคโรซาเชียมากมายทั่วโลกซึ่งหากต้องการคุณก็สามารถมองหาความช่วยเหลือด้วยการติดต่อกับหน่วยงานหรือศูนย์ให้คำปรึกษาต่าง ๆ ได้

หากคุณรู้สึกซึมเศร้าให้ปรึกษากับแพทย์ผู้ดูแลเพื่อขอคำแนะนำและรับการรักษาเพิ่มเติมตามความจำเป็น

โรคโรซาเชียที่ดวงตา

โรคโรซาเชียที่ส่งผลกับดวงตาจะนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับตามากมาย ซึ่งบางอย่างเป็นเรื่องร้ายแรง โดยภาวะนี้มีอาการทั่วไปดังนี้: รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้าตา ตาแห้ง ตาระคายเคืองและมีจุดเลือด เปลือกตาอักเสบ

โรคโรซาเชียสามารถเกิดขึ้นที่กระจกตาซึ่งเป็นชั้นใสที่อยู่ข้างหน้าลูกตาจนมีอาการอักเสบและเสียหายได้ (กระจกตาอักเสบ) ความเสียหายนี้จะทำให้กระจกตาอ่อนไหวต่อการเกิดแผลและการติดเชื้อซึ่งจะส่งผลร้ายต่อการมองเห็นของคุณได้

อาการของปัญหาที่กระจกตามีดังนี้: ปวดตา ดวงตาไวต่อแสง การมองเห็นเสื่อมโทรม

ให้ติดต่อแพทย์หรือไปยังศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน (A&E) ทันทีหากคุณมีปัญหากับกระจกตา

หากไม่รีบทำการรักษาภาวะกระจกตาอักเสบกับจักษุแพทย์จะทำให้คุณมีความเสี่ยงต่อปัญหาสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

อาการร้อนวูบวาบ

อาการร้อนวูบวาบของโรคโรซาเชียคืออาการที่ผิวหนังของคุณเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือประมาณไม่กี่นาที มักจะเกิดขึ้นบนใบหน้า แต่ก็สามารถลามไปยังคอและหน้าอกได้

ในบางกรณี อาการผิวแดงนี้อาจพ่วงมาด้วยความรู้สึกร้อนผิดปกติ สำหรับอาการร้อนวูบวาบจากโรคโรซาเชียนั้นมักจะเกิดตามสิ่งเร้าบางอย่างเช่นเมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ หลังดื่มเครื่องดื่มร้อน ๆ หรือระหว่างออกกำลังกาย เป็นต้น

ใบหน้าแดง

อาการใบหน้าแดงจากโรคโรซาเชียจะมีหน้าตาคล้ายคุณกำลังเขินหรือปื้นจากแดดเผาที่ไม่ยอมหายไปเอง หรืออาจมีลักษณะคล้ายการบวมจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปทำให้คนที่เป็นโรคโรซาเชียมักถูกคนรอบข้างมองว่ากำลังเมาอยู่

อาการแดงนี้มักจะเกิดขึ้นบนแก้ม จมูก และคาง แต่ก็สามารถลามไปยังส่วนอื่นได้อย่างเช่นหน้าผาก คอ และหน้าอก

เส้นเลือดเด่นชัด

เส้นเลือดภายใต้ผิวหนังของคุณจะเกิดการขยายตัวถาวรและทำให้มองเห็นจากภายนอกได้ง่ายขึ้น ทางการแพทย์จะเรียกภาวะเช่นนี้ว่าภาวะเส้นเลือดฝอยขยายตัว

สิวที่เป็นตุ่มนูน

หากคุณเป็นผู้ป่วยโรคโรซาเชีย คุณอาจจะมีตุ่มแดงและตุ่มหนองเกิดขึ้นบนผิวหนังของคุณ

จุดดังกล่าวมักจะปรากฏออกมาบนใบหน้าคล้ายกับสิว ซึ่งสิวที่เกิดจากโรคนี้จะแตกต่างจากสิวปกติ สิวจากโรคโรซาเชียจะไม่มีหัวดำ และผิวหนังผู้ป่วยจะไม่มันแต่แห้งและลอก อีกทั้งจุดจากโรซาเชียจะไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

ผิวหนังหนาตัวขึ้น

สำหรับผู้ป่วยโรซาเชียรุนแรงจะมีผิวหนังหนาตัวและทำให้มีเนื้อเยื่อมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณจมูก ทำให้ผู้ป่วยมีจมูกโตขึ้น (ไรโนฟิมา)

ภาวะไรโนฟิมาเป็นภาวะที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก มักจะเกิดขึ้นกับกรณีที่เป็นโรคโรซาเชียรุนแรงหลายปี และแทบทุกกรณีจะเกิดกับผู้ชาย

สาเหตุของโรคโรซาเชีย

สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโรซาเชียยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ก็เชื่อกันว่ามีปัจจัยมากมายที่อาจส่งเสริมให้เกิดโรคนี้ขึ้น คาดกันว่าปัจจัยเหล่านี้จะต้องผสมกันจนทำให้เกิดโรค กระนั้นก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้ได้

โดยปัจจัยหลักที่คาดว่าส่งผลต่อการเกิดโรคมีดังนี้:

ความผิดปกติของหลอดเลือด

หลายคนเชื่อว่าความผิดปรกติของหลอดเลือดที่ใบหน้าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเกิดโรคโรซาเชียขึ้น ซึ่งปัจจัยข้อนี้จะอธิบายอาการร้อนวูบวาบ ใบหน้าแดง และเส้นเลือดเด่นชัดขึ้นได้

ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุของความผิดปรกตินี้ แต่ก็เชื่อกันว่าแสงอาทิตย์อาจมีส่วนต่อการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อยืดหยุ่นได้ของผิวหนังและการขยายตัวของเส้นเลือด

เปปไทด์ผิวหนัง

งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบสิ่งกระตุ้นภายนอกอย่างแสงอัลตราไวโอเล็ต (UV) อาหารรสเผ็ด แอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะไวน์แดง) การออกกำลังกาย ความเครียด ความร้อน และความเย็นทำให้เกิดปฏิกิริยากับโมเลกุลภายในผิวหนังที่เรียกว่าเปปไทด์

การเพิ่มขึ้นของระดับเปปไทด์อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันหรือระบบประสาทกับหลอดเลือดของผิวหนัง ปฏิกิริยาที่เกิดกับระบบเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ผิวหนังแดง และการอักเสบขึ้น

ตัวเห็บขนาดจิ๋ว

เห็บขนาดเล็กที่เรียกว่า demodex folliculorum ที่มักอาศัยอยู่บนผิวหนังมนุษย์โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ  อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคโรซาเชียขึ้น

ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรทำให้เห็บเหล่านี้ส่งผลต่อโรคโรซาเชีย แต่ก็มีงานวิจัยที่กล่าวว่าอาการของโรคอาจเกิดมาจากปฏิกิริยาของผิวหนังที่มีต่อของเสียของแมลงเหล่านี้

แบคทีเรีย Helicobacter pylori

แบคทีเรีย Helicobacter pylori เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในระบบย่อยอาหาร มีงานวิจัยที่กล่าวว่าแบคทีเรียดังกล่าวทำให้เกิดโรคโรซาเชียขึ้น แม้จะไม่มีข้อพิสูจน์ใด ๆ ก็ตาม

มีทฤษฎีที่กล่าวว่าแบคทีเรียตัวนี้กระตุ้นให้กระบวนการผลิตโปรตีนที่เรียกว่า bradykinin มากขึ้นจนทำให้หลอดเลือดขยายตัว

พันธุกรรม

โรคโรซาเชียสามารถส่งต่อกันผ่านสายครอบครัวได้แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่ามียีนตัวไหนเป็นต้นเหตุ หรือภาวะโรคมีการส่งต่อกันอย่างไร

สิ่งกระตุ้นโรคโรซาเชีย

ผู้ป่วยโรคโรคซาเชียหลายรายจะมีสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการของพวกเขาทรุดลงซึ่งมักจะไม่เกี่ยวข้องกับโรคโดยตรง แต่ละคนจะมีสิ่งกระตุ้นดังกล่าวแตกต่างกันออกไป สิ่งเร้าที่พบได้บ่อยครั้งดังนี้: แสงอาทิตย์ ความเครียด สภาพอากาศที่ร้อนหรือหนาว ลมแรง การออกกำลังกายรุนแรง แอลกอฮอล์ การอาบน้ำร้อน อาหารรสเผ็ด เครื่องดื่มร้อน ความชื้น คาเฟอีน ภาวะหมดประจำเดือน ผลิตภัณฑ์นม ภาวะสุขภาพอื่น ๆ ยาบางประเภท เช่นอะมิโอดาโรน ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ การใช้วิตามิน B6 กับ B12 ในขนาดสูง

การรักษาโรคโรซาเชีย

แม้ว่าโรคโรซาเชียจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็มีการรักษามากมายที่สามารถใช้ควบคุมอาการได้

โดยมากมักต้องใช้การรักษาระยะยาว และคุณอาจประสบกับช่วงที่อาการดีขึ้นจนสามารถหยุดการรักษาได้

ตัวเลือกการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการที่รบกวนชีวิตของคุณมากที่สุด แต่ก็มักจะเป็นหลักการดูแลตนเองพร้อมกับการใช้ยา

หลักการดูแลตนเอง

มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำเพื่อควบคุมอาการของโรคโรซาเชียได้เช่น:

เลี่ยงสิ่งเร้าให้เกิดอาการ: ยกตัวอย่างเช่นการใช้ครีมกันแดดและปกปิดร่างกายจากแสงอาทิตย์

ดูแลผิวหนังของคุณ: ยกตัวอย่างเช่นใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหนังบอบบาง

ใช้เครื่องสำอาง: ปื้นแดงบนใบหน้าอาจดูไม่น่ามอง ซึ่งคุณสามารถใช้เครื่องสำอางเพื่อปกปิดได้

ดูแลความสะอาดของเปลือกตา:  สำหรับกรณีที่ภาวะโรซาเชียส่งผลกับเปลือกตา

การรักษาตุ่มนูนบนใบหน้า

หากคุณมีตุ่มแดงกลมเกิดขึ้นบนใบหน้าจากโรคโรซาเชีย มียาหลายชนิดที่คุณสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการได้

ยาที่สามารถใช้ได้จะมีทั้งยาภายนอก หรือยาที่ใช้ทาบนผิวหนังโดยตรง และยาภายในหรือยาที่ต้องทานเข้าไป

การรักษาภายนอก

ยาใช้ภายนอกที่ใช้กับภาวะโรซาเชียมักต้องให้แพทย์เป็นคนจ่ายให้ ซึ่งมีดังนี้: ครีมหรือเจลเมโทรนิดาโซล ครีมหรือเจลอะเซลาอิก ครีมอิเวอร์เมกทิน

อิเวอร์เมกทินเป็นยาที่ค่อนข้างใหม่แต่ก็มีหลักฐานที่กล่าวว่ายาตัวนี้มีประสิทธิภาพมากและอาจก่อความระคายเคืองน้อยกว่าเมโทรนิดาโซล

คุณอาจต้องใช้ยารักษาภายนอกเพียงหนึ่งหรือสองครั้งต่อวัน และต้องไม่ใช้กับบริเวณรอบดวงตาหรือปาก อีกทั้งกว่าคุณจะสังเกตเห็นผลจากยาว่ามีผลต่ออาการของคุณอย่างไรก็อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

ผลข้างเคียงจากการรักษาภายนอกมีทั้งอาการแสบร้อนหรือเจ็บแปล๊บ คัน และผิวแห้ง

ยาปฏิชีวนะแบบทาน

หากคุณมีอาการของโรคโรซาเชียรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานเพื่อลดอาการบวมที่ผิวหนังแทน

ยาปฏิชีวนะที่มักใช้ในการรักษาโรซาเชียมีทั้งยาเททราไซคลิน ออกซิเททราไซคลิน โดซิไซคลิน และอิไรโทรไมซิน

ยาเหล่านี้มักกำหนดให้ใช้ต่อเนื่อง 4 ถึง 6 สัปดาห์ แต่ก็อาจมีบางกรณีที่แพทย์กำหนดให้ใช้นานกว่านั้นได้หากจุดบนผิวหนังยังคงอยู่ ยกตัวอย่างเช่น แพทย์จะจ่ายแคปซูลโดซิไซคลินขนาดต่ำแก่คุณหากจำต้องมีการทานยาปฏิชีวนะในระยะยาว

ผลข้างเคียงจากยากลุ่มนี้มีดังนี้: รู้สึกไม่สบาย ท้องร่วง ท้องอืดและอาหารไม่ย่อย ปวดท้อง ไม่อยากอาหาร

ยาบางตัวอาจทำให้ผิวหนังอ่อนไหวต่อแสงอาทิตย์และแสงเทียมอื่น ๆ อย่างไฟจากตะเกียงมากขึ้นได้

เช่นเดียวกับยาภายนอกที่ได้อธิบายไปข้างต้น ยาเหล่านี้ถูกกำหนดให้ใช้หนึ่งหรือสองครั้งภายในหนึ่งวัน และคุณอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของร่างกายหลังจากใช้ยาต่อเนื่องหลายสัปดาห์

ยาไอโซเทรทิโนอิน

ยาไอโซเทรทิโนอินเป็นยาที่ใช้รักษาสิวรุนแรง และหากใช้ในขนาดต่ำก็ยังสามารถใช้รักษาภาวะโรซาเชียได้ด้วย

ยาไอโซเทรทิโนอินเป็นยาแรงที่มีผลข้างเคียงมาก และต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้ออกยาให้เท่านั้น

ผลข้างเคียงของยาไอโซเทรทิโนอินมีดังนี้: ผิวหนัง ริมฝีปาก และรูจมูกแตกและแห้ง เปลือกตาหรือตาอักเสบ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ปวดหลัง มีเลือดปนปัสสาวะ อารมณ์เปลี่ยนแปลง

ยาไอโซเทรทิโนอินยังทำให้เกิดความผิดปรกติกับเด็กทารกได้หากใช้ระหว่างการตั้งครรภ์

การรักษาอาการใบหน้าแดง

การรักษาอาการใบหน้าแดงและร้อนวูบวาบที่เกิดจากโรคโรซาเชียมักทำได้ยากกว่าการรักษาตุ่มต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะเดียวกัน

กระนั้นคุณก็สามารถใช้วิธีดูแลตนเองข้างต้นได้ แต่ก็มียาบางประเภทที่สามารถช่วยได้เช่นกัน

ยาบริโมนิดินทาร์เทรต

ยาบริโมนิดินทาร์เทรตเป็นยาใหม่ที่ใช้ในการรักษาอาการใบหน้าแดงจากโรคโรซาเชีย ซึ่งอยู่ในรูปของเจลทาหน้าที่ต้องใช้หนึ่งครั้งต่อวัน

ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ด้วยการจำกัดการขยายตัวของหลอดเลือดที่ใบหน้า ซึ่งงานวิจัยพบว่ายาจะออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาทีหลังใช้ครั้งแรก และจะคงอยู่นานประมาณ 12 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงของยาบริโมนิดินทาร์เทรตมีทั้งอาการคันและแสบร้อนบนตำแหน่งที่ทาเจลลงไป ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้ไม่บ่อยนักมีดังนี้: ปากแห้ง ปวดศีรษะ เจ็บราวกับโดนเข็มแทง ผิวแห้ง

การใช้ยาตัวนี้ถูกพบว่าอาการร้อนวูบวาบสามารถกลับมาซ้ำและแย่กว่าเดิมได้

การรักษาภายใน

มีวิธีการรักษาด้วยยาภายในมากมายซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการแดงจากโรคโรซาเชียได้ ดังนี้: ยาโคลนิดิน: ยาที่ใช้คลายหลอดเลือด beta-blockers: ยาที่ใช้ลดกิจกรรมของหัวใจลง ยาสำหรับภาวะวิตกกังวล: ยาที่ใช้เพื่อทำให้ผู้ป่วยใจเย็นลงและลดอาการหน้าแดงลง

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ายาเหล่านี้สามารถใช้รักษาอาการผิวแดงจากโรคโรซาเชียได้จริง แต่ก็อาจมีการจ่ายให้กับคนไข้โดยที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยกำกับดูแล

การรักษาด้วยพลังงานแสงความเข้มข้นสูง (IPL)

อาการผิวแดงและหลอดเลือดเด่นชัดมักจะดีขึ้นหลังการรักษาด้วยพลังงานแสงความเข้มข้นสูง (IPL) อีกทั้งการรักษาลักษณะนี้ยังช่วยลดอาการร้อนวูบวาบลงอีกด้วย

คนไข้ที่จะเข้ารับการรักษานี้ต้องถูกส่งตัวจากแพทย์ผิวหนังก่อน และบางสถานที่อาจยังไม่มีวิธีรักษาประเภทนี้ ทำให้คุณอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ

การรักษานี้จะใช้เครื่องยิงลำแสงจี้ไปยังหลอดเลือดที่ปรากฏออกมาเด่นชัดบนผิวหนัง ความร้อนจากลำแสงจะทำลายเส้นเลือดที่ขยายตัวออกจนทำให้หดลงจนมองไม่เห็นอีกต่อไป โดยการรักษาเช่นนี้จะทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยความเสียหายเล็กน้อยกับผิวหนังใกล้เคียง

การรักษาด้วยเลเซอร์นี้จะสร้างความเจ็บปวดบ้าง แต่ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาประเภทนี้ส่วนมากจะไม่จำเป็นต้องใช้ยาระงับประสาท

ผลข้างเคียงของการรักษาด้วยลำแสงมีดังนี้: รอยฟกช้ำ สะเก็ดที่ผิวหนัง ผิวหนังบวมแดง เกิดตุ่มหนอง (หายาก) การติดเชื้อ (หายากมาก)

ผลข้างเคียงเหล่ามักจะคงอยู่นานไม่กี่วันและมักไม่เป็นความเสียหายถาวร

การรักษาผิวหนังหนาตัวขึ้น

ผู้ป่วยโรคโรซาเชียจะมีผิวหนังที่จมูกหนาตัวขึ้น ซึ่งจะเรียกว่าภาวะไรโนฟิมา

หากคุณมีภาวะไรโนฟิมารุนแรง แพทย์จะส่งตัวคุณไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกเพื่อพูดคุยกับการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของผิวหนังให้ดีขึ้น

มีการผ่าตัดรักษามากมายที่สามารถกำจัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและปรับแต่งโครงจมูกใหม่ให้ดีขึ้น ซึ่งอาจเป็นวิธีใช้ลำแสง มีดผ่าตัด หรือหัตถการที่ต้องใช้เครื่องจักรชนิดพิเศษก็ได้

การรักษาปัญหาที่ดวงตา

หากภาวะโรซาเชียส่งผลกับดวงตาของคุณ คุณอาจต้องเข้ารับการรักษาอื่น ๆ เพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องใช้ยาหยอดตาหรือขี้ผึ้งหล่อลื่นดวงตาหากมีอาการตาแห้ง หรือใช้วิธีทานยาปฏิชีวนะหากคุณมีเปลือกตาอักเสบ เป็นต้น

หากการรักษาแรกเริ่มไม่มีประสิทธิภาพหรือคุณมีปัญหาอื่น ๆ กับดวงตาเพิ่มขึ้นมา คุณจะถูกส่งไปพบกับจักษุแพทย์เพื่อเข้าประเมินและรับการรักษาอื่น ๆ ต่อไป

การป้องกันโรคโรซาเชีย

หากคุณป่วยเป็นโรคโรซาเชีย มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำเพื่อควบคุมอาการของโรคได้

เลี่ยงสิ่งกระตุ้น

ผู้ป่วยโรคโรซาเชียส่วนมากจะพบว่ามีบางสิ่งที่ทำให้อาการทรุดลง ทำให้การเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านั้นให้มากที่สุดเป็นวิธีลดความรุนแรงและความถี่ของอาการของโรคที่ดีที่สุด

หากคุณไม่มั่นใจว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นอาการของคุณ คุณควรใช้วิธีจดบันทึกเพื่อหาว่าอะไรเป็นตัวฉุดให้เกิดอาการขึ้นมารวมไปถึงกิจกรรมที่คุณทำและอาหารที่คุณทานเข้าไป

ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยว่าเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดอาการของโรซาเชีย

แสงอาทิตย์

มีรายงานหลายฉบับว่าแสงอาทิตย์เป็นสิ่งเร้าให้เกิดอาการของโรซาเชีย คุณควรใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกที่โล่งแจ้ง

ครีมกันแดดที่คุณใช้ควรมีค่า SPF อย่างน้อย 30 อีกทั้งยังควรใช้ครีมกันแดดแบบ broad-spectrum ที่ป้องกัน UVA กับ UVB ได้เช่นกัน

ครีมกันแดดที่ออกแบบมาสำหรับเด็กอาจช่วยลดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ และการปกปิดผิวหนังด้วยเสื้อผ้าหรือหมวกจากแสงแดดก็สามารถช่วยได้

พยายามเลี่ยงการสัมผัสกับแสงอาทิตย์ระหว่างฤดูร้อนโดยเฉพาะในช่วงกลางวันซึ่งเป็นเวลาที่แสงอาทิตย์แรงที่สุด แต่ต้องพึงจำไว้ว่าแสงแดดสามารถแรงได้ในช่วงเช้าและเย็นเช่นกันทำให้คุณควรระมัดระวังกับทุกช่วงเวลา

ความเครียด

ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคโรซาเชียขึ้น หากคุณสามารถควบคุมความเครียดของตนเองได้ คุณก็จะสามารถควบคุมอาการของโรคได้

วิธีการลดความเครียดมีทั้ง:

การเรียนรู้วิธีการผ่อนคลาย อย่างเช่นการฝึกหายใจ การทำสมาธิและโยคะ และการออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงก็อาจทำให้อาการของโรคโรซาเชียทรุดลงได้เช่นกัน คุณควรใช้โปรแกรมออกกำลังแบบความเข้มข้นน้อยอย่างการเดินหรือว่ายน้ำแทนกิจกรรมความเข้มข้นหนักอย่างการวิ่งหรือแอโรบิค

อาหารและเครื่องดื่ม

การวิจัยส่วนมากพบว่าอาหารและเครื่องดื่มก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการของโรคโรซาเชียเช่นกัน โดยเฉพาะอาหารรสเผ็ดและแอลกอฮอล์ คุณอาจลองตัดอาหารประเภทเหล่านี้ออกและสังเกตอาการของคุณก็ได้

แต่ก็มีสารอาหารมากมายนอกจากอาหารข้างต้นที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการของโรซาเชียได้ ดังนั้นคุณจึงควรบันทึกการรับประทานอาหารของคุณไว้เพื่อหาว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นสำหรับกรณีคุณ

อากาศเย็น

พยายามปกปิดจมูกและใบหน้าของคุณด้วยผ้าพันคอเพื่อปกป้องผิวหนังจากอุณหภูมิกับลมที่หนาวเย็น

หากคุณต้องออกไปเจออากาศหนาวเย็นข้างนอก พยายามปกปิดใบหน้าของตนเองด้วยหมวกคลุมศีรษะ

เทคนิคการดูแลผิวหนัง

คำแนะนำต่อไปนี้เป็นเทคนิคดูแลผิวหนังที่อาจสามารถช่วยควบคุมอาการของโรคโรซาเชียได้

ทำความสะอาดผิวหนังของตนเองทุกเช้าและเย็นด้วยน้ำยาทำความสะอาดผิวหนังที่ไม่ก่อความระคายเคือง ไม่มีสบู่ ไม่มีอัลคาไลน์ หรือมีค่า pH ปกติ พยายามเลี่ยงสบู่ที่มีกลิ่นหรือน้ำยาทำความสะอาดผิวหนังที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและซับให้ผิวแห้งสนิทก่อนใช้ยาหรือแต่งหน้า

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหนังบอบบาง

ใช้สารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังหากเริ่มมีอาการปวด

เลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีน้ำมันหรือกันน้ำที่ต้องใช้น้ำยาล้างเครื่องสำอางในการทำความสะอาด ควรใช้เครื่องสำอางที่เป็นน้ำส่วนมากแทน

เลี่ยงการใช้โทนเนอร์ ยาสมานแผล และผลิตภัณฑ์เพื่อใบหน้าและผมที่มีสารก่อความระคายเคืองกับผิวหนังอย่างเช่นแต่งกลิ่นแรง มีแอลกอฮอล์ เมนทอล สารสกัดวิชเฮเซล น้ำมันยูคาลิปตัส น้ำมันกานพลู เปปเปอร์มินต์ โซเดียมลอริลซัลเฟต และลาโนลิน

คุณควรเลี่ยงการใช้สารต่าง ๆ กับผิวหนังโดยที่ไม่มั่นใจกับฤทธิ์ของสารนั้น ๆ คุณสามารถใช้วิธีใช้สารนั้น ๆ ทีละนิดก่อนเพิ่มปริมาณทีละน้อยไปเรื่อย ๆ เพื่อสังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ กับผิวหนัง และควรทำเช่นนี้เมื่อคุณไม่มีอาการจากโรคโรซาเชีย

ผู้ชายควรใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแทนมีดโกนเพื่อลดอาการระคายเคืองของผิวหนัง

ผู้ป่วยโรซาเชียบางคนสามารถใช้วิธีนวดใบหน้าเบา ๆ เพื่อลดบวมได้

ห้ามใช้ครีมสเตียรอยด์ใด ๆ นอกจากแพทย์จะเป็นผู้แนะนำแก่คุณ เพราะยาประเภทนี้อาจทำให้อาการของคุณทรุดลงได้

เครื่องแต่งหน้า

คุณสามารถปกปิดปื้นแดงของผิวหนังได้ด้วยการใช้เครื่องสำอางปกปิดที่ถูกผลิตมาโดยเฉพาะ

สุขอนามัยของเปลือกตา

หากเปลือกตาของคุณมีการอักเสบขึ้นจากภาวะโรซาเชีย คุณควรทำความสะอาดเปลือกตาของคุณทุกวันด้วยน้ำอุ่นพร้อมกับสารทำความสะอาดปริมาณน้อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการ เลี่ยงการแต่งหน้าบริเวณดวงตาเพื่อช่วยลดอาการ แต่หากคุณต้องการปกปิดร่องรอยจากโรคโรซาเชียใกล้ดวงตา พยายามเลือกใช้เครื่องสำอางที่สามารถล้างออกได้ง่ายดายเพื่อให้คุณสามารถทำความสะอาดเปลือกตาของตนเองได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
โรคโรซาเชีย (Rosacea)
โรคโรซาเชีย (Rosacea)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่