มะเร็งหลังโพรงจมูก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 13, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 458,675 คน

คนป่วยเป็นโรคนี้  สังเกตได้จากอาการเจ็บคอบ่อย  คัดจมูกประจำ  มีน้ำมูกปนเลือด  เลือดกำเดาไหลบ่อย  หูอื้อ  ความสามารถในการฟังลดลงในหูข้างใดข้างหนึ่ง  ปวดศรีษะข้างเดียว  บางครั้งบริเวณหน้าผาก  บางครั้งที่ท้ายทอยข้างที่จะเป็นมะเร็ง  ต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านใดด้านหนึ่งโต  ลองคลำที่คอบ่อยๆ ถ้าพบว่ามีก้อนเล็กๆ ชนมือ  หากมีอาการที่กล่าวมา 1-2 อย่างต้องรีบพบแพทย์  เพื่อตรวจหาเชื้อมะเร็งแต่เนิ่นๆ

ผู้ป่วยหญิงอายุ 50 ปี  มีอาการเจ็บคอบ่อย  มักมีเสมหะ  บางครั้งมีเลือดปน  ฝ้าลิ้นเหลืองหนา  ร้อนในบ่อย  คลำพบเม็ดเล็กๆ 2-3 เม็ดข้างหูซ้าย  ติ่งหูกางกว่าหูขวาเล็กน้อย  จึงแนะนำให้ไปตรวจมะเร็งลำคอ

มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นก้อนเนื้อร้ายที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุตั้งแต่จมูกถึงเพดานด้านหลังจมูก  เมื่อดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้เราเป็นหวัด  ไอคออักเสบบ่อย  หรือภูมิแพ้ไอจามเป็นประจำ  รวมถึงการกินอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย  ความร้อนชื้นอุดกั้นเส้นลมปราณปอด

จมูกเป็นประตูด่านแรกของปอด  จึงรับศึกก่อนเพื่อน  ส่วนสาเหตุภายในมาจากภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ

บริเวณนี้เป็นทางผ่านของทางเดินหายใจ  เมื่อ  ชี่ปอด  ไม่คล่อง  แทนที่จะพาชี่ปอดไหลลงล่าง  กลับพาความร้อนไปคั่งที่ส่วนบน  ความร้อนทำให้เลือดกำเดาไหล  ชี่เลือดเดินไม่ดีทำให้แน่นจมูก  นานๆ กลายเป็นก้อนเนื้องอก  ยังเกิดจาก  ชี่ตับอั้น  ดันย้อนขึ้นไปที่สมอง  ไหลมาที่จมูก  ย้อนไปที่ศรีษะทำให้ปวดศรีษะ  หูหนวก  ปากเบี้ยว  ถ้ายินตับไตพร่อง  จะมีอาการหูอื้อเวียนศรีษะ  กินอาหารได้น้อย  นอนไม่หลับ  เหนื่อยเพลีย  ผอม

ในแผนจีน  “มะเร็งลำคอ”  จึงจัดอยู่ในประเภทปอดร้อน  ไฟตับสูงไตพร่อง

อาการที่เห็นชัดคือ

            1.  เลือดกำเดาไหลหรือน้ำมูกปนเลือด  โดยเฉพาะเช้าๆ หลังตื่นนอน

            2.  แน่นจมูก  มักจะตันด้านที่มีก้อนด้านเดียว  หลังสั่งน้ำมูกออกจะโล่งขึ้น

            3.  ปวดศรีษะ  เฉพาะด้านที่มีก้อน

            4.  หูอื้อ  หูหนวก  เป็นอาการเริ่มแรกของมะเร็งลำคอ

            5.  ต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านมีก้อนโต  ตรงติ่งหูนูนโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

            6.  ประสาทถูกทับด้านที่มีก้อน  ทำให้เกิดอาการใบหน้าชา  ความสามารถในการมองเห็นลดลง  เห็นภาพซ้อน  เปลือกตาบนตก  นัยน์ตาขยับไม่ได้  กระทั่งตาบอด  แลบลิ้นยาก  และจะเอียงไปด้านที่มีก้อน  กลืนอาหารลำบาก

การรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก

แพทย์จะไม่ค่อยผ่าตัด  เพราะเป็นบริเวณใบหน้ามีโครงสร้างทางกายวิภาคที่ซับซ้อนและใกล้สมอง  อันตรายมีมาก  อีกทั้งทำให้เสียโฉมได้ง่าย  แต่มีข้อดีว่ามะเร็งชนิดนี้ไวต่อการฉายแสง  ผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกส่วนมากจึงได้รับการฉายแสง  และให้คีโมมากกว่าการผ่าตัด

ลักษณะของมะเร็งโพรงจมูก  เกิดจากปอดร้อน  ไฟตับสูง  ไตยินพร่องที่ทำให้ร้อนอยู่แล้ว  พอให้คีโมและฉายแสง  ความร้ายแรงคือ  ทำลายสารน้ำทำลายชี่  จนเกิดอาการชี่ยินพร่องทั้งคู่  บริเวณที่ถูกฉายแสงจะไหม้  แห้งทำให้ต่อมน้ำลายถูกทำลาย  น้ำลายจึงน้อย  ลิ้นแห้ง  คอแห้ง  ริมฝีปากแห้ง  เจ็บคอมาก  ต่อมรับรสหายไป  ทำให้กินอาหารไม่มีรสชาติ  กินอาหารไม่ลง  และอื่นๆ ตามมา

ด้วยเหตุนี้ระหว่างฉายแสง  ให้คีโม  สามารถใช้ยาจีนที่ช่วยลดร้อน  เพิ่มสารน้ำ  ให้แห้งน้อยลง  แก้เจ็บคอ  รวมถึงทายาสมุนไพรจีน  ช่วยสมานผิวที่ถูกไหม้จากการฉายแสงด้วย

การรักษาด้วยยาจีนแบ่งเป็น 4 ชนิด

  • หนึ่ง เกิดจากปอดร้อนเสมหะคั่ง  ต้องใช้ตำรับดับร้อน  ขับเสมหะ
  • สอง เกิดจากชี่อั้นเสมหะคั่ง  ต้องใช้ตำรับคล่องชี่  ขับเสมหะ
  • สาม พิษไฟเลือดคั่ง  ต้องดับไฟกระจายเลือด
  • สี่ ชี่ยินพร่อง  ต้องใช้ตำรับบำรุงชี่ยินไปพร้อมกัน

มีเพื่อนหญิงคนหนึ่ง  ในช่วงอายุ 72 ปี  มีอาการเจ็บคอบ่อย  เสมหะปนเลือด  น้ำหนักลด  หูขวาอื้อ  ไปตรวจพบก้อนมะเร็งเม็ดเล็กอยู่ในลำคอขวา  ผลชิ้นเนื้อระบุว่าเป็นมะเร็ง  กำลังจะลงมือรักษา  โชคร้ายของเธอเมื่อปี 2554 ประสบภาวะน้ำท่วมโรงพยาบาล  เครื่องฉายแสงใช้ไม่ได้  แม้โรงพยาบาลต้นสังกัดจะส่งเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลไหนก็น้ำท่วมหมดจึงพลาดโอกาสการรักษา

แต่ยังโชคดีที่คุณหมอส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์  ที่นี่รับผิดชอบดีมาก

เบื้องต้นคุณหมอเจาะท้องเพื่อให้อาหารทางช่องท้องก่อน  แล้วให้คีโม 20 กว่าเข็ม  สลับกับการฉายแสง 30 กว่าครั้ง  แม้จะทรมานจากผลข้างเคียงของพิษคีโมและฉายแสงจนไม่สามารถกลืนอาหารได้  ขนาดน้ำลายหรือน้ำยังกลืนยากเลย  ร้อน  อ่อนเพลีย  แต่สารอาหารเข้าทางสายยางทางลำไส้ไม่ได้ขาด  ทำให้เธอมีอาหารเพียงพอ  มีเรี่ยวแรงสู้กับความร้ายกาจของมันได้  ผมไม่เพียงไม่ร่วงแต่ยังขึ้นดกดำกว่าเก่า  สามารถยืนหยัดให้คีโมและฉายแสงไดเจนจบคอร์ส

สิ่งที่ทรมานมากคือ  ปากคอแห้ง  ไม่มีน้ำลาย  จากการฉายแสงทำลายต่อมน้ำลาย  เจ็บคอเพราะเยื่อบุที่คอถูกทำลาย  จนกลืนอะไรไม่ค่อยลง  ต้องค่อยๆ จิบน้ำบ่อยๆ บริเวณที่ฉายแสงไหม้ดำเกรียม  เธอจึงต้องกินยาจีนช่วยเพิ่มสารน้ำแก้เจ็บคอเป็นประจำ

หลังฉายแสงและให้คีโม  เธอยังไม่ถอดสายที่ท้องออก  เพราะยังมีอาการเจ็บคอ  ปากคอแห้งมาก  กินอาหารยังได้ไม่ดีพอ  ผ่านไปเป็นปี  กินข้าวได้ดีขึ้นบ้าง  มีแรงขึ้นบ้างจึงถอดสายออก  จากวันนั้นถึงวันนี้  อายุ 79 แล้วยังไปเที่ยวต่างประเทศ  เดินป่าเขากับลูกหลานได้  ทำงานบ้าน  ทำกับข้าวช่วยเหลือตัวเองได้ทุกอย่าง

นั่นเป็นเพราะความเข้มแข็ง  สู้ชีวิต  ไม่ห่วงกังวลเรื่องเจ็บเรื่องตาย  ทำให้เธอยอมมีชีวิตที่ดีจนทุกวันนี้

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่