การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 27, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถรักษาได้ด้วยยา การผ่าตัด และการทำกายภาพบำบัด

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถเริ่มจากการใช้ยาลดการอักเสบได้ ซึ่งแพทย์มักจะให้ยาลดการอักเสบ ใน 3 กลุ่มหลัก เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ดังนี้

  • Disease-modifying anti-rheumatic drugs (DMARDs)
  • Corticosteroids
  • Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)

DMARDs สำหรับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ยาในกลุ่ม DMARDs แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ในกลุ่มที่สังเคราะห์ขึ้น (Nonbiologic) และในกลุ่มที่ทำมาจากธรรมชาติ (Biologic)

ยาในกลุ่ม Nonbiologic DMARDs สามารถช่วยลดอาการอักเสบของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ไห้ข้อเสื่อมมากขึ้น ซึ่งยาในกลุ่ม DMARDs ที่ใช้บ่อยที่สุด คือ

  • Arava (Leflunomide)
  • Azulfidine (Sulfasalazine)
  • Plaquenil (Hydroxychloroquine)
  • Trexall (Methotrexate)

ส่วนยาในกลุ่มของ Biologic DMARDs นั้นจะไปขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบเป็นผลให้เกิดความเสียหายที่ข้อตามมา ซึ่งยาในกลุ่ม Biologic DMARDs มีดังนี้

  • Actemra (Tocilizumab)
  • Cimzia (Certolizumab)
  • Enbrel (Etanercept)
  • Humira (Adalimumab)
  • Kineret (Anakinra)
  • Orencia (Abatacept)
  • Remicade (Infliximab)
  • Rituxan (Rituximab)
  • Simponi (Golimumab)
  • Tofacitinib (Xeljanz, Jakvinus)

ซึ่งการใช้ยาในกลุ่ม DMARDs นี้จะเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลานาน ซึ่งอาจนานเป็นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนถึงจะเห็นผลชัดเจน ดังนั้น แพทย์อาจให้ใช้ยาชนิดที่สามารถรักษาอาการได้อย่างรวดเร็วและช่วยลดภาวะการอักเสบได้ เช่น ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ และ ยากลุ่ม NSAIDs

Corticosteroids

เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยาในกลุ่ม Corticosteroids เช่น Prednisone และ Prednisolone เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้อย่างมาก แต่มักจะมีผลข้างเคียงมากเช่นเดียวกันจึงไม่ใช้รักษาในระยะยาว ยากลุ่ม NSAIDs ที่มีจำหน่ายทั่วไปที่ร้านขายยา เช่น

  • Aleve (Naproxen sodium)
  • Aspirin
  • Ibuprofen (Advil, Motrin)

และในกลุ่ม NSAIDs ที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เช่น

  • Clinoril (Sulindac)
  • Daypro (Oxaprozin)
  • Diclofenac (Cataflam, Voltaren, Cambia)
  • Diflunisal (Dolobid)
  • Feldene (Piroxicam)
  • Indocin (Indomethacin)
  • Ketoprofen (Orudis, Oruvail)
  • Mobic (Meloxicam)
  • Tolectin (Tolmetin)
  • Trilisate (Choline magnesium trisalicylate)

การทำกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัดจะสอนวิธีการออกกำลังอย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีมากขึ้นและช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น การทำกายภาพบำบัดจะช่วยให้การทำงานของข้อต่อที่มีปัญหาทำงานได้ดีมากขึ้น ซึ่งการทำกายภาพบำบัดดังกล่าวจะช่วยในการเรียนรู้วิธีที่จะช่วยให้คุณหายจากภาวะเครียดจากความเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ นักกายภาพบำบัดอาจใช้เฝือกอ่อนเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและลดอาการเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ

การผ่าตัดข้อต่อ

เมื่อมีการทำลายบริเวณข้อต่อ ทางเลือกเดียวที่จะช่วยให้ข้อต่อคุณกลับมาทำงานได้เช่นเดิม คือ การรักษาโดยการผ่าตัด ศัลย์แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อ

  • ตัดส่วนของเยื่อบุข้อต่อที่มีการอักเสบบางส่วนหรือตัดออกทั้งหมด (Synovectomy)
  • เย็บซ่อมเพื่อทำให้บริเวณเยื่อพังผืด (Fibrous tissue) และเอ็นยึดกล้ามเนื้อและกระดูก (Tendon) ที่หย่อนหรือได้รับความเสียหายนั้นตึงแน่นมากขึ้น
  • นำข้อต่อมาเชื่อมกัน (Arthrodesis) เพื่อให้ส่วนที่มีรูปร่างโค้งงอหรือผิดรูปไปกลับมาเรียงตัวปกติและอยู่ในตำแหน่งมั่นคง
  • นำข้อเทียม ซึ่งทำมาจากพลาสติก เซรามิก หรือเหล็ก มาใส่แทนบริเวณข้อต่อที่เสียหาย (Arthroplasty)

การรักษาด้วยตนเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการรักษาตัวที่บ้านสามารถช่วยลดอาการโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และช่วยให้กลับมาทำงานได้ดีมากขึ้น ซึ่งการรักษาดังกล่าว มีดังนี้

  • มีการศึกษาทางแพทย์พบว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อนั้นยืดหยุ่นและจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อช่วยพยุงข้อต่อมากขึ้น
  • ประคบเย็นหรือประคบร้อนซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บปวดบริเวณข้อ
  • ทาขี้ผึ้งหรือครีมชนิดร้อนที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาจะช่วยลดอาการปวดลงได้
  • เรียนรู้วิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายเพื่อช่วยให้คุณสามารถรับมือกับอาการปวดได้
  • หาอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณทำกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น เช่น ที่จับส้อม ที่เปิดขวด และที่แกะกระดุมเสื้อ
  • เข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์เพื่อให้คุณมีอารมณ์ดี

วิธีการรักษาอื่นๆ

ก่อนทำการรักษาเสริมหรือเลือกวิธีการรักษาอื่นๆ เพิ่มเติมนั้น ควรที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ดีเสียก่อน มีงานวิจัยสำหรับการรักษาทางเลือกอื่นๆ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าแท้จริงแล้วสามารถรักษาโรคนี้ได้หรือไม่ ซึ่งการรักษาทางเลือกอื่นๆ มีดังนี้

  • รับประทานอาหารเสริมซึ่งมีส่วนประกอบเป็นไขมันจากพีช เช่น น้ำมันโบราณ พริมโรส หรือผลแบล็คเคอร์แรนท์
  • อาหารเสริมน้ำมันตับปลา
  • อาหารเสริมที่มีขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรสเผ็ดที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบได้
  • ธารีบำบัด (Hydrotherapy) คือ การฉีดน้ำแร่
  • การฝังเข็ม
  • อาหารเสริมชนิดพิเศษ
  • การฝึกไท่เก๊
  • โยคะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่