การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถรักษาได้ด้วยยา การผ่าตัด และการทำกายภาพบำบัด

การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถเริ่มจากการใช้ยาลดการอักเสบได้ ซึ่งแพทย์มักจะให้ยาลดการอักเสบ ใน 3 กลุ่มหลัก เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ดังนี้

  • Disease-modifying anti-rheumatic drugs (DMARDs)
  • Corticosteroids
  • Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs)

DMARDs สำหรับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ยาในกลุ่ม DMARDs แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ในกลุ่มที่สังเคราะห์ขึ้น (Nonbiologic) และในกลุ่มที่ทำมาจากธรรมชาติ (Biologic)

ยาในกลุ่ม Nonbiologic DMARDs สามารถช่วยลดอาการอักเสบของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ไห้ข้อเสื่อมมากขึ้น ซึ่งยาในกลุ่ม DMARDs ที่ใช้บ่อยที่สุด คือ

  • Arava (Leflunomide)
  • Azulfidine (Sulfasalazine)
  • Plaquenil (Hydroxychloroquine)
  • Trexall (Methotrexate)

ส่วนยาในกลุ่มของ Biologic DMARDs นั้นจะไปขัดขวางการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบเป็นผลให้เกิดความเสียหายที่ข้อตามมา ซึ่งยาในกลุ่ม Biologic DMARDs มีดังนี้

  • Actemra (Tocilizumab)
  • Cimzia (Certolizumab)
  • Enbrel (Etanercept)
  • Humira (Adalimumab)
  • Kineret (Anakinra)
  • Orencia (Abatacept)
  • Remicade (Infliximab)
  • Rituxan (Rituximab)
  • Simponi (Golimumab)
  • Tofacitinib (Xeljanz, Jakvinus)

ซึ่งการใช้ยาในกลุ่ม DMARDs นี้จะเป็นการรักษาที่ใช้ระยะเวลานาน ซึ่งอาจนานเป็นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนถึงจะเห็นผลชัดเจน ดังนั้น แพทย์อาจให้ใช้ยาชนิดที่สามารถรักษาอาการได้อย่างรวดเร็วและช่วยลดภาวะการอักเสบได้ เช่น ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตอรอยด์ และ ยากลุ่ม NSAIDs

Corticosteroids

เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยาในกลุ่ม Corticosteroids เช่น Prednisone และ Prednisolone เป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบได้อย่างมาก แต่มักจะมีผลข้างเคียงมากเช่นเดียวกันจึงไม่ใช้รักษาในระยะยาว ยากลุ่ม NSAIDs ที่มีจำหน่ายทั่วไปที่ร้านขายยา เช่น

  • Aleve (Naproxen sodium)
  • Aspirin
  • Ibuprofen (Advil, Motrin)

และในกลุ่ม NSAIDs ที่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ เช่น

  • Clinoril (Sulindac)
  • Daypro (Oxaprozin)
  • Diclofenac (Cataflam, Voltaren, Cambia)
  • Diflunisal (Dolobid)
  • Feldene (Piroxicam)
  • Indocin (Indomethacin)
  • Ketoprofen (Orudis, Oruvail)
  • Mobic (Meloxicam)
  • Tolectin (Tolmetin)
  • Trilisate (Choline magnesium trisalicylate)

การทำกายภาพบำบัด

นักกายภาพบำบัดจะสอนวิธีการออกกำลังอย่างถูกต้องเพื่อช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดีมากขึ้นและช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น การทำกายภาพบำบัดจะช่วยให้การทำงานของข้อต่อที่มีปัญหาทำงานได้ดีมากขึ้น ซึ่งการทำกายภาพบำบัดดังกล่าวจะช่วยในการเรียนรู้วิธีที่จะช่วยให้คุณหายจากภาวะเครียดจากความเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ นักกายภาพบำบัดอาจใช้เฝือกอ่อนเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงและลดอาการเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ

การผ่าตัดข้อต่อ

เมื่อมีการทำลายบริเวณข้อต่อ ทางเลือกเดียวที่จะช่วยให้ข้อต่อคุณกลับมาทำงานได้เช่นเดิม คือ การรักษาโดยการผ่าตัด ศัลย์แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อ

  • ตัดส่วนของเยื่อบุข้อต่อที่มีการอักเสบบางส่วนหรือตัดออกทั้งหมด (Synovectomy)
  • เย็บซ่อมเพื่อทำให้บริเวณเยื่อพังผืด (Fibrous tissue) และเอ็นยึดกล้ามเนื้อและกระดูก (Tendon) ที่หย่อนหรือได้รับความเสียหายนั้นตึงแน่นมากขึ้น
  • นำข้อต่อมาเชื่อมกัน (Arthrodesis) เพื่อให้ส่วนที่มีรูปร่างโค้งงอหรือผิดรูปไปกลับมาเรียงตัวปกติและอยู่ในตำแหน่งมั่นคง
  • นำข้อเทียม ซึ่งทำมาจากพลาสติก เซรามิก หรือเหล็ก มาใส่แทนบริเวณข้อต่อที่เสียหาย (Arthroplasty)

การรักษาด้วยตนเอง

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการรักษาตัวที่บ้านสามารถช่วยลดอาการโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และช่วยให้กลับมาทำงานได้ดีมากขึ้น ซึ่งการรักษาดังกล่าว มีดังนี้

  • มีการศึกษาทางแพทย์พบว่าการออกกำลังกายจะช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อนั้นยืดหยุ่นและจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อช่วยพยุงข้อต่อมากขึ้น
  • ประคบเย็นหรือประคบร้อนซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บปวดบริเวณข้อ
  • ทาขี้ผึ้งหรือครีมชนิดร้อนที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาจะช่วยลดอาการปวดลงได้
  • เรียนรู้วิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลายเพื่อช่วยให้คุณสามารถรับมือกับอาการปวดได้
  • หาอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณทำกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น เช่น ที่จับส้อม ที่เปิดขวด และที่แกะกระดุมเสื้อ
  • เข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์เพื่อให้คุณมีอารมณ์ดี

วิธีการรักษาอื่นๆ

ก่อนทำการรักษาเสริมหรือเลือกวิธีการรักษาอื่นๆ เพิ่มเติมนั้น ควรที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ดีเสียก่อน มีงานวิจัยสำหรับการรักษาทางเลือกอื่นๆ แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าแท้จริงแล้วสามารถรักษาโรคนี้ได้หรือไม่ ซึ่งการรักษาทางเลือกอื่นๆ มีดังนี้

  • รับประทานอาหารเสริมซึ่งมีส่วนประกอบเป็นไขมันจากพีช เช่น น้ำมันโบราณ พริมโรส หรือผลแบล็คเคอร์แรนท์
  • อาหารเสริมน้ำมันตับปลา
  • อาหารเสริมที่มีขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรสเผ็ดที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบได้
  • ธารีบำบัด (Hydrotherapy) คือ การฉีดน้ำแร่
  • การฝังเข็ม
  • อาหารเสริมชนิดพิเศษ
  • การฝึกไท่เก๊
  • โยคะ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่