ยา

การบรรเทาอาการปวดท้องด้วยยา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การบรรเทาอาการปวดท้องด้วยยา

อาการปวดท้องเป็นอาการปวดตั้งแต่บริเวณใต้กระบังลมมาจนถึงบริเวณเชิงกราน อาจปวดในบริเวณกว้างหรือเฉพาะบริเวณ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุและอาจเป็นอาการแสดงของโรคอื่นที่ร่างกายกำลังเป็นอยู่ ดังนั้นการใช้ยาได้ให้ผลจึงต้องทราบเบื้องต้นว่าอาการปวดท้องนั้น เกิดจากสาเหตุอะไร และมีความรุนแรงในระดับใด เพราะการใช้ยาที่ไม่ตรงกับสาเหตุของโรคนอกจากจะไม่บรรเทาอาการของโรคแล้ว อาจทำให้โรคแท้จริงที่กำลังเป็นอยู่ดำเนินไปโดยไม่ได้รับการรักษาและรุนแรงขึ้น การพบแพทย์จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในกรณีรักษาด้วยยาเบื้องต้นแล้วอาการปวดท้องยังไม่ทุเลาลงภายใน 2 สัปดาห์ การใช้ยาในเบื้องต้นนั้นผู้ป่วยจึงควรสังเกตว่าสาเหตุเบื้องต้นของอาการปวดท้องนั้นเกิดจากอะไร

อาการปวดท้องหลังรับประทานอาหาร

หากเป็นการปวดท้องหลังรับประทานอาหารได้สักครู่ อาจเป็นไปได้ว่า อาการปวดท้องนั้นเกิดจากกรดเกินในกระเพาะอาหาร ยาที่บรรเทาอาการกรดเกิน คือ ยากลุ่มยาลดกรด ที่จะช่วยสะเทินกรดในกระเพาะให้อยู่ในสภาวะกรดด่างที่เป็นกลาง ผลข้างเคียงของยาลดกรดที่มีแมกนีเซียม (magnesium) เป็นส่วนประกอบคือ อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ และยาลดกรดที่มีอลูมิเนียม (aluminum) เป็นส่วนประกอบอาจะทำให้เกิดอาการท้องผูก กลุ่มผู้ที่ต้องระวังการใช้ยาลดกรด คือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจวาย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่ควบคุมการรับประทานโซเดียม เนื่องจากยาลดกรดมีส่วนประกอบของเกลือโซเดียมในปริมาณสูง เนื่องจากโซเดียมจะดึงน้ำเข้ามาในกระแสเลือดมากขึ้น ปริมาณเลือดที่สูงขึ้นอาจทำให้เกิดการกำเริบของโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจ นอกจากนี้การใช้ยาลดกรดใช้เพื่อสะเทินกรดในกระเพาะอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารหรืออาการมีลมในทางเดินอาหารได้ และไม่ควรใช้ยาลดกรดต่อเนื่องนานเกิน 2 สัปดาห์

หากเป็นการปวดท้องที่เกิดจากความรู้สึกท้องอืด แน่นท้องเหมือนมีลมอยู่ในท้อง ยากลุ่มไซเมธิโคน(simethicone) จะช่วยลดแรงตึงผิวของแก๊ส ทำให้แก๊สที่รวมตัวกันในท้องกระจายตัวจากแรงบีบของกระเพาะอาหารและขับออกง่ายขึ้น โดยปกติไม่ค่อยพบอาการข้างเคียงของการใช้ยาในกลุ่มนี้

อาการปวดท้องจากท้องผูก

การสะสมของอุจจาระในทางเดินอาหารอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องได้ สังเกตตนเองได้จากการเริ่มมีปัญหาในเรื่องการขับถ่ายไม่เป็นปกติ ยาที่ใช้สำหรับอาการท้องผูกคือกลุ่มยาระบาย (laxative) ซึ่งมีหลายกลุ่มตามกลไกการออกฤทธิ์ ยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในการใช้คือ ยาระบายกลุ่ม bulk laxative ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบรรเทาอาการท้องผูกในขั้นต้น เนื่องจากยาไม่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและมีผลข้างเคียงของการใช้ยาต่ำ สามารถใช้ยาได้ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ ยาจะช่วยให้เกิดการดูดน้ำในลำไส้และขับอุจจาระออกมาได้ง่ายขึ้น ยาในกลุ่มนี้เช่น มูซิลิน (mucilin) ไม่ควรใช้ยาระบายกลุ่มกระตุ้นระบบทางเดินอาหาร (stimulant) เช่น เซนนา (senna) มะขามแขก น้ำมันละหุ่ง ไบซะโคดิล (bisacodyl) เมื่อท้องผูกที่มีอาการปวดท้องร่วมด้วย

อาการปวดท้องจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เชื้อที่ติดมีความแตกต่างกันในแต่ละแหล่งที่มาของโรค ดังนั้นแล้วหากอาการปวดท้องมีอาการท้องเสียร่วมด้วย สิ่งที่ผู้ป่วยควรทำคือการรับประทานเกลือแร่ชนิดผงผสมน้ำสำหรับอาการท้องเสียเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายมารับประทานเพื่อรักษาอาการด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อให้คำแนะนำในการรักษาอย่างเหมาะสม ถ้าหากมีอาการเหลวถ่ายเป็นเลือดควรปรึกษาแพทย์ทันที

หากมีการปวดบริเวณท้องในรูปแบบอื่น ยาพาราเซตามอล อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ แต่ยาไม่ได้รักษาที่ต้นตอของอาการปวดท้อง และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาลดการอักเสบกลุ่ม NSAID เนื่องจากตัวยาสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้

สาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง

นอกจากสาเหตุที่พบได้บ่อยข้างต้นแล้ว โรคอื่นที่อาจเป็นสาเหตุของการปวดท้องเฉียบพลัน เช่น การอักเสบของระบบอวัยวะในระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เลือดเป็นกรดจากกรดแลคติก (lactic acidosis) หรือแบบเรื้อรัง เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร โรคกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome) ซิสที่รังไข่ เกิดก้อนนิ่ว หรืออาการปวดท้องแบบค่อยดำเนินไปอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อาจเกิดจากมะเร็งได้เช่นกัน

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

โดยส่วนมากแล้วอาการปวดท้องจะไม่ปวดต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานและไม่ค่อยรุนแรง แต่หากอาการปวดท้องมีอาการรุนแรงมากขึ้นหรือมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป ไม่ควรซื้อยามารับประทานเพื่อรักษาอาการด้วยตนเอง

  • อาการปวดท้องอย่างรุนแรง
  • มีไข้
  • ท้องเสีย หรือท้องผูกต่อเนื่อง
  • อุจจาระเป็นเลือด
  • คลื่นไส้ อาเจียนต่อเนื่อง
  • อาเจียนเป็นเลือด
  • น้ำหนักลด
  • ผิวเหลืองต่างจากสีผิวปกติ (สัญญาณบ่งบอกของดีซ่าน)
  • มีอาการเจ็บรุนแรงเมื่อเอามือกดที่ช่องท้อง
  • ท้องโตกว่าปกติ

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่