โภชนาการ

หลักการจัดอาหารลดโซเดียมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
หลักการจัดอาหารลดโซเดียมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

หลักการจัดอาหารลดโซเดียมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

อาหารปกติทั่วไปที่รับประทานจะมีโซเดียมอยู่ประมาณ 3,000-6,000 มิลลิกรัมซึ่งเท่ากับเกลือแกง (NaCl) ประมาณ 2-3 ช้อนชา (8-15 กรัม) ดังนั้นอาหารลดโซเดียม (low sodium diet) คือ การจัดอาหารและเครื่องดื่มรวมทั้งเครื่องปรุงรสและอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยบริโภคในหนึ่งวันให้มีปริมาณโซเดียมน้อยกว่าที่คนปกติได้รับ อาหารลดโซเดียมหรือจำกัดโซเดียมนอกจากจะเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงแล้ว ยังจัดให้สำหรับผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ป่วยโรคตับแข็ง เป็นต้น อาจจำเป็นต้องได้รับอาหารชนิดนี้ในการบำบัดรักษาโรคเช่นกัน ปริมาณโซเดียมที่จำกัดขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ป่วยในการที่จะรักษาความสมดุลของโซเดียมและน้ำในร่างกายไว้ได้

  1. ลักษณะของอาหารลดโซเดียม

    อาหารลดโซเดียม มีลักษณะไม่แตกต่างไปจากอาหารทั่วไปของโรงพยาบาลเพียงแต่ปริมาณของโซเดียมเท่านั้นทีแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะทราบจากการชิมอาหารเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ลักษณะการจัดการลดโซเดียมให้กับผู้ป่วยจัดตามระดับความรุนแรงของโรคความดันโลหิตสูงได้ดังนี้

    • อาหารที่ไม่เติมเกลืออีกเมื่อปรุงเสร็จ เป็นอาหารที่มีโซเดียมประมาณ 4 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 174 มิลลิอิควิวาเลนต์ (4,002 มิลลิกรัมโซเดียม) การปรุงอาหารสามารถใช้เกลือหรือน้ำปลา หรือซีอิ๊วได้เล็กน้อย เพื่อให้อาหารมีรสบ้าง โดยใช้เกลือได้ประมาณ 3 ช้อนชาต่อวัน แต่ไม่มีการเติมเกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วอีกเมื่อปรุงอาหารเสร็จหรือขณะจะรับประทาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง เช่น อาหารกระป๋อง ไข่เค็ม หมูเค็ม ของหมักดอง ไส้กรอก กุนเชียง แหนม หมูยอ แฮม เป็นต้น

      ปริมาณโซเดียมในระดับนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเล็กน้อย (mild hypertension) หรือมีค่าความดันต่ำสุดอยู่ระหว่าง 90-104 มิลลิเมตรปรอท

    • อาหารลดโซเดียมเล็กน้อย (mild sodium restriction) เป็นอาหารที่ให้โซเดียมประมาณ 2-3 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 87-130 มิลลิอิควิวาเลนต์ (2,001-2,990 มิลลิกรัมโซเดียม) โดยให้ใส่เกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วในอาหารได้ประมาณ 2 ช้อนชาต่อวัน และเมื่อปรุงอาหารเสร็จจะไม่มีการเติมเกลือลงในอาหารอีก ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มหรืออาหารที่มีโซเดียมมากทุกชนิด เช่น เต้าเจี้ยว น้ำบูดู ปลาร้า ซอสชูรส ผงกันบูด (sodium benzoate) กะปิ ปลาเค็ม ไข่เค็ม อาหารกระป๋อง และอาหารหมักดองต่าง ๆ

      ปริมาณโซเดียมในระดับนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงระดับปานกลาง (moderate hypertension) หรือค่าความดันต่ำสุดอยู่ระหว่าง 105-119 มิลลิเมตรปรอท

    • อาหารลดโซเดียมปานกลาง (moderate sodium restriction) เป็นอาหารที่ให้มีโซเดียมได้ประมาณ 1 กรัมต่อวัน หรือ 43.5 มิลลิอิควิวาเลนต์ (1,000.5 มิลลิกรัมโซเดียม) โดยไม่มีการเติมเครื่องชูรสเค็ม เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว หรือผงชูรส ทั้งในขณะปรุงอาหารหรือขณะจะรับประทานและมีการจำกัดให้ผู้ป่วยดื่มนมได้ไม่เกิน 2 ส่วนต่อวัน ควรรับประทานผักที่มีโซเดียมต่ำและควรจำกัดอาหารจำพวกแป้ง ขนมเค้ก และคุกกี้

      การลดโซเดียมในอาหารระดับนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวและผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงรุนแรง (severe hypertension) หรือค่าความดันต่ำสุดอยู่ระหว่าง 120-130 มิลลิเมตรปรอท

    • อาหารลดโซเดียมมาก (severe sodium restriction) เป็นอาหารที่ให้โซเดียมได้ประมาณ 500 มิลลิกรัมต่อวัน หรือ 22 มิลลิอิควิวาเลนต์ อาหารประเภทนี้นอกจากจะไม่เติมเครื่องชูรส เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว หรือผงชูรสทั้งในขณะปรุงอาหาร ขณะรับประทานอาหาร และต้องจำกัดให้ผู้ป่วยดื่มนมได้ไม่เกิน 1 ส่วนต่อวัน และงดอาหารที่มีโซเดียมต่าง ๆ ได้แก่ ขนมปัง ผักที่มีโซเดียมสูง เนย หรือเนยเทียม

      การลดโซเดียมในอาหารระดับนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว และท้องมานจากภาวะตับแข็ง ทั้งนี้การลดโซเดียม 500 มิลลิกรัมต่อวัน ไม่ควรกำหนดให้นานกว่า 2-3 วัน

  2. แหล่ของโซเดียมในอาหาร

    โซเดียมมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติทั่วไป มีมากที่สุดในเกลือแกง และอาหารที่ปรุงแต่งด้วยเกลือ แหล่งโซเดียมที่สำคัญมี ดังนี้

    1. เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ (sodium chloride : NaCl) คือ เกลือที่ใช้ในการปรุงอาหาร เพื่อให้อาหารนั้นมีรสเค็ม โดยเกลือ 1 ช้อนชา หนักประมาณ 5 กรัม มีโซเดียมอยู่ประมาณ 2,000 มิลลิกรัม ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งลดหรือจำกัดโซเดียมสามารถใช้เกลือในการปรุงอาหารได้แต่ต้องใช้ในปริมาณที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด
    2. เครื่องปรุงรสที่มีรสเค็มอย่างเดียว เช่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊ว เป็นต้น เครื่องปรุงรสเหล่านี้มีปริมาณของเกลือเป็นส่วนประกอบมาก ถ้าเป็นน้ำปลาที่อิ่มตัวด้วยเกลือจะมีเกลือประมาณร้อยละ 35 คือน้ำปลา 3 ช้อนชา จะมีเกลืออยู่ประมาณ 1 ช้อนชา ดังนั้นถ้าต้องการใช้น้ำปลาแทนเกลือสามารถคำนวณเทียบส่วนได้ เช่น ถ้าผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้ใช้เกลือได้ 1 ช้อนชา สามารถเปลี่ยนเป็นได้ปลาได้ 3 ช้อนชา เป็นต้น หรืออาจคำนวณหาโซเดียมจากเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ๆโยเทียบกับฉลากโภชนาการที่มีการบอกปริมาณโซเดียมในหนึ่งหน่วยบริโภค เช่น ข้อมูลจากฉลากโภชนาการของซอสปรุงรสตราแม็กกี้ 1 หน่วยบริโภค ( 1 ช้อนชา ) มีโซเดียม 350 มิลลิกรัม เป็นต้น
    3. เครื่องปรุงรสที่มีหลายรสรวมกัน ซึ่งจะมีรสเค็มรวมอยู่ด้วย เช่น ซอสไก่งวง ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มไก่ เป็นต้น เครื่องปรุงเหล่านี้มีเกลือเป็นส่วนประกอบ ซึ่งผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับอาหารลดโซเดียมหรือจำกัดโซเดียม ควรคำนวณหาปริมาณโซเดียมที่ได้จากเครื่องปรุงรสนั้น ๆ  ด้วย
    4. อาหารที่ใช้เกลือในการถนอมอาหาร อาหารกลุ่มนี้มีรสเค็มจัด เช่น ปลาเค็ม กุ้งแห้ง ปูเค็ม กะปิ ปลาร้า หัวไชโป๊ บ๊วยเค็ม เป็นต้น และอาหารบางชนิดที่มีรสเค็มและมีการปรุงน้ำตาลให้มีรสหวานร่วมด้วย เช่น ปลาหวาน หัวผักกาดหวาน เนื้อหวาน เป็นต้น อาหารในกลุ่มนี้ผู้ป่วยที่จำกัดโซเดียมไม่ควรบริโภค เนื่องจากไม่ทราบว่าในอาหารแต่ละชนิดมีปริมาณโซเดียมอยู่เท่าไร
    5. สารปรุงแต่งอาหารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบ แม้ไม่ให้รสเค็ม ประกอบด้วย
      • โมโนโซเดียมกลูตาเมตหรือผงชูรส ซึ่งมีโซเดียมอยู่ประมาณร้อยละ 14 โดยน้ำหนัก อาหารที่มีการปรุงรสด้วยผงชูรสจึงเป็นแหล่งของโซเดียมด้วย เช่น ซุปผง ซุปก้อนที่มีส่วนประกอบทั้งเกลือและผงชูรสอยู่เป็นจำนวนมาก สำหรับขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ พบว่ามีส่วนผสมของผงชูรสเช่นเดียวกัน ดังนั้นในการเตรียมอาหารหรือปรุงอาหารให้กับผู้ป่วยที่จำกัดโซเดียมต้องระวังเป็นพิเศษ
      •  โซดาอบขนม (baking soda : sodium bicarbonate : NaHCO3) เป็นสารปรุงแต่งที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ขนมอบ และเป็นส่วนประกอบในผงฟูที่นิยมนำไปใช้ในการทำเค้ก คุกกี้ ซึ่งโซเดียมไบคาร์บอเนตมีโซเดียมอยู่ประมาณร้อยละ 27 ดังนั้นในผู้ป่วยที่จำกัดโซเดียมอาจต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคผลิตภัณฑ์ขนมอบ
      • โซเดียมเบนโซเอต (sodium benzoate) หรือสารกันบูด มีโซเดียมเป็นองค์ประกอบเช่นเดียวกัน แต่ปริมาณที่ใช้ในอาหารนั้นน้อยมาก เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้สามารถใช้สารกันบูดได้เดียง 1 ใน 10,000 ส่วนโดยน้ำหนักเท่านั้น ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยที่ไม่จำกัดโซเดียมมากไม่จำเป็นต้องคำนวณ แต่ในผู้ป่วยที่มีการลดหรือจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวดควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ใช้สารกันบูด
      • โซเดียมซัลไฟต์ (sodium sulphite) ใช้ในการฟอกสีผลไม้อบแห้ง เพื่อป้องกันการเกิดสีคล้ำ ดังนั้นในผลไม้อบแห้งมีโซเดียมซัลไฟต์อยู่ ผู้ป่วยที่ต้องจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวดควรหลีกเลี่ยงผลไม้อบแห้ง
    6. น้ำและเครื่องดื่ม น้ำจากแหล่งธรรมชาติ ได้แก่ น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ คลอง ลำธาร มีปริมาณโซเดียมอยู่บ้าง ยกเว้นน้ำทะเล สำหรับในน้ำประปาถ้ามีปริมาณโซเดียมเกินกว่า 40 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ผู้ที่ลดหรือจำกัดโซเดียมในระดับเข้มงวดควรงดการนำน้ำประปามาดื่มหรือนำมาประกอบอาหาร และเลือกใช้น้ำกลั่นหรือน้ำฝนแทน สำหรับน้ำแร่ พบว่า น้ำแร่บางแห่งมีสารประกอบไบคาร์บอเนต และในเครื่องดื่มเกลือแร่ มีโซเดียมประมาณ 20-40 มิลลิอิควิวาเลนต์ (460-920 มิลลิกรัมโซเดียม) ต่อเครื่องดื่ม 1 ลิตร ดังนั้นผู้ป่วยที่จำกัดโซเดียมจึงไม่ควรดื่ม ส่วนเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้คั้นสดไม่ควรเติมเกลือลงไป (พัทธนันท์, 2555)

    7. อาหารตามธรรมชาติ ในอาหารตามธรรมชาติทั่วไป พบว่า มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบซึ่งปกติอยู่ในอาหารจำพวกสัตว์มากกว่าพืช และไม่มีรสเค็มให้รู้สึกว่ามีโซเดียม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่