ความรู้สุขภาพ

ความสำคัญของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ความสำคัญของจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดง

การวัดจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงมักจะวัดกันด้วยจำนวนที่มีในปริมาตรของน้ำเลือดขนาด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรและมีรายละเอียดดังนี้

1. รูปแบบ

การแสดงจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงมันจะเขียนว่า

RBC count...........million/cu.mm.

หรือเป็นตัวเลขค่าเดียวกันกับ

RBC count............. 106/ µL

หมายเหตุ คำว่า RBC count คือ red blood cell count ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่าจำนวนนับเซลล์เม็ดเลือดแดง

2. ค่าปกติ RBC count

ค่าปกติของ RBC count อาจมีความแตกต่างกันได้ตามเกณฑ์อายุและเพศดังนี้

  • ชาย = 4.2 - 5.4 106/ µL
  • หญิง =  3.6 - 5.0 106/ µL
  • เด็ก =  4.6 - 4.8 106/ µL

3. ค่า RBC count สูงกว่าเกณฑ์ปกติ

สาเหตุ

อาจเกิดจากสาเหตุ ดังนี้...

  • ร่างกายขาดน้ำก็ย่อมมีผลทำให้มีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงต่อปริมาตรน้ำเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรมีระดับสูงขึ้นหรือแปลว่าน้ำเลือดข้นขึ้น
  • ร่างกายอาจขาดออกซิเจนเช่นการอยู่ในที่สูงเช่นอยู่บนยอด ภูเขาเป็นเวลานานเพราะความบางหรือความจางของออกซิเจนก็จะทำให้ร่างกายได้ออกซิเจนไม่พอใช้จึงผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงให้ทั่วทุกเซลล์ในร่างกายอย่างเพียงพอให้จงได้ อาการที่ร่างกายได้ออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ไม่ว่ากรณีใดเช่นนี้. มีศัพท์เรียกเป็นการเฉพาะว่า ไฮป๊อกเซีย (hypoxia)
  • อาจจะเกิดจากโรคเลือดที่ผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงมากเกินปกติ มีศัพท์แพทย์เรียกโรคชนิดนี้ว่า "polycythemia vera"

การแก้ไขขั้นต้น

  • ในกรณีร่างกายขาดน้ำ ก็จำเป็นต้องรีบดื่มน้ำเพื่อให้ร่างกายมีเลือดที่ลดความเข้มข้นลงหรือในกรณีที่อยู่ในที่สูงซึ่งขาดออกซิเจนอย่างผิดปกติก็ควรกลับลงมาจากที่สูงนั้นในไม่ช้าไม่นานร่างกายก็จะคืนกลับสู่สภาพที่สมดุล เซลล์เม็ดเลือดแดงก็จะลดจำนวนลงสู่ระดับปกติ
  • ในกรณีอย่างนี้ ประชาชนในประเทศภูฏานซึ่งอยู่ในดินแดนที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากจึงย่อมมีออกซิเจนเบาบางแต่ร่างกายของผู้คนในประเทศนี้นั้นจะเคยชินกับสภาวการณ์เช่นนั้นมาตั้งแต่ลืมตาดูโลกในการนี้ย่อมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แปลว่าองค์พระราชาธิบดีจิกมีและประชากรของพระองค์ย่อมไม่เกิดอาการไฮป๊อกเซีย และการมีเซลล์เม็ดเลือดแดงสูงก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรืออาการผิดปกติแต่อย่างใด
  • สำหรับร่างกายของผู้ใดที่เริ่มเกิดมีเม็ดเลือดแดงสูงขึ้นอย่างผิดปกติต่อเนื่อง จนอาจเป็นเหตุทำให้โรคเม็ดเลือดคั่งเรื้อรังที่ปอด (chronic obstructive lung disease) หรือโรคหัวใจล้มเหลวเพราะเลือดคั่ง (congestive heart failure) ซึ่งหลวงมีอันตรายถึงชีวิตจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาจากแพทย์โดยไม่ชักช้าและไม่ควรละเลยเป็นอันขาด

นี่คือประโยชน์จากการเจาะเลือดตรวจค่า CBC

4. ค่า RBC count ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ

สาเหตุ

  • อาจเกิดสภาวะโลหิตจาง(anemia) ย่อมแสดงอาการซีดเซียว อ่อนเพลีย หายใจสั้นถี่ หมดเรี่ยวแรง
  • สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งอาจถ่ายทอดมาจากกรรมพันธุ์หรือเกิดจากไขกระดูก (bone marrow) ซึ่งเซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดแดงมาน้อยเกินไปนับเป็นโรคเลือดอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "erythroblastopenia"
  • สำหรับบางคนสภาวะเม็ดเลือดแดงมีจำนวนต่ำกว่าปกติอาจเกิดขึ้นภายหลังจากการรักษาโรคอื่นด้วยยาบางชนิด หรือรังสีบำบัด (radiation therapy)จนอาจทำให้ไปยับยั้งฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งจากไปชื่อ "อีรินโธรปอยเอติน" (erythropoietin) ซึ่งมีหน้าที่ปกติให้ต้องไปกระตุ้นไขกระดูกเพื่อผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงโดยต่อเนื่องเมื่อฮอร์โมนตัวนี้ถูกยับยั้งก็ย่อมมีผลทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงมีจำนวนลดต่ำลง
  • ในบางกรณีที่เซลล์เม็ดเลือดแดงลดจำนวนลงจากเดิมที่เคยมีอยู่ในระดับปกติโดยไม่ได้รับยาหรือรังสีบำบัดใดใดก็อาจมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากโรคไต (kidney disease) อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ที่เป็นสาเหตุทำให้ส่งฮอร์โมนอีริทโธรปอยเอติน ไปกระตุ้นไขกระดูกได้น้อยกว่าปกติ โดยเหตุนี้เซลล์เม็ดเลือดแดงจึงถูกผลิตออกมาได้น้อยจนตรวจพบได้

สรุปว่าหากตรวจพบว่า เลือดมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงต่ำกว่าปกติ ก็โปรดอย่าได้มองข้ามโรคไต ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญด้วยเหมือนกัน  นอกจากที่กล่าวในข้อที่ผ่านมาแล้วอาจเกิดจากการเสียเลือด (bleeding) หรือเกิดจากโรคมะเร็งไขกระดูก (bone marrow malignancy) หรือเม็ดเลือดแดงอาจถูกทำลายจากภูมิต้านทาน (antibodies) โรคใดโรคหนึ่งก็ได้

การแก้ไขขั้นต้น

  • สำหรับกรณีตามข้อ 4 สาเหตุที่ 3 เมื่อหยุดการรับยาหรือการรับรังสีบำบัดเมื่อใด ฮอร์โมนอีริทโธรปอยเอติน มันก็ควรเริ่มกลับไปทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกตามปกติเมื่อนั้นเซลล์เม็ดเลือดแดงก็น่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นสู่ระดับปกติ
  • จำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงส่วนมากอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าเกณฑ์ปกติในบางกรณีอาจเกิดจากการขาดแร่ธาตุหรือสารอาหารบางอย่างในร่างกายก็ได้กล่าวคือ หากมีแต่เซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดเล็กอาจเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก  หากมีแต่เซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่อาจเกิดจากการขาดวิตามินบี 12 และ/หรือกรดฟอริก (folic acid) สำหรับกรณีการมีแต่จำนวนของเซลล์เม็ดเลือดแดงขนาดใหญ่เกินขนาดนั้นอาจก่อให้เกิดโรคเรื่องร้ายแรงอย่างหนึ่งที่เรียกว่า "pernicious anemia" (โรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง)
  • สำหรับกรณีอื่นนั้นคงจำเป็นต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านตรวจและรักษาตามอาการและสาเหตุต่อไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ