Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การกินเพื่อสุขภาพ

เหตุผลที่ทำให้หนังศีรษะของคุณคัน

แจกแจงสาเหตุของอาการคันศีรษะ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 16 ม.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
เหตุผลที่ทำให้หนังศีรษะของคุณคัน

หลายคนอาจคิดว่าอาการคันศีรษะเป็นอาการไม่ร้ายแรง และเกิดได้จากสาเหตุทั่วๆ ไป เช่น ฝุ่นละออง แชมพูที่ใช้ หรือสภาพอากาศ ซึ่งความจริงแล้วอาการคันศีรษะสามารถบอกอาการและสัญญาณของโรคบางอย่างที่เกิดขึ้นกับหนังศีรษะของคุณได้ 

มีโรคภัยมากมายที่ส่งผลให้คุณเกิดอาการคันศีรษะได้ และส่วนมากเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาให้หายด้วย ก่อนที่อาการจะลุกลามหนักขึ้น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ใครที่มีผื่นแพ้หรือผิวหนังอักเสบที่ไม่หายสักที

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 180934156

1. เหา

"เหา" เป็นแมลงตัวเล็กๆ ที่เกาะตัวติดกับเส้นผม สามารถพบได้ในลักษณะเป็นไข่เล็กๆ ที่เกาะตามเส้นผม คุณอาจสับสนระหว่างไข่เหากับรังแค แต่เมื่อไหร่ที่คุณพบเหาตัวเต็มวัยกำลังเคลื่อนที่ไปรอบๆ ศีรษะ นั่นก็แสดงว่าคุณเป็นเหาอย่างแน่นอน

คุณสามารถใช้วิธีทางกายภาพเพื่อกำจัดเหาได้ และคุณอาจลองใช้แชมพูธรรมชาติ หรือตัวกำจัดเหาจากธรรมชาติได้ แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อกำจัดเหาก็คือ ยาฆ่าแมลงอย่างไพรีทรินส์ (Pyrethrin) และเพอร์เมทริน (Permethrin) ซึ่งขึ้นอยู่กับความต้านทานของหนังศีรษะของคุณด้วย และการโกนผมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ง่ายสำหรับเด็กผู้ชาย

2. หิด

หิดสามารถก่อให้เกิดอาการคันไม่เพียงแค่หนังศีรษะเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้ทั่วร่างกายเลยทีเดียว โดยโรคหิด เป็นการรุกรานของ “ตัวไร” (Sarcoptes scabiei var. hominis) ซึ่งกระบวนการรุกรานของมันคือ ไรหิดเพศเมียตัวเต็มวัยขุดโพรงในชั้นบนของผิวหนังที่มันอาศัยอยู่ และวางไข่ในนั้น

ไรหิดส่วนมากจะติดต่อได้จากการสัมผัสผิวหนังของผู้ที่ติดเชื้อแล้วโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งบ่อยครั้งที่หิดในผู้ใหญ่จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่หิดก็สามารถแพร่กระจายโดยไม่ผ่านการติดต่อทางเพศได้เช่นกัน เช่น ในสภาวะที่แออัดอย่างภายในบ้านหรือครัวเรือน สถานพยาบาล สถานบำบัดดูแล สถานรับเลี้ยงเด็ก และในเรือนจำ

3. รังแค

รังแคเป็นอีกตัวสร้างปัญหาอันดับต้นๆ ของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะ จะเกิดขึ้นกับคนทั่วไปประมาณ 40% โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยน และรังแกยังเกิดขึ้นได้กับคนที่มีอาการเครียด หรือจากการเพิ่มน้ำตาลในมื้ออาหาร หรือถ้าให้เฉพาะเจาะจงโรคมากกว่านั้นก็คือ โรคต่อมไขมันอักเสบ ซึ่งจัดว่าเป็นรูปแบบที่รุนแรงของรังแค โดยโรคนี้มีสาเหตุมาจากปฏิกิริยาของร่างกายที่รุนแรงเกินไปต่อยีสต์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง 

ยารักษารังแคที่วางขายตามท้องตลาดจะได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของกรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) และผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา เช่น คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) หรือเซเลเนียม ซัลไฟด์ (Selenium Sulfide) ส่วนยาจากธรรมชาติสำหรับการรักษารังแคจะได้แก่ น้ำมันจากต้นชา (Tea tree oil

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🩺โรคมะเร็ง... ตรวจก่อน ป้องกันได้ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ดูเเพ็กเกจได้ที่นี่ เริ่มต้นเพียง 1,425 บาท

🧬 เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่า คือการเป็นมะเร็งระยะลุกลามแบบไม่รู้ตัว

Internal ad

หากยารักษาที่มีขายทั่วไปไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์ผิวหนังที่ได้รับการรับรอง และไม่เพียงแต่จ่ายยาสเตียรอยด์ต้านการอักเสบเท่านั้น แต่ต้องสามารถวิเคราะห์ได้ด้วยว่ามีสภาวะอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดอาการนี้ด้วยหรือไม่

4. ปฏิกิริยาจากการแพ้

หากคุณเพิ่งย้อมสีผมมาหมาดๆ เป็นไปได้ว่าคุณจะพบอาการแพ้จากสีย้อม แม้ว่าคุณจะเคยใช้ผลิตภัณฑ์มาก่อนโดยไม่มีอาการแพ้ใดๆ เพราะคนเราสามารถมีปฏิกิริยากับอะไรก็ตามที่ใส่ลงบนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นแชมพูหรือยาย้อมผม 

เพื่อระบุผลิตภัณฑ์หรือส่วนประกอบที่เป็นตัวการของอาการแพ้ ให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ทีละอย่างเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์แทนที่จะใช้หลายๆ ตัวในเวลาเดียวกัน และในระหว่างที่หนังศีรษะกำลังฟื้นตัว ควรเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์สูตรที่อ่อนโยนและสำหรับผิวบอบบางเท่านั้น

5. โรคสะเก็ดเงิน หรือผิวหนังอักเสบ

อาการคันศีรษะอาจมีสาเหตุจากภาวะการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ หรือเรียกอีกชื่อได้ว่า "ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง" โรคผิวหนังอักเสบสามารถพบได้บนหนังศีรษะของเด็กเล็กด้วย ส่วนโรคสะเก็ดเงินมักเกิดบนหนังศีรษะในผู้ใหญ่มากกว่า ภาวะเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณแพ้ต่อผิวหนัง ซึ่งนำไปสู่การเกิดปื้นแดง แห้งแตกเป็นขุย และคันเป็นหย่อมๆ

ลักษณะของโรคสะเก็ดเงินจะดูคล้ายกับรังแค แต่มักหนากว่าและหนังศีรษะจะแดง ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีเดียวกับการรักษารังแค 

สำหรับการรักษาทั้งผิวหนังอักเสบและโรคสะเก็ดเงิน แนะนำให้รักษาด้วยวิธีต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🩺โรคมะเร็ง... ตรวจก่อน ป้องกันได้ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ดูเเพ็กเกจได้ที่นี่ เริ่มต้นเพียง 1,425 บาท

🧬 เพราะสิ่งที่น่ากลัวกว่า คือการเป็นมะเร็งระยะลุกลามแบบไม่รู้ตัว

Internal ad
  • ใช้สเตียรอยด์เฉพาะจุด 
  • ใช้สารที่โครงสร้างคล้ายวิตามินดี หรือแอลฟาแคลซิดอล (Alfacalcidol) 
  • น้ำมันถ่านหิน 
  • กรดซาลิไซลิค 
  • เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) 
  • การบำบัดด้วยแสง
  • สารที่กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ในกรณีที่รุนแรง

6. ถูกแดดเผา

หากคุณต้องออกไปข้างนอกทั้งวันโดยที่ลืมสวมหมวก และหนังศีรษะถูกแดดเผา หรือโดนแดดแรงๆ เป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดอาการคันได้ ให้บรรเทาด้วยการอาบน้ำเย็นๆ จากนั้นใช้ครีมไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) ทา และอย่าลืมใส่หมวก ใส่แว่นตา รวมถึงทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านในครั้งต่อไปด้วย

7. หนังศีรษะแห้ง

ช่วงฤดูหนาวอาจมาพร้อมกับอากาศแห้ง ไม่ว่าจะอากาศเย็นภายนอก หรืออากาศอบอุ่นภายในบ้านก็เป็นสาเหตุทำให้หนังศีรษะของคุณแห้งได้ และจะเริ่มเกิดอาการคัน วิธีบรรเทาหนังศีรษะแห้งที่สามารถทำได้คือ การลองใช้ครีมนวดผมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น หรือการหมักผมและหนังศีรษะสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือคุณอาจลองเติมน้ำตาลลงในแชมพูที่ใช้อยู่

8. ความสกปรกและเหงื่อ

เมื่อคุณสระผมไม่บ่อยมากพอ ความมันตามธรรมชาติ ความสกปรกจากฝุ่นละอองภายนอก และสารตกค้างจากผลิตภัณฑ์จะสะสมบนรากผมและหนังศีรษะ ทำให้คุณเกิดอาการคัน
คุณควรทราบไว้ว่า ผิวหนังของศีรษะนั้นคล้ายกับผิวหน้า และต้องการการชำระล้างที่ไม่แตกต่างกันนัก การสระผมวันเว้นวันจึงเป็นสิ่งที่แนะนำให้ทุกคนทำตาม หากคุณคิดว่าเส้นผมคุณแห้งเกินกว่าจะสระบ่อยๆ ได้ ให้ก้มศีรษะลงบนซิงค์และเน้นสระเฉพาะส่วนโคนผม นวดถูหนังศีรษะและโคนผมด้วยแชมพู และให้แน่ใจว่าเป็นฟองดีแล้วก่อนล้างออก เพื่อชำระความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกออกไป

การเล่นกีฬาก็เช่นเดียวกัน หนังศีรษะคุณอาจคันได้จากการละเลยการอาบน้ำหลังเล่นกีฬา เมื่อเหงื่อบนหนังศีรษะแห้ง ก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองและรู้สึกคันได้ วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ สระผมทุกครั้งที่เหงื่อออกหรือหลังออกกำลังกาย

9. โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย

โรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย (Rosacea) โดยปกติจะพบเป็นแถบ หรือปื้นแดงและบางครั้งก็เป็นตุ่มบนใบหน้า มักเกิดที่บริเวณแก้ม คาง และจมูก รวมถึงที่หนังศีรษะเช่นกัน โดยจะทำให้เกิดอาการคัน และรู้สึกแสบร้อน โรคโรซาเซียจะขยายลุกลามได้เมื่อโดนความร้อน หลังทานอาหารเผ็ดร้อน หรืออาหารและเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน หรืออาจเป็นผลมาจากอารมณ์ตึงเครียดได้เช่นกัน

10. ปุ่มรากผมอักเสบ

ถ้าหนังศีรษะของคุณมีสิ่งที่ดูเหมือนตุ่มแดงจำนวนมาก โดยมีเส้นผมอยู่กึ่งกลางของแต่ละตุ่ม เป็นไปได้ว่าคุณอาจเป็นปุ่มรากผมอักเสบ (Folliculitis) ซึ่งในตุ่มอาจมีหนองอยู่ และทำให้รู้สึกคันหรือแสบร้อนร่วมด้วย เมื่อตุ่มเหล่านั้นแตกออก จะมีหนองหรือเลือดไหลออกมา หรือมีทั้ง 2 อย่าง 

หรือหากคุณแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่นเมื่อประมาณ 72 ชั่วโมงก่อนหน้า คุณอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ปุ่มรากผมอักเสบจากอ่างน้ำร้อน (Hot tub folliculitis)” ซึ่งอาจมาพร้อมกับไข้อ่อนๆ และท้องไส้ปั่นป่วน ซึ่งโดยส่วนมากอาการจะหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ถึง 10 วัน

การรักษาปุ่มรากผมอักเสบสามารถทำได้โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดต้านแบคทีเรีย แต่หากไม่ดีขึ้น คุณอาจจำเป็นต้องทานยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย

11. เชื้อรา

การติดเชื้อรา สามารถทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะได้เช่นกัน และเป็นการติดเชื้อราคนละแบบกับรังแค โดยอาจเกิดจากมีความชื้นหลงเหลืออยู่บนหนังศีรษะเป็นเวลานานเกินไป และเชื้อราจะไม่ตอบสนองต่อการรักษาใดๆ นอกจากยาต้านเชื้อราชนิดรับประทาน ซึ่งมีเพียงแพทย์เท่านั้นที่สั่งจ่ายได้ 

หากคุณมีปื้นแดง ตกสะเก็ดเรื้อรังและมีหนอง แสดงว่าคุณมีแนวโน้มที่หนังศีรษะจะติดเชื้อรา ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

12. โรคกลาก

โรคกลากที่หนังศีรษะ (Tinea capitis) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยของอาการคันศีรษะในเด็ก ชื่อของโรคอาจฟังดูน่ารังเกียจ แต่ความจริงเป็นเพียงการติดเชื้อราอีกชนิดเท่านั้น ซึ่งจะเกิดได้ทั้งบนหนังศีรษะและส่วนอื่นๆ ของร่างกายด้วย
ลักษณะของโรคกลากจะเป็นผื่นแดง เป็นสะเก็ด และบางครั้งก็มีอาการคันร่วมด้วย จำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดรับประทานเพื่อให้แทรกเข้าไปยังเส้นผมได้ และโรคกลากก็อาจทำให้เกิดผมร่วงชั่วคราวในเด็กได้

13. การรวบผมแน่นเกินไป

การรวบผมจนตึงสามารถทำให้ผมร่วงและคันศีรษะได้เช่นกัน เพราะการรวบผมขึ้นไปตลอดวัน หรือทำผมทรงที่รัดแน่นหนังศีรษะหรือหนักเกินไป เช่น ถักเปีย รวบเป็นบัน ยืด และดัดลอน อาจนำพาให้เกิดรากผมอักเสบ เกิดความตึงเครียด และมีรอยแผลเป็นเมื่อเวลาผ่านไป และนำไปสู่การมีผมบางผมร่วงได้ นอกจากนี้ ทรงผมแบบนี้ยังดึงรั้งเส้นผมและเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อรอบๆ ไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ สร้างความเจ็บปวดให้หนังศีรษะและอาจรู้สึกคันเมื่อปล่อยผมลงมา

วิธีแก้สามารถทำได้ง่ายๆ คือให้ทำทรงผมหลวมๆ เป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการทำทรงผมแน่นๆ บ่อยๆ หรืออาจปล่อยผมบ้างและลองเปลี่ยนทรงผมให้หลากหลายภายในแต่ละสัปดาห์ดู

14. ผมร่วงเป็นหย่อม

อีกสาเหตุหนึ่งของทั้งอาการคันศีรษะและผมร่วง คือ โรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันแพ้ต่อผมของคุณ และสร้างเซลล์บางชนิดขึ้นมาเพื่อปกป้องตนเอง ผู้ป่วยจะเริ่มมีจุดศีรษะล้านเล็กๆ หรือในกรณีที่รุนแรง อาจต้องเจอกับผมร่วงโดยสมบูรณ์ 

หนึ่งในสัญญาณที่พบไวที่สุดของโรคผมร่วงเป็นหย่อม คืออาการคันที่หนังศีรษะ ถ้าการคันศีรษะของคุณมาพร้อมกับผมร่วง ซึ่งไม่เข้าข่ายโรคกลาก หรือเกิดจากการจัดแต่งทรงผม (Traction  alopecia หรือภาวะผมร่วงที่เกิดจากการดึงรั้งผม) ให้ไปพบแพทย์ผิวหนังที่ได้รับการรับรองเพื่อให้วินิจฉัยและประเมินโดยเร็ว

15. โรคผิวหนังเรื้อรังจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ 

อีกสาเหตุของอาการคันศีรษะและผมร่วงที่พบได้น้อยมาก คือ โรคผิวหนังเรื้อรังจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ (Lichen Planopilaris) โดยจะส่งผลให้เกิดขนร่วงถาวรกระจายเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะบนหนังศีรษะ 

16. โรค Sarcoidosis

อีกสาเหตุที่พบได้ไม่มากนักของอาการคันศีรษะ คือ โรคซาร์คอยโดสิส (Sarcoidosis) ซึ่งเป็นผลมาจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารบางอย่างที่ไม่ทราบชนิด ซึ่งส่วนมากเป็นสิ่งที่สูดดมเข้าไปในอากาศ และโรคนี้ยังหมายถึงการเจริญเติบโตของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบกลุ่มเล็กๆ ที่เรียกว่า "เซลล์แกรนูลโลมา" (Granuloma) ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากพบตนเองมีอาการคันหนังศีรษะ อย่าเพิ่งสันนิษฐานไปก่อนว่าเป็น Sarcoidosis ยกเว้นจะปรากฏอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่

  • เมื่อยล้า
  • มีไข้
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • น้ำหนักลด
  • ไอแห้งๆ เรื้อรัง
  • หายใจสั้นและถี่
  • หายใจหอบ มีเสียงวีดเมื่อหายใจ
  • เจ็บหน้าอก
  • มีผื่นแดง หรือมีตุ่มบวมแดงคล้ำถึงม่วง มักเกิดบริเวณหน้าแข้งหรือข้อเท้า และจะมีลักษณะร้อนผ่าว อ่อนนุ่มเมื่อสัมผัส
  • มีแผลเปื่อย (รอยของโรค) บนจมูก แก้ม และหู
  • บางบริเวณของผิวหนังมีสีเข้มขึ้น หรือจางลง
  • ตาพร่ามัว
  • ไวต่อแสง

17. อาการคันศีรษะจากภาวะหลอน

อาการคันหนังศีรษะไม่ได้มีสาเหตุมาจากด้านร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่สามารถถูกกระตุ้นหรือถูกทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วยสิ่งปลุกเร้าทางจิตใจได้เช่นกัน และอาการนี้ยังเป็นอาการที่แสดงถึงปัญหาทางจิตที่อยู่ภายใจของผู้ป่วยได้ เราสามารถเรียกอาการนี้ได้ว่า "สัมผัสที่ผิดปกติบนหนังศีรษะ" (Scalp dysesthesia) และอาการนี้ยังผลกระทบมาจากอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้เช่นกัน ซึ่งจะพบมากในผู้ป่วยสูงอายุ วิธีการรักษาหลักๆ คือการให้ยาบรรเทาโรคซึมเศร้าในปริมาณน้อยๆ 

18. โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังส่วนคอ

อาการคันศีรษะอาจเป็นสัญญาณของโรคกระดูกสันหลังคอเสื่อมได้เช่นกัน โดยมีความเกี่ยวข้องกับอาการตึงเครียดเรื้อรังและการกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาท สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) 

การรักษาอาจได้แก่ การใช้ยากาบาเพนติน (Gabapentin) ซึ่งเป็นยาที่ใช้สำหรับอาการปวดเส้นประสาท และอาจมีประโยชน์ในการบรรเทาอาการที่เกี่ยวข้องกับวัยหมดประจำเดือนด้วย หรือจะเป็นวิธีการฉีดโบท็อกซ์ และการฉีดเนื้อเยื่อหุ้มสมองชั้นดูรา

19. โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus)

โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Lupus) เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อต้านร่างกายของตนเองชนิดรุนแรง ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการคันได้เช่นเดียวกัน การวินิจฉัยโรคนี้อาจเป็นการตัดชิ้นผิวหนังมาตรวจสอบ และโรคนี้ยังเกี่ยวข้องกับอาการอื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่ 

  • อาการข้ออักเสบ 
  • ตาไวต่อแสง 
  • มีแผลเปื่อยในช่องปากและตามผิวหนัง 
  • ปวดตามข้อต่อ 

20. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เป็นกรณีที่พบน้อยมากๆ โดยหนังศีรษะที่คันอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่เรียกว่า "คิวทาเนียส ทีเซล ลิมโฟมา" (Cutaneous T-Cell Lymphoma) โดยอาการคันในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มักจะรุนแรง และมาพร้อมกับผื่นกับอาการต่อมน้ำเหลืองโต มักเกิดกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และในผู้ที่อายุสูงกว่า 50 ปี 

การวินิจฉัยโรคนี้อาจเช่นเดียวกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง คือ การตัดชิ้นผิวหนังมาตรวจสอบ หรือเป็นการตรวจเลือด

21. มะเร็งผิวหนัง

เป็นอีกกรณีที่พบได้น้อยมากเช่นกัน ที่อาการคันศีรษะจะเกิดจากแผลหรือรอยโรคของมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา (Melanoma) ซึ่งจะมีความรุนแรงกว่ามะเร็งผิวหนังชนิดอื่น หากหนังศีรษะของคุณมีอาการคัน ให้ตรวจดูว่าหนังศีรษะมีตุ่มบวมหรือเป็นแผลหรือไม่ หากมีหรือรู้สึกไม่มั่นใจว่าอาการคันศีรษะของตนเองเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหรือไม่ ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยต่อไป

สาเหตุของอาการคันศีรษะมีตั้งแต่สาเหตุเล็กๆ ที่รักษาได้ง่าย ไปจนถึงเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่สามารถลุกลามใหญ่โตได้จนยากจะรักษาให้หายขาด ดังนั้นแม้อาการคันศีรษะจะเป็นเพียงอาการเล็กๆ ที่หลายคนมักละเลยและคิดว่าไม่ร้ายแรงอะไร แต่เพื่อความมั่นใจว่าคุณไม่ได้มีโรคแทรกซ้อนหรืออาการที่รุนแรงใดๆ เมื่อมีอาการคันศีรษะเกิดขึ้น คุณควรไปพบแพทย์เพื่อให้มีการตรวจสอบที่แน่ใจ และหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ว่าอาการคันศีรษะของคุณเกิดจากอะไรกันแน่


20 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
What Can Make Your Scalp Dry and Itchy. WebMD. (https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/features/other-causes)
Top 10 home remedies for an itchy scalp. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/324126)
Do You Have an Itchy Scalp? 5 Common Problems and Fixes. Health Essentials from Cleveland Clinic. (https://health.clevelandclinic.org/itchy-scalp-5-common-problems-and-fixes/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป