ผลของการกินสารหนูในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,064,103 คน

สารพิษที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดในแมว

แม้ว่ายากำจัดหนูต่าง ๆ จะถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าหนูโดยเฉพาะ แต่แมวก็สามารถถูกฆ่าด้วยยาฆ่าหนูเช่นกัน ยากำจัดหนูส่วนมากจะประกอบไปด้วยสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดโดยไปรบกวนการทำงานของวิตามิน K ซึ้งถือเป็นองค์ประกอบหลักของการการแข็งตัวของเลือด เมื่อแมวได้รับในปริมาณที่มากพอจะส่งผลทำให้แมวเสียเลือดทั้งภายในและภายนอก ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำการรักษาจะส่งผลถึงชีวิตแมวได้

สิ่งที่ควรทำการสังเกต

โดยปกติแล้วจะใช้เวลา 2 - 5 วันในการแสดงอาการที่เกี่ยวข้องกับการไม่แข็งตัวของเลือด

  • รอยฟกช้ำ
  • เหงือกซีด
  • ปัสสาวะ อุจจาระ และอาเจียนเป็นเลือด
  • พบเลือดออกจากเหงือก จมูก ทวารหนัก ดวงตาและหู
  • อ่อนแรง ซึม
  • มีการสะสมของเลือดในช่องอกซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการหายใจลำบากได้
  • มีการสะสมเลือดในช่องท้องทำให้ช่องท้องขยาย

สาเหตุหลัก

เกิดจากการที่แมวกินยากำจัดหนูที่มีสารพิษป้องกันการแข็งตัวของเลือดที่ถูกทิ้งไว้อยู่บนพื้น หรืออาจจะเกิดจากการกินหนูที่มีสารพิษอยู่ภายในตัว สารป้องกันการแข็งตัวของเลือดนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ ได้แก่ warfarin brodifacoum และ bromadiolone

การดูแลโดยทันที

  • ให้ติดต่อสัตวแพทย์ หรือ โรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุด โดยเฉพาะถ้าหากพบว่าแมวมีเลือดไหลไม่หยุด
  • ถ้าหากว่าคุณเจ้าของพบหีบห่อหรือฉลากเกี่ยวกับสารพิษให้นำไปให้สัตวแพทย์ด้วย

การวินิจฉัย

ถ้าหากคุณเจ้าของพบเห็นว่ามีหีบห่อยากำจัดหนูอยู่บริเวณใกล้เคียง อาจจะสามารถทำการสงสัยได้ หรือพบว่าแมวมีอาการเลือดไหลออกไม่หยุดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ สัตวแพทย์จะทำการเก็บเลือดไปตรวจเพื่อดูเวลาการแข็งตัว ถ้าหากว่านานกว่าค่าปกติก็อาจวินิจฉัยได้ว่าแมวได้กินสารพิษเข้าไปได้เช่นกัน

แต่อย่างไรก็ตามการตรวจเลือดไม่ใช่เพียงวิธีการเดียวสำหรับการวินิจฉัยหาสารพิษ ถ้าหากสัตวแพทย์มีการสงสัยสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการกินยากำจัดหนู สัตวแพทย์จะทำการสั่งตรวจอื่นๆเพิ่มเติม

การรักษา

ถ้าหากสงสัยว่าแมวมีการกินสารพิษที่ป้องกันการแข็งตัวของเลือดเข้าไปภายใน 2 ชั่วโมงแรก สัตวแพทย์จะรีบทำการกระตุ้นให้แมวอาเจียน และทำการให้สารดูดซับภายใน 12 ชั่วโมงเพื่อดูดซึมสารพิษที่อยู่ภายในลำไส้

ร่วมกับการฉีดวิตามิน K เข้าสู่เส้นเลือด ตามด้วยการให้กินต่ออีก 1-4 สัปดาห์ ซึ่งระยะเวลาการให้วิตามิน K นั้นจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารพิษที่สัตว์ได้รับ

ถ้าหากแมวของคุณมีอาการเลือดออก แมวจะต้องได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการจนกว่าจะอาการคงที่ ถ้าหากมีการเสียเลือดอย่างรุนแรงแมวอาจจะต้องได้รับการถ่ายเลือด และถ้าหากพบปัญหาอื่นแทรกซ้อนก็จะต้องทำการรักษาปัญหาเหล่านั้นร่วมด้วย เช่น ถ้าหากมีอาการเลือดออกในช่องอก แมวจะต้องได้รับการระบายเลือดเหล่านั้นออกจากช่องอกด้วย

สาเหตุอื่น ๆ

ยาของมนุษย์ที่มีส่วนประกอบของสารป้องกันการแข็งตัว เช่น Coumadin®

การจัดการและความเป็นอยู่

เมื่อแมวของคุณอาการคงที่แล้ว คุณสามารถนำกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้โดยสัตวแพทย์จะทำการจ่ายวิตามิน K ชนิดกินให้ด้วย ซึ่งถ้าให้พร้อมกับอาหารกระป๋อง ไขมันภายในอาหารกระป๋องจะช่วยดูดซึมตัววิตตามินด้วย แมวของคุณจะต้องได้รับวิตามิน K ครบตามที่สัตวแพทย์จ่ายให้แม้ว่าแมวของคุณจะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม เนื่องจากร่างกายจะต้องใช้เวลาสักพักในการกำจัดสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด และสัตวแพทย์จะทำการนัดแมวของคุณมาดูอาการอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามค่าเลือด และค่าการแข็งตัวของเลือด

วิตตามิน K ที่สัตว์แพทย์ทำการจ่ายให้นั้นอยู่ในรูปที่มีความเข้มข้นสูง แต่ในทางกลับกันวิตามิน K ที่สามารถหาซื้อได้ตามทั่วไปนั้นจะมีความเข้มข้นเพียงปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการของแมว

การป้องกัน

วิธีที่ดีที่สุด คือ การไม่ใช่ยาฆ่าหนูถ้าหากมีสัตว์เลี้ยงหรือเด็ก ๆ อยู่ภายในบ้าน อาจจะหันไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถกำจัดหนูได้โดยที่ไม่มีสารพิษแทน เราไม่สามารถควบคุมให้เพื่อนบ้านเลิกใช้ยาฆ่าหนูได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องระมัดระวังไม่ให้แมวของเราออกไปนอกบ้านโดยที่ไม่มีคนเฝ้าเด็ดขาด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม