ความรู้สุขภาพ

การตากฝนจะทําให้เป็นหวัดใช่ไหม?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การตากฝนจะทําให้เป็นหวัดใช่ไหม?

ทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว น้ำมูกไหลไม่หยุด หัวซื้อและปวดตุบ ๆ โพรงไซนัสข้างจมูกปวดแน่นจนเหมือนจะระเบิด ตาแดงและคัน ส่วนคอหอยก็ทั้งคัน อยากไอและเจ็บร้าวในเวลาเดียวกัน จะมีความเจ็บป่วยอะไรแย่ไปกว่า “ไข้หวัดธรรมดา” นี่อีกไหม ?

เมื่อพูดถึงการป้องกัน ผมเชื่อว่าคุณก็รู้หมดแล้วเหมือนผมนั่นแหละ ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยคําว่า “อย่า” แล้วแต่ใครจะเจอข้อไหน อย่าตากฝน อย่าเข้านอนทั้งๆ ที่ผมยังเปียก อย่านั่งตากลม อย่าออกไปข้างนอกหนาวๆ โดยไม่สวมเสื้อกันหนาว คุณพอนึกออกแล้วใช่ไหม

คําโบราณเหล่านี้ ถูกส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นหลายชั่วอายุคน ตอนเราเป็น วัยเตาะแตะ ปู่ย่าตายายตลอดจนพ่อแม่ก็เตือนเราอย่างนี้ ครั้นพอเรากลาย เป็นพ่อแม่เองบ้าง ผมต้องห้ามตัวเองแทบแย่ ไม่ให้หลุดปากบ่นลูกชายที่ แต่งตัวไปโรงเรียน ใส่แค่เสื้อยืดชั้นเดียวในวันอากาศเย็นจัด เรื่องพวกนี้หยั่งรากกลายเป็นสิ่งอัตโนมัติในใจเราไปแล้ว ถึงจะมีผลการศึกษาวิจัยแล้ววิจัยอีกออกมาว่า ข้อห้ามเหล่านี้ไม่จริง หวัดไม่ได้เกิดจากการโดนอากาศหนาวเย็นและเรียกว่าแทบไม่มีหลักฐานสนับสนุนเลยว่า ระบบภูมิต้านทานจะลดลงถ้าหนาวสั่นหรือผมเปียก

ก่อนที่เราจะมาถกกันว่า แล้วทําไมความเชื่อเช่นนี้ถึงยังดํารงสืบมา เรามาทบทวนความรู้พื้นฐานกันสักหน่อยก่อน การติดเชื้อใด ๆ ก็ตามเกิดจากการผสานกันของ 3 ปัจจัยครับ เชื้อก่อโรค คน และสภาพแวดล้อมไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัสที่แพร่จากคนหนึ่งไปยังคนอื่นๆ นั่นคือ กับตัวเชื้อแล้วสงสัยบ้างไหมครับว่าทําไมบางคนไม่เป็นหวัดเลยและก็เป็นทั้งปีทั้งชาติ บางคนมีระบบภูมิต้านทานที่เข้มแข็ง หมั่นล้างมือบ่อยๆ โอกาสสัมผัสเชื้อน้อยกว่าคนอื่น นี่คือส่วนที่เกี่ยวกับตัวบุคคล สุดท้ายมาถึงสภาพแวดล้อม มีปัจจัยของสภาพแวดล้อมหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าเชื้อไวรัสหวัดจะแพร่ได้ง่ายดาย อย่างเช่น การอยู่กันอย่างใกล้ชิดแออัดก็ทําให้การ แพร่เชื้อเป็นไปโดยสะดวก

แทนที่เราจะตั้งข้อกล่าวหาอากาศหนาวหรือฝนตก มากล่าวโทษเชื้อ ที่เพื่อนร่วมงานหรือลูกๆ เอามาฝากคุณดีกว่า บางที่พวกเขาก็มอบให้คุณ ผ่านการจามหรือไอและที่บ่อยกว่านั้นคือเกิดจากการสัมผัสผ่านมือ เมื่อผู้ป่วยแตะจมูก ตาหรือตรงไหนๆ ที่มีเชื้อ (หรือจามใส่มือ) แล้วมาสัมผัส คุณ หรือสัมผัสสิ่งที่คุณไปสัมผัสภายหลังครับ

เรากําลังพูดถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อหวัด ลองกลับมาดูข้อสงสัยใหญ่ที่ว่า แล้วการที่เปียกแฉะหรือหนาวเย็นจัดละจะทําให้เป็นหวัดหรือเปล่า ทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างไข้หวัดกับอุณหภูมิหนาวเยือกนี้ มีที่มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 โน่นแน่ะครับ แต่ผลการศึกษาทั้งหลายสรุป ได้ว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ระหว่างรู้สึกหนาวกับการเป็นหวัด (ในภาษาอังกฤษ สองอย่างนี้ต่างก็เรียกว่า Cold) มีนักวิจัยที่ทดลองถึง ขนาดที่เอาเชื้อไวรัสหวัดมาป้ายในจมูกอาสาสมัคร 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งให้ไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น ส่วนอีกกลุ่มให้อยู่ในที่อุ่นและแห้ง ผลปรากฏว่าอัตราการป่วยเป็นหวัดในสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน

แล้วทําไมความเชื่อนี้ถึงอยู่ยงคงกระพันนัก ? น่าจะเป็นเพราะ หลักฐานทางสภาพแวดล้อมชวนให้เชื่อแบบนั้น ในสหรัฐอเมริกาและอีก หลายๆ ที่ในโลก ไข้หวัดจะระบาดในช่วงเดือนอากาศเย็นในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวซึ่งผู้คนจะอยู่ในที่ปิดมิดชิด ซึ่งเป็นสภาวะที่ง่ายต่อการแพร่เชื้อ และบ้านไหนที่มีเด็กๆ จะทราบดีว่า ในห้องเรียนที่มีนักเรียนมากนั้น เด็กๆ ต่างก็แลกเชื้อโรคกันไปมาอยู่ตลอดช่วงวันหยุดฤดูหนาวก็เป็นเวลาวุ่นวาย มากธุระ อาจทําให้เครียด นอนไม่พอ และหมดแรง เราไปกระจุกตัวในห้างงสรรพสินค้า ในเครื่องบิน เพื่อจับจ่ายซื้อของและท่องเที่ยว อีกประการหนึ่ง เชื้อหวัดแพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่อความชื้นต่ำ เวลาความชื้นต่ำ เยื่อบุช่องจมูก จะแห้งลงซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ที่สุดแล้ว ถึงเราจะห่มผ้าให้คนที่เรารักอบอุ่นและแห้งสบาย อันเป็นการสร้างมาตรการปกป้องสุขภาพ หรือจะเพราะอยากเบียดกันให้อุ่นสบาย ก็ตามที สิ่งที่ทํานั้นเราก็ไม่ได้เป็นอันตรายอะไร (ยกเว้นแต่ ลูกผมบอกว่า “น่ารําคาญจริง ๆ”) นี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราทําตามความเชื่อที่ถ่ายทอดกันมา โดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์สนับสนุน แต่ก็ไม่มีผลเสียต่อสุขภาพ ผมจึงเอนเอียงไปทางใครอยากจะเชื่อก็ตามใจ เพราะด้วยเนื้อแท้แล้วเป็น การนําไปสู่การกระทําที่แทนคําพูดจากใจว่า ฉันรักเธอ และอยากช่วยให้ เธอแข็งแรงดี

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

ถ้าอยากหลีกเลี่ยงจากไข้หวัด จงใส่ใจการรักษาความสะอาดของมือให้เป็นนิสัย อยู่ห่างผู้ป่วย ทําทุกอย่างที่ช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง ดีกว่ามัวไปห่วงเรื่องอุณหภูมิครับ

 คู่มือเผชิญหวัด

เมื่อคุณเป็นไข้หวัด ปฏิบัติตามคําแนะนําต่อไปนี้ เพื่อให้คุณรู้สึก สบายขึ้น และช่วยป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

  • อย่ากินยาปฏิชีวนะ ไข้หวัดเกิดจากเชื้อไวรัส ส่วนยาปฏิชีวนะมีไว้ ต่อสู้เชื้อแบคทีเรียครับ ยาปฏิชีวนะไม่ได้ช่วยให้หวัดหาย หนําซ้ำยังจะเพิ่ม โอกาสติดเชื้อแบคทีเรียชนิดดื้อยาเสียอีกด้วย
  • มีสุขอนามัยที่ดี งดจับมือกับคนอื่นเมื่อไม่สบาย ถ้ารู้สึกป่วย จริงๆ ควรหยุดไปทํางาน เชื่อผมเถอะครับ ไม่มีใครอยากให้คุณทําตัว “ถึง ป่วยก็ยังลุย” หรอก โดยเฉพาะถ้าพวกเขามีสิทธิ์รับเชื้อจากคุณเต็ม ๆ
  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ ร่างกายจะเสียความชุ่มชื้นทางน้ำมูก เสมหะ คุณอาจมีภาวะขาดน้ำ ผมเลือกดื่มน้ำอุ่นเมื่อมีอาการเจ็บคอหรือคัดแน่นจมูก ของยอดนิยมของผมคือ ซุปไก่ กับชาร้อนใส่มะนาว น้ำผึ้ง และขิงทุบ มีบางคนแก้เจ็บคอด้วยไอศกรีมแท่งกับเครื่องดื่มเย็น ๆ เลือกเอาแบบที่คุณชอบ และได้ผลนะครับ
  • บรรเทาอาการเจ็บคอด้วยการกลัวคอด้วยน้ำเกลือ หรืออมยาอม แก้เจ็บคอ
  • อาบน้ำฝักบัวที่อุ่นจัด ๆ ช่วยให้โพรงจมูกโล่ง หายใจสะดวกขึ้น โดยเฉพาะในเช้าที่ตื่นขึ้นมาจมูกคัดแน่น
  • ทําตัวสบาย ๆ นอนให้มาก ๆ ให้เวลาร่างกายได้พักและเยียวยา ตัวเอง เป็นเรื่องดีที่ได้ให้โอกาสตา คอ และสมองของคุณได้พักผ่อน
  • ใช้โลชั่นทาผิว ทาบริเวณรอบจมูกที่แดง เจ็บ ระบมแสบ
  • ลองกินยาบรรเทาอาการหวัดสูตรที่ขายกันทั่วไป ถ้าอาการไข้ทําให้ คุณรู้สึกไม่สบายเอาเสียเลย (แต่ไข้ต่ำ ๆ นั้นไม่มีอันตราย และทําให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายต่อต้านไวรัสได้ดีขึ้นด้วย)

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่