การป้องกันอันตราย

กัมมันตภาพรังสี…อันตรายที่มองไม่เห็น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
กัมมันตภาพรังสี…อันตรายที่มองไม่เห็น

รังสีเป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่สัมผัสไม่ได้ด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ แต่สามารถตรวจวัดได้ด้วยอุปกรณ์พิเศษ

ในปัจจุบันเราได้นำคุณสมบัติของรังสีมาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น ใช้ถ่ายภาพเอกซเรย์ เพราะรังสีสามารถทะลุทะลวงร่างกายทำให้เกิดเงาในแผ่นเอกซเรย์ หรือโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ซึ่งนำสารกัมมันตภาพรังสีมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นต้น ทราบหรือไม่ว่าในความเป็นจริงเราสัมผัสรังสีตลอดเวลา เนื่องจากมันมีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติปะปนกับอากาศที่เราหายใจและอาหารที่เรารับประทาน

ตัวอย่างเช่น รังสีคอสมิกที่จากชั้นบรรยากาศเมื่อเข้าใกล้พื้นผิวโลกความเข้มข้นของมันจะลดลงเรื่อยๆจนไม่ทำให้เกิดอันตรายกับมนุษย์ แต่ผู้ที่อยู่บนที่สูงหรือทำงานที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากๆเช่น นักบิน คนเหล่านี้จะได้รับปริมาณรังสีมากกว่าคนทั่วไป แต่บทความนี้อยากให้ทำความรู้จักกับก๊าซเรดอนซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตภาพรังสีชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในบ้านที่เราอาศัยอยู่และอาจเป็นเหตุให้เราได้รับสารกัมมันตภาพรังสีมากเสียกว่าคนที่อาศัยอยู่รอบๆโรงงานพลังงานนิวเคลียร์เสียอีก ความสำคัญคือเรดอนถูกจัดให้เป็นสารก่อมะเร็งและเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปอดเป็นอันดับสองของรองจากการสูบบุหรี่ รู้แบบนี้เรามาทำความรู้จักกับก๊าซเรดอนกันเลย

แร่ยูเรเนียมเป็นต้นกำเนิดของก๊าซเรดอน หากย้อนไปดูตารางธาตุในหนังสือเคมีจะพบว่ายูเรเนียมถูกจัดให้อยู่ท้ายสุดของตารางธาตุเนื่องจากเป็นธาตุที่หนักที่สุดในโลกตรงข้ามกับก๊าซไฮโดรเจนซึ่งเป็นธาตุที่เบาที่สุด ยูเรเนียมเป็นธาตุที่เกิดตามธรรมชาติอยู่ในชั้นหินและการสลายตัวของยูเรเนียมเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนให้แก่เปลือกโลก

ปัจจุบันมีการทำเหมืองเพื่อนำยูเรเนียมในหลายประเทศคล้ายๆกับเหมืองแร่ดีบุก แร่ยิปซั่ม เพื่อมาใช้สำหรับโรงงานนิวเคลียร์ในการผลิตไฟฟ้า เมื่อยูเรเนียมตามธรรมชาติแตกตัวจะให้เป็นก๊าซเรดอนซึ่งจะซึมขึ้นสู่อากาศบนผิวดิน โดยปกติก๊าซเรดอนในธรรมชาติจะถูกเจือจางในอากาศไม่ทำให้เกิดอันตราย

ปัญหาอยู่ที่อาคารที่มีการระบายอากาศไม่ดีและมีความกดอากาศต่ำกว่าภายนอกทำให้ก๊าซไหลเข้าไปสะสมภายในได้ง่าย หากมีรอยแตกร้าวของตัวอาคารร่วมด้วยก๊าซก็จะซึมเข้าได้มากขึ้นหรือแม้แต่ซึมออกมาจากตัวอาคารที่มีธาตุยูเรเนียมปะปนมาในอิฐหรือหินที่ใช้ก่อสร้างก็ได้ การสูบน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลที่มีเรดอนปนมาใช้ก๊าซสามารถระเหยและสะสมอยู่ในบ้านได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะมีระดับก๊าซเรดอนเท่ากันขึ้นกับว่าพื้นดินตรงนั้นมีธาตุยูเรเนียมมากน้อยแค่ไหน

รายงานของมะเร็งปอดพบมากในพื้นที่ที่เป็นเหมืองยูเรเนียมซึ่งตรงไปตรงมา แต่เป็นที่น่าตกใจที่กลับพบว่าความเข้มข้นของก๊าซนี้มีสูงมากในบ้านเรือนที่อยู่อาศัยทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญและตื่นตัวกับการตรวจวัดระดับก๊าซนี้อย่างจริงจังรวมถึงก่อสร้างบ้านลดการสะสมก๊าซเรดอน สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดให้ตรวจวัดระดับก๊าซเรดอนแต่เริ่มมีการศึกษาในพื้นที่ที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดสูง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จากการสุ่มตรวจในบ้านเรือนภายในกรุงเทพมหานครก็พบว่าบางบ้านเรือนมีระดับก๊าซเรดอนสูงกว่าค่ากำหนด

ปัจจุบันสถาปนิคให้ความสำคัญกับการสร้างที่อยู่อาศัยโดยมีวิธีลดการสะสมของก๊าซเรดอนในบ้านได้ 3 วิธี คือ

  • ลดระดับความดันที่ผิวดิน ด้วยการติดตั้งท่อดูดก๊าซใต้ตัวอาคารทำให้ความดันบริเวณพื้นดินใต้ตัวอาคารต่ำลง อากาศจากภายนอกและในอาคารจะไหลลงไปด้านล่างแทน
  • เพิ่มระดับความดันในอาคาร เป็นการดูดอากาศจากภายนอกเข้ามามากกว่าที่ระบายออก วิธีนี้ทำให้ความดันในอาคารสูงขึ้นป้องกันก๊าซไหลเข้ามาภายใน
  • ปิดรอยรั่วเพื่อป้องกันก๊าซซึมสู่ตัวอาคาร แต่ทำได้ยากที่จะอุดรอยรั่วทั้งหมดในอาคารขนาดใหญ่

เรื่องกัมมันตภาพรังสีอาจดูไกลตัวแต่ความจริงสารเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามาก เรารู้จักรังสีในทางการแพทย์ แต่ความเป็นจริงมันถูกนำมาใช้อุตสาหกรรมหลายอย่างซึ่งสุดท้ายกลายเป็นของเสียที่ต้องการกำจัด ขยะเหล่านี้อาจหลุดออกจากกระบวนการกำจัดที่ถูกวิธีทำให้เกิดการปล่อยรังสีสู่สภาพแวดล้อมอย่างไม่ตั้งใจเช่นตัวอย่างที่เคยเกิดในประเทศไทยหลายปีก่อน

โดยทั่วไปการสัมผัสสารกัมมันตรังสีจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกายก็ขึ้นกับปริมาณรังสีที่ได้รับ เช่น ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองการทิ้งระเบิดปรมณูที่ฮิโรชิมาซึ่งมีธาตุยูเรเนียมเป็นส่วนประกอบ การระเบิดได้ปล่อยรังสีปริมาณสูงมากทำให้ผู้คนร่วมแสนที่ได้รับรังสีนั้นเสียชีวิตโดยร้อยละ 80 เสียชีวิตภายในวันที่ถูกระเบิด

เมื่อร่างกายได้รับรังสีปริมาณสูงจะส่งผลต่อระบบประสาททำให้สมองบวม สำหรับคนที่เสียชีวิตภายใน 4-10 วัน หลังจากนั้นมักได้รับรังสีน้อยกว่ากลุ่มแรก โดยมีสาเหตุการเสียชีวิตมาจากร่างกายขาดน้ำเพราะถ่ายเหลวเนื่องจากเยื่อบุในลำไส้ซึ่งเป็นส่วนที่ไวต่อรังสีถูกทำลายและหลุดลอกจนสร้างทดแทนไม่ไหว คนที่อยู่รอดได้ในเวลาต่อมาพบว่าเกิดมะเร็งเม็ดเลือดมากกว่าคนทั่วไปเกือบ 20 เท่ารวมถึงมะเร็งชนิดอื่นๆด้วย อันนี้เป็นเพราะว่ารังสีมีพลังงานที่เข้าไปทำให้ยีนกลายพันธุ์เปลี่ยนเซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ส่วนที่ไม่เป็นมะเร็งก็มีอายุที่สั้นลงและเกิดต้อกระจกมากกว่าคนปกติอย่างชัดเจน

เป็นไปได้ว่าโรคมะเร็งเกิดมากขึ้นโดยเฉพาะเกิดกับคนในพื้นที่เดียวกันหรือครอบครัวเดียวกัน นอกจากสาเหตุทางพันธุกรรมแล้วอาจเกิดจากการสัมผัสสารกัมมันตภาพรังสีโดยไม่รู้ตัวก็ได้ มะเร็งปอดกับก๊าซเรดอนก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง การตรวจระดับก๊าซและลดการสะสมของก๊าซเรดอนในอาคารบ้านเรือนเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
อาการของโรคมะเร็งปอดในเพศชาย
อาการของโรคมะเร็งปอดในเพศชาย

อาการของโรคมะเร็งปอดที่พบบ่อยและพบไม่บ่อยในเพศชาย

เรื่องควรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย
เรื่องควรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมะเร็งปอดระยะสุดท้าย

อาการ การวินิจฉัย การรักษา และการพยากรณ์โรค