การรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที

การใช้ยาและวิธีการรักษาอื่น ๆ สามารถช่วยลดอาการและชะลอการดำเนินโรคของภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงได้

ภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงเป็นโรคที่จะค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด อย่างไรก็ตามมีการรักษาที่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นและทำให้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น

การรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรค นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เดิมที่อาจส่งผลต่อตัวโรคด้วย

ในปัจจุบัน องค์การอาหารและยาได้อนุมัติให้มีการใช้ยาในการรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงเฉพาะในกลุ่มที่ 1 หรือ Pulmonary Arterial Hypertension (PAH) เท่านั้น

วิธีการรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงแนวใหม่

การรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงสามารถทำได้โดยการรับประทานยา การใช้ยาฉีด การสูดดม หรือการฉีดเข้าใต้ผิวหนังได้

ยาชนิดใหม่ที่ใช้ในการรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงได้ ประกอบด้วย

  • ยากลุ่มขยายหลอดเลือด
  • Endothilin receptor antagoinists
  • Phosphodiesterase-5 inhibitors
  • Soluble guanylatecyclase stimulators

ยาในกลุ่มนี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาให้สามารถใช้รักษา PAH ได้ แต่ก็มักจะใช้ในการรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงในกลุ่มอื่นเช่นกัน

ยาขยายหลอดเลือดจะช่วยขยายและทำให้เส้นเลือดคลายตัว ทำให้เลือดสามารถเดินทางเข้าสู่ปอด ได้ออกซิเจน และนำออกซิเจนเข้าสู่หัวใจ นอกจากนี้ยังทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย

ยาขยายหลอดเลือดกลุ่มที่ใช้รักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงนี้ คือกลุ่ม Prostacyclinsสังเคราะห์ โดยยาในกลุ่มนี้จะเลียนแบบ prostacyclin ในธรรมชาติซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสร้างเพื่อให้เลือดข้นน้อยลงและขยายหลอดเลือด

สมาคม PHA ได้ระบุว่าผู้ที่ได้รับยา epoprostenol (Flolan) ซึ่งมาในรูปแบบผงละลายน้ำ สามารถมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น ออกกำลังกายได้มากขึ้น และรู้สึกมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ยา อย่างไรก็ตามข้อเสียของยานี้คือต้องมีการฉีดเข้าสู่หัวใจโดยตรง ซึ่งทำให้ต้องมีการใช้สายสวนฝังในช่องท้องขณะอยู่ในโรงพยาบาลและมีเครื่องปั๊มอยู่รอบเอวเพื่อให้สามารถส่งยาผ่านสายเข้าไปได้ และระดับของยา epoprostenol จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อยาหมด ทำให้ผู้ป่วยมีเวลาเพียง 3-5 นาทีที่จะเปลี่ยนยากล่องใหม่หรือจะเสี่ยงมีอาการกลับเป็นซ้ำซึ่งอาจมีผลอันตรายถึงชีวิตได้

ผลข้างเคียงหลักของยานี้เกี่ยวข้องกับวิธีการบริหารยา ซึ่งประกอบด้วย

  • การติดเชื้อในสายสวน
  • เครื่องปั๊มทำงานไมได้
  • มีลิ่มเลือดอุดตัน

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นโดยตรงจากตัวยาประกอบด้วย

แต่นอกเหนือจากข้อเสียเหล่านี้แล้ว ยา epoprostenol เป็นยาที่ถือว่ามีความก้าวหน้าในการรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงอย่างมาก บางคนเชื่อว่าอาจจะสามารถใช้ยาตัวนี้ในรูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถใช้ได้ง่ายกว่าเนื่องจากไม่ต้องแช่ตู้เย็น

ยา Treprostinil (Remodulin) เป็นยากลุ่ม prostacyclin สังเคราะห์อีกตัวหนึ่งที่สามารถใช้ในรูปแบบฉีดยาต่อเนื่องหรือการฉีดเข้าใต้ผิวหนังได้ นอกจากนี้ยังมียาตัวนี้ในรูปแบบสูดดม หรือยาตัวอื่นที่ใช้การดมได้เช่น Iloprost (Ventavist)

ยาในกลุ่ม Endothilin receptor antagonists จะทำหน้าที่ยับยั้งสารที่ชื่อ endothelinซึ่งทำให้หลอดเลือดหดตัว

ยา Bosentan (Tracleer) ซึ่งเป็นยาในรูปแบบกิน อาจทำให้อาการดีขึ้นและทำให้ผู้ป่วยโรคนี้สามารถเดินได้นานขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจทำให้มีการทำลายตับได้ ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจค่าการทำงานของตับเป็นประจำทุกเดือน

สมาคม PHA กล่าวว่า ยาตัวใหม่ที่ชื่อ ambrisentan (Letairis) และ macitentan (Opsumit) สามารถตรวจค่าการทำงานของตับห่างขึ้นได้ ยาเหล่านี้ไม่แนะนำให้รับประทานในหญิงตั้งครรภ์เนื่องจากมีโอกาสเกิดความผิดปกติแต่กำเนิด

ผลข้างเคียงรุนแรงอื่น ๆ ของยาเหล่านี้ประกอบด้วย

  • น้ำหนักขึ้นฉับพลัน
  • แขน มือ เท้า ข้อเท้าบวม
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ
  • เป็นลม เวียนศีรษะหรือมองเห็นไม่ชัดได้

ยา ambrisentanและ macitentan อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดเกิดขึ้น และยา bosentanอาจทำให้มีการติดเชื้อในทางเดินหายใจ

ยาในกลุ่ม phosphodiesterase-5 inhibitors ช่วยสนับสนุนความสามารถของปอดในการสร้างสารขยายหลอดเลือดตามธรรมชาติ ยาในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

  • Sildenafil (Revatio, Viagra)
  • Tadalafil (Adcirca, Cialis)

นายแพทย์ Brett Fensterผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจและหัวหน้าศูนย์โรคความดันหลอดเลือดปอดสูงของ National Jewish Hospital จาก Denver ได้กล่าวว่ายา sildenafil ซึ่งต้องรับประทาน 3 ครั้งต่อวันสามารถช่วยผู้ป่วยโรค PAH ให้เดินได้ไกลขึ้น รู้สึกหายใจเหนื่อยลดลงและชะลอการดำเนินโรค โดยที่ยา Tadafil รับประทานเพียงแค่ 1 ครั้งต่อวัน

ผลข้างเคียงของยาในกลุ่มนี้ที่อาจเกิดได้ประกอบด้วย ปวดหัว บวม หน้าแดง มวนท้อง ท้องเสีย และมีน้ำมูก

องค์การอาหารและยาได้อนุมัติให้ใช้ยาผสมระหว่าง ambrisentanและ tadalafil ในการรักษา PAH เมื่อเดือนตุลาคม 2015 ที่ผ่านมา และยา Riociguat (Adempas) ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้ในปี 2013 เป็นยาในกลุ่ม soluble guanylatecyclase stimulators ซึ่งช่วยสนับสนุนปอดในการขยายหลอดเลือดและทำให้สามารถออกกำลังกายและทำงานได้มากขึ้น

การรักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงแบบดั้งเดิม

สมาคม PHA ได้ระบุว่ายาเหล่านี้สามารถใช้ร่วมกับการใช้ยาในกลุ่มใหม่ได้

ยาในกลุ่มนี้ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาให้ใช้ในการรักษา PAH เช่นเดียวกับยาในกลุ่มใหม่ และมักใช้รักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงในกลุ่มอื่นด้วย

Dr. Fenster กล่าวว่า ยาในกลุ่ม calcium channel blockers จะช่วยรักษาการเกิดภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงรูปแบบที่มีการตอบสนองต่อหลอดเลือด ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้ความดันในปอดลดลงจากการที่ยาที่บริหารผ่านการสูดดมหรือทางการฉีดเข้าเส้นเลือดระหว่างการสวนหัวใจ

ยาในกลุ่มนี้ที่มีการนำมาใช้รักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงประกอบด้วย

  • Nifedipine (Nifedical, Procardia)
  • Diltiazem (Cardizem, Cartia, Diltia)

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นประกอบด้วย

  • ความดันโลหิตต่ำกว่าปกติ
  • บวมน้ำ
  • ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดต่ำ

ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการแพ้ยาในกลุ่มนี้ ทำให้มีอาการหน้าและแขนบวมหรือหายใจลำบากได้ ผลข้างเคียงอื่นๆ ที่เป็นไปได้ก็คืออาการปวดหัวและมีผื่นขึ้น

Dr. Fenster กล่าวว่าในปัจจุบันมีการใช้ยากลุ่มนี้ลดลง โดยมีผู้ป่วยน้อยกว่า 10% ในปัจจุบันที่ใช้ยานี้รักษาโรค PAH

Digoxin เป็นยาที่ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้เต้นได้ดีขึ้น ทำให้ช่วยลดอาการของหัวใจวายซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยของภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง ยา Digoxin มีทั้งในรูปแบบเม็ด แคปซูล หรือน้ำ

ผลข้างเคียงของยานี้ประกอบด้วย

Dr. Fenster ได้กล่าวอีกว่าผู้ป่วยที่เป็นภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูงมีความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดที่อาจทำให้เกิดการอุดตันเส้นเลือดในปอดมากกว่าคนปกติ

ดังนั้นการรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดจึงช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ยาในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

  • Warfarin (Coumadin)
  • Heparin
  • Fondaparinux (Arixtra)
  • Argatroban (Acova)
  • Dabigatran (Pradaxa)
  • Apixaban (Eliquis)
  • Rivaroxaban (Xarelto)

ยาในกลุ่มนี้มีผลข้างเคียงที่สำคัญ เช่นการทำให้เลือดออกหยุดยากขึ้น และอาจทำให้มีเลือดออกภายในร่างกายได้ หากคุณรับประทานยา warfarin คุณจำเป็นต้องแจ้งแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ไอเป็นเลือด
  • มีเลือดกำเดาไหลหรือมีเลือดออกที่เหงือก
  • มีแผลที่เลือดไหลไม่หยุด
  • มีเลือดออกในปัสสาวะ
  • ถ่ายดำ (อาการที่อาจแสดงถึงการมีเลือดออกในอุจจาระ)
  • ยา warfarin ยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้เช่นลมพิษ ผื่นและอาการคันได้

ยากลุ่มเก่า เช่น warfarin ต้องมีการเฝ้าระวังด้วยการตรวจเลือดอย่างใกล้ชิด แต่ยากลุ่มใหม่เช่น abigatran, apixabanและ rivaroxbanไม่ต้องติดตามใกล้ชิดเท่า

ยาขับปัสสาวะจะช่วยให้ร่างกายสามารถขับน้ำส่วนเกินและมักสั่งจ่ายให้ในผู้ป่วยที่เป็นภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง การที่ยาขับปัสสาวะช่วยลดน้ำส่วนเกินทำให้หัวใจทำงานได้ง่ายขึ้นและลดปริมาณสารน้ำที่ทำให้เกิดการบวมที่เท้า ข้อเท้า ขา และหน้า ยาขับปัสสาวะมีหลายกลุ่มและแพทย์จะเป็นผู้เลือกยาที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย

แนวทางการรักษาวิธีอื่น

สถาบันโรคหัวใจ ปอด และโรคเลือดแห่งชาติระบุว่าแนวทางการรักษาวิธีอื่นนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของความดันหลอดเลือดปอดสูงที่เป็น ซึ่งโรคนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มย่อยซึ่งอาจต้องการการดูแลเพิ่มเติมดังนี้

กลุ่มที่ 1 นอกเหนือจากยาที่ใช้ในการรักษาแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดเช่นการตัดผนังกั้นห้องหัวใจด้านบน, การเปลี่ยนปอด หรือการเปลี่ยนทั้งหัวใจและปอด

กลุ่มที่ 2 กลุ่มนี้เกี่ยวข้องการหัวใจซีกซ้ายเช่นหัวใจวาย สามารถใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การรับประทานยาและการผ่าตัดในการรักษาได้

กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เกิดจากโรคปอด ในกลุ่มนี้แพทย์อาจแนะนำให้มีการใช้ออกซิเจนเพื่อช่วยในการรักษา

กลุ่มที่ 4 เกิดจากการมีลิ่มเลือดอุดตันหรือความผิดปกติในการเกิดลิ่มเลือด การรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดและการผ่าตัดอาจจำเป็นเพื่อช่วยจัดการลิ่มเลือดและลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

กลุ่มที่ 5 กลุ่มนี้เกิดจากโรคทางกายอื่น ๆ ดังนั้นการรักษาโรคเหล่านั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการรักษาความดันในปอดสูง

เมื่อผู้ป่วยและแพทย์สามารถสรุปยาที่เหมาะสมที่จะใช้ในการรักษาแล้วนั้น ผู้ป่วยก็สามารถหายใจและรู้สึกดีขึ้นได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่