Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

การรักษาโรค PTSD

โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร มีวิธีการตรวจอย่างไร รักษาอย่างไร
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 6 ส.ค. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

การรักษาโรค PTSD ที่ประสบความสำเร็จนั้นจะช่วยบรรเทาอาการของโรคและทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นได้

โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (Post-traumatic stress disorder; PTSD) เป็นภาวะทางจิตเวชที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง ซึ่งผู้ป่วยจะมีการตอบสนองต่อการรักษาได้หลากหลายรูปแบบ

ผู้ป่วยโรค PTSD บางคนหายจากโรคนี้หลังได้รับการรักษาเพียงหกเดือน ในขณะที่บางคนจะมีอาการของโรคนี้ไปตลอดชีวิตโดยส่วนมาก โรค PTSD มักรักษาด้วยการให้ยา การทำจิตบำบัด หรือการทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

การใช้ยาเพื่อรักษาโรค PTSD          

ยาที่มักใช้ในการรักษา PTSD ได้แก่

ยารักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressants)ซึ่งจะช่วยควบคุมอาการซึมเศร้าและอาการวิตกกังวลโดยยาที่มักใช้ในการรักษาโรค PTSD ได้แก่ Paxil (paroxetine) และ Zoloft (sertraline) ซึ่งยาสองตัวนี้อาจส่งให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ ง่วงซึม กระสับกระส่าย หรือความต้องการทางเพศลดลง การรักษาด้วยยาประเภทนี้จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงของการคิดฆ่าตัวตายในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นเด็ก กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มวัยหนุ่มสาวได้

  • ยารักษาภาวะวิตกกังวล (Anti-anxiety drugs) ยาจำพวกนี้สามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกวิตกกังวลและความเครียด และมักจะไม่ใช้ในระยะยาว เพราะอาจทำให้มีการใช้ยาในทางที่ผิด
  • ยาระงับอาการทางจิต (Antipsychotics)บางครั้งอาจมีการจ่ายยาจำพวกนี้ให้กับผู้ป่วย PTSD เพื่อควบคุมอาการที่รุนแรงบางอย่าง ซึ่งยาระงับอาการทางจิตอาจเพิ่มความเสี่ยงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นผิดปกติ ,ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน
  • Minipress (prazosin)บางครั้งอาจมีการจ่ายยาตัวนี้เพื่อลดอาการฝันร้ายต่อเนื่องหรืออาการนอนไม่หลับโดยอาการข้างเคียงของยาตัวนี้ได้แก่ ง่วงซึม อ่อนเพลีย ปวดหัว และคลื่นไส้

การทำจิตบำบัดโรค PTSD โดยการพูดคุย

การทำจิตบำบัด หรือการบำบัดโดยการพูดคุย เป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อย โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะใช้วิธีการพูดคุยเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วย ซึ่งการบำบัดวิธีนี้มีทั้งที่เป็นการพูดคุยแบบตัวต่อตัว และแบบกลุ่ม

ผู้ป่วยอาจเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีการแบบเดียว หรือแพทย์อาจเลือกใช้วิธีการหลายแบบผสมกันก็ได้ โดยวิธีการต่างๆ ของการทำจิตบำบัด ได้แก่

  • การให้เผชิญกับภาวะที่กลัว(Exposure therapy) การบำบัดวิธีนี้จะให้ผู้ป่วยได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เคยเกิดขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย
  • การใช้จินตภาพ(Mental imagery) การเขียน หรือการกลับไปยังสถานที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ซึ่งอาจช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญหน้าและควบคุมความกลัวของตนเองได้
  • ผู้ป่วยอาจใช้เครื่อง Virtual reality (สภาวะเสมือนจริงจำลอง) เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปยังสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว
  • การปรับเปลี่ยนความคิด(Cognitive restructuring)การบำบัดวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเห็นเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวได้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งอาจช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความทรงจำบางอย่างที่เข้าใจยาก
  • การฝึกการป้องกันความเครียด(Stress inoculation training)การรักษาวิธีนี้จะสอนให้ผู้ป่วยลดอาการวิตกกังวลโดยการมองกลับไปยังความทรงจำในด้านบวก
  • Eye movement desensitization and reprocessing (EMDR) การรักษาวิธีนี้เป็นการผสมผสาน exposure therapy เข้ากับการกลอกตาไปมาซ้ำๆเป็นชุดๆ โดยเป้าหมายคือการช่วยให้ผู้ป่วยประมวลความทรงจำที่รุนแรงและเปลี่ยนแปลงการตอบสนองต่อความทรงจำเหล่านั้น

วิธีอื่น ๆ ในการรักษาโรค PTSD

วิธีการต่อไปนี้อาจช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองเพื่อรับมือกับอาการของโรค PTSD ได้ดีขึ้น

  • ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี โดยรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ พยายามหลีกเลี่ยงนิโคตินและคาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่อาจทำให้อาการของโรค PTSD แย่ลงกว่าเดิม
  • เข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือ (Support group) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดี โดยใช้วิธีการทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ที่อาจมีประสบการณ์หรือพบเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์ของผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาด้วยตนเอง เพราะการใช้ยาด้วยตนเองหรือการใช้แอลกอฮอล์อาจจะขัดขวางการรักษาอาการของผู้ป่วยและอาจนำไปสู่ปัญหาเพิ่มเติมในอนาคต
  • ทำตามแผนการรักษา โดยอาจจะต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่การทำจิตบำบัดหรือการใช้ยาจะช่วยบรรเทาอาการของโรค PTSD ได้ และอย่าลืมทำอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอาจจะไม่เห็นผลทันใจอย่างที่ต้องการก็ตาม

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป