อาการของสะเก็ดเงิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

อาการของสะเก็ดเงิน

ผื่นสะเก็ดเงิน สามารถแสดงอาการได้หลายระดับตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ที่มีสะเก็ดคล้ายรังแค ไปจนถึงผื่นขนาดใหญ่ครอบคลุมบริเวณกว้าง ในผู้ป่วยบางรายไม่ปรากฏอาการของโรคสะเก็ดเงินเป็นระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปีในแต่ละครั้ง เรียกว่าเป็นช่วงสงบของโรค แต่ในผู้ป่วยบางรายมีอาการเป็นประจำคล้ายเป็นวงจร เช่น อาจดีขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่มีผื่นมากในช่วงฤดูหนาว เป็นต้น

เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีอาการและอาการแสดงต่างกันไป แต่โดยทั่วไปอาการจะประกอบด้วย

  • ผื่นแดงบริเวณผิวหนัง ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเงิน
  • ผื่นขนาดเล็กและมีสะเก็ด (พบได้บ่อยในเด็ก)
  • ผิวหนังแห้งและแตก และอาจมีเลือดออก
  • อาการคัน ปวดแสบปวดร้อน หรือเจ็บบริเวณผื่น
  • เล็บหนา เล็บมีจุด หรือเล็บขรุขระ
  • มีอาการบวมตามข้อ และข้อยึด

ปัจจัยกระตุ้นการเกิดผื่นสะเก็ดเงิน

ผื่นสะเก็ดเงิน สามารถถูกกระตุ้นให้เกิดได้โดยปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • ความเครียด: ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นหลักในผู้ป่วยบางราย อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผื่นครั้งแรก หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลงในผู้ป่วยที่เคยได้รับการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินมาแล้ว การศึกษาขององค์กรโรคสะเก็ดเงินแห่งชาติพบว่าผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่ได้รับการรักษาโดยการฉายแสง หากได้ฟังเพลงที่ช่วยให้ผ่อนคลายระหว่างการรักษาจะทำให้อาการผื่นหายได้เร็วขึ้น
  • อากาศหนาว: สำหรับผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่อาศัยในประเทศเขตหนาว การย้ายที่อยู่ไปบริเวณเขตร้อนในช่วงฤดูหนาวอาจช่วยไม่ให้อาการกำเริบ เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์สามารถช่วยลดการทำงานของภูมิคุ้มกันบริเวณผิวหนังได้
  • ผิวหนังแห้ง: ปัจจัยใด ๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของชั้นผิวหนัง อาจทำให้ผื่นสะเก็ดเงินกำเริบ รวมไปถึงภาวะผิวหนังแห้งเกินไปด้วย สามารถป้องกันสามารถทำได้โดยการรักษาผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ หากมีอาการแพ้น้ำหอมในโลชั่น อาจต้องเจาะจงเลือกใช้โลชั่นที่ไม่ผสมน้ำหอมเพื่อหลีกเลี่ยงผื่นแพ้
  • การฉีดวัคซีน: เนื่องจากผู้ป่วยสะเก็ดเงินมักมีผิวหนังแห้งอยู่เดิม เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งต้องแทงเข็มผ่านผิวหนังที่แห้งอาจทำให้ผื่นกำเริบได้ แต่วัคซีนหลายชนิดก็มีความจำเป็น จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่โปรดระมัดระวังว่าหากผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน ไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อโรคที่ยังมีชีวิต เพราะร่างกายของผู้ป่วยจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่ใช้ผลิตวัคซีนนั้นได้ อันเป็นผลจากยาที่ได้รับอยู่ ดังนั้นจึงต้องแจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลดังกล่าวเสมอ เพื่อเลือกใช้วัคซีนที่ไม่ได้ผลิตจากเชื้อที่มี่ชีวิต
  • ยาบางชนิด: ยาลดความดันในกลุ่มเบต้า-บล็อกเกอร์ (Beta-Blocker) หรือยาโรคระบบประสาท หรือยากันชัก กลุ่มลิเทียม (Lithium) อาจทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินแย่ลงได้ หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงิน ร่วมกับมีภาวะความดันโลหิตสูง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาลดความดันกลุ่มที่ไม่ทำให้สะเก็ดเงินแย่ลง หากคุณต้องรับประทานยากลุ่มลิเทียม แพทย์ผิวหนังอาจต้องพิจารณาให้การรักษาสะเก็ดเงินด้วยการฉายแสง หรือใช้ยาทาเฉพาะที่แทน
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน: ไข้หวัดและการติดเชื้ออื่น ๆ โดยเฉพาะคออักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) อาจทำให้สะเก็ดเงินกำเริบ หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินและมีอาการเจ็บคอให้รีบรักษา และอย่าลืมตรวจหาเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บคอว่าเกิดจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสหรือไม่ และผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่มีอาการเจ็บคอบ่อย ๆ อาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
  • การสูบบุหรี่: มีหลักฐานว่าการสูบบุหรี่ทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินแย่ลง
  • อาหาร: ไม่มีการศึกษาใดสนับสนุนว่าการรับประทานอาหารเสริมจะส่งผลดีต่ออาการของโรคสะเก็ดเงิน แต่ในทางกลับกัน การหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด จะสามารถลดการอักเสบ และช่วยลดการกำเริบของโรคสะเก็ดเงินได้ ซึ่งโดยทั่วไปหากคุณพบว่าอาหารชนิดใดทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินของคุณแย่ลง ให้พยายามหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น ๆ นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินจำนวนมากมีอาการแพ้กลูเตนร่วมด้วย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ปราศจากกลูเตนจะช่วยลดอาการของโรคสะเก็ดเงินได้
  • แอลกอฮอล์: ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินบางราย การดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าหนึ่งหรือสองแก้วต่อวันกระตุ้นให้เกิดผื่นสะเก็ดเงิน แต่หลักฐานจากการศึกษาวิจัยยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากผื่นที่เกิดหลังดื่มแอลกอฮอล์อาจมีผลมาจากความเครียดร่วมด้วย

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงินมีหลายชนิด โดยทั่วไปผู้ป่วยมักมีอาการเพียงชนิดเดียวในการกำเริบแต่ละครั้ง แต่ละชนิดก็มีอาการเฉพาะต่างกันไป โดยส่วนมากมักมีอาการเป็นวงจร กล่าวคือ มีอาการกำเริบเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน จากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น หรืออาจหายสนิทได้

  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Psoriasis Vulgaris) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะเป็นผื่นแดง นูน ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเงิน ผื่นอาจมีอาการคัน หรือเจ็บ และอาจแห้งแตกจนมีเลือดออกได้ สามารถเกิดในบริเวณใดของร่างกายก็ได้ แต่มักพบบริเวณหนังศีรษะ ข้อศอก หลังด้านล่าง และเข่า ผื่นจะหนาขึ้นหากเกา ผื่นมีได้หลายขนาดต่างกัน และอาจรวมเข้าด้วยกันได้ เล็บของผู้ป่วยมักจะเป็นหลุมและแตก หรือหลุดออก
  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis) มักเริ่มเกิดตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เป็นผื่นสะเก็ดเงินชนิดที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ มีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณลำตัวและแขนขา แต่อาจพบบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายได ซึ่งจุดตามผิวหนังอาจสามารถหายไปเองได้ภายในเวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือนโดยที่ไม่ได้รับการรักษาใด ๆ และจุดตามผิวหนังมักเกิดในบริเวณที่เคยเกิดสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนามาก่อน
  • สะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ (Inverse Psoriasis หรือ Intertriginous Psoriasis) เป็นผื่นแดงเรียบเกิดขึ้นบริเวณข้อพับต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจมีลักษณะเรียบเป็นเงา ไม่มีขุย ผื่นชนิดนี้อาจเกิดได้บริเวณอวัยวะเพศหรือบริเวณโดยรอบ เช่น ข้อพับต้นขา หรือต้นขาด้านบน และก้น หรือตามบริเวณซอกพับของร่างกาย เช่น รักแร้ และขาหนีบ ในผู้หญิงอาจมีผื่นบริเวณใต้ราวนม ผู้ป่วยสะเก็ดเงินชนิดนี้มักพบผื่นสะเก็ดเงินชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วยในคราวเดียว
  • สะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (Pustular Psoriasis ) เป็นตุ่มหนองรอบบริเวณผิวที่แดง ภายในตุ่มหนองจะประกอบไปด้วยเม็ดเลือดขาว เมื่อผื่นขึ้นปกคลุมร่างกาย จะทำให้ผิวหนังแดง และรู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเพลีย อาจมีไข้ หนาวสั่น มีอาการคันอย่างรุนแรง ชีพจรเต้นเร็ว เบื่ออาหาร หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตุ่มหนองบวมแดงมักเกิดบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า และเมื่อตุ่มหนองแห้ง ผิวหนังจะกลายเป็นจุดสีน้ำตาล หรือลอกเป็นสะเก็ด
  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis) เป็นชนิดที่พบได้ยาก แต่มีอาการรุนแรงและอันตราย โดยจะเป็นผื่นแดงลอกเป็นขุยทั่วตัวเหมือนโดนน้ำร้อนลวก รู้สึกร้อนมาก หรือหนาวมาก หัวใจเต้นเร็ว คันอย่างมาก และเจ็บปวดอย่างรุนแรง สะเก็ดเงินชนิดนี้อาจเกิดได้ประมาณ 3% ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยอาจเกิดเพียงครั้งเดียวหรือเกิดซ้ำได้จากข้อมูลขององค์กรสะเก็ดเงินแห่งสหรัฐอเมริกา

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

ส่วนมากแพทย์จะวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินจากการซักประวัติ และตรวจร่างกายบริเวณผิวหนัง หนังศีรษะ และเล็บ ในผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการตัดชิ้นเนื้อบริเวณผิวหนังเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งสามารถแยกชนิดของสะเก็ดเงิน และวินิจฉัยโรคอื่น ๆ ที่อาจมีลักษณะคล้ายสะเก็ดเงิน เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส ต่อมไขมันอักเสบ ไลเคนพลานัส (Lichen Planus) กลาก และผื่นขุยกุหลาบ เป็นต้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่