อาการของสะเก็ดเงิน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

อาการของสะเก็ดเงิน

ผื่นสะเก็ดเงิน สามารถแสดงอาการได้หลายระดับตั้งแต่จุดเล็ก ๆ ที่มีสะเก็ดคล้ายรังแค ไปจนถึงผื่นขนาดใหญ่ครอบคลุมบริเวณกว้าง ในผู้ป่วยบางรายไม่ปรากฏอาการของโรคสะเก็ดเงินเป็นระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปีในแต่ละครั้ง เรียกว่าเป็นช่วงสงบของโรค แต่ในผู้ป่วยบางรายมีอาการเป็นประจำคล้ายเป็นวงจร เช่น อาจดีขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่มีผื่นมากในช่วงฤดูหนาว เป็นต้น

เนื่องจากโรคสะเก็ดเงินมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีอาการและอาการแสดงต่างกันไป แต่โดยทั่วไปอาการจะประกอบด้วย

  • ผื่นแดงบริเวณผิวหนัง ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเงิน
  • ผื่นขนาดเล็กและมีสะเก็ด (พบได้บ่อยในเด็ก)
  • ผิวหนังแห้งและแตก และอาจมีเลือดออก
  • อาการคัน ปวดแสบปวดร้อน หรือเจ็บบริเวณผื่น
  • เล็บหนา เล็บมีจุด หรือเล็บขรุขระ
  • มีอาการบวมตามข้อ และข้อยึด

ปัจจัยกระตุ้นการเกิดผื่นสะเก็ดเงิน

ผื่นสะเก็ดเงิน สามารถถูกกระตุ้นให้เกิดได้โดยปัจจัยต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • ความเครียด: ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นหลักในผู้ป่วยบางราย อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดผื่นครั้งแรก หรือเป็นปัจจัยที่ทำให้อาการแย่ลงในผู้ป่วยที่เคยได้รับการวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินมาแล้ว การศึกษาขององค์กรโรคสะเก็ดเงินแห่งชาติพบว่าผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่ได้รับการรักษาโดยการฉายแสง หากได้ฟังเพลงที่ช่วยให้ผ่อนคลายระหว่างการรักษาจะทำให้อาการผื่นหายได้เร็วขึ้น
  • อากาศหนาว: สำหรับผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่อาศัยในประเทศเขตหนาว การย้ายที่อยู่ไปบริเวณเขตร้อนในช่วงฤดูหนาวอาจช่วยไม่ให้อาการกำเริบ เนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์สามารถช่วยลดการทำงานของภูมิคุ้มกันบริเวณผิวหนังได้
  • ผิวหนังแห้ง: ปัจจัยใด ๆ ก็ตามที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของชั้นผิวหนัง อาจทำให้ผื่นสะเก็ดเงินกำเริบ รวมไปถึงภาวะผิวหนังแห้งเกินไปด้วย สามารถป้องกันสามารถทำได้โดยการรักษาผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ หากมีอาการแพ้น้ำหอมในโลชั่น อาจต้องเจาะจงเลือกใช้โลชั่นที่ไม่ผสมน้ำหอมเพื่อหลีกเลี่ยงผื่นแพ้
  • การฉีดวัคซีน: เนื่องจากผู้ป่วยสะเก็ดเงินมักมีผิวหนังแห้งอยู่เดิม เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งต้องแทงเข็มผ่านผิวหนังที่แห้งอาจทำให้ผื่นกำเริบได้ แต่วัคซีนหลายชนิดก็มีความจำเป็น จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่โปรดระมัดระวังว่าหากผู้ป่วยได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน ไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อโรคที่ยังมีชีวิต เพราะร่างกายของผู้ป่วยจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคที่ใช้ผลิตวัคซีนนั้นได้ อันเป็นผลจากยาที่ได้รับอยู่ ดังนั้นจึงต้องแจ้งให้แพทย์ทราบข้อมูลดังกล่าวเสมอ เพื่อเลือกใช้วัคซีนที่ไม่ได้ผลิตจากเชื้อที่มี่ชีวิต
  • ยาบางชนิด: ยาลดความดันในกลุ่มเบต้า-บล็อกเกอร์ (Beta-Blocker) หรือยาโรคระบบประสาท หรือยากันชัก กลุ่มลิเทียม (Lithium) อาจทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินแย่ลงได้ หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงิน ร่วมกับมีภาวะความดันโลหิตสูง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาลดความดันกลุ่มที่ไม่ทำให้สะเก็ดเงินแย่ลง หากคุณต้องรับประทานยากลุ่มลิเทียม แพทย์ผิวหนังอาจต้องพิจารณาให้การรักษาสะเก็ดเงินด้วยการฉายแสง หรือใช้ยาทาเฉพาะที่แทน
  • การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน: ไข้หวัดและการติดเชื้ออื่น ๆ โดยเฉพาะคออักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) อาจทำให้สะเก็ดเงินกำเริบ หากคุณเป็นโรคสะเก็ดเงินและมีอาการเจ็บคอให้รีบรักษา และอย่าลืมตรวจหาเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการเจ็บคอว่าเกิดจากเชื้อสเตรปโตคอคคัสหรือไม่ และผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่มีอาการเจ็บคอบ่อย ๆ อาจต้องได้รับยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
  • การสูบบุหรี่: มีหลักฐานว่าการสูบบุหรี่ทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินแย่ลง
  • อาหาร: ไม่มีการศึกษาใดสนับสนุนว่าการรับประทานอาหารเสริมจะส่งผลดีต่ออาการของโรคสะเก็ดเงิน แต่ในทางกลับกัน การหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด จะสามารถลดการอักเสบ และช่วยลดการกำเริบของโรคสะเก็ดเงินได้ ซึ่งโดยทั่วไปหากคุณพบว่าอาหารชนิดใดทำให้อาการของโรคสะเก็ดเงินของคุณแย่ลง ให้พยายามหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น ๆ นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินจำนวนมากมีอาการแพ้กลูเตนร่วมด้วย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ปราศจากกลูเตนจะช่วยลดอาการของโรคสะเก็ดเงินได้
  • แอลกอฮอล์: ในผู้ป่วยสะเก็ดเงินบางราย การดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าหนึ่งหรือสองแก้วต่อวันกระตุ้นให้เกิดผื่นสะเก็ดเงิน แต่หลักฐานจากการศึกษาวิจัยยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากผื่นที่เกิดหลังดื่มแอลกอฮอล์อาจมีผลมาจากความเครียดร่วมด้วย

ชนิดของโรคสะเก็ดเงิน

สะเก็ดเงินมีหลายชนิด โดยทั่วไปผู้ป่วยมักมีอาการเพียงชนิดเดียวในการกำเริบแต่ละครั้ง แต่ละชนิดก็มีอาการเฉพาะต่างกันไป โดยส่วนมากมักมีอาการเป็นวงจร กล่าวคือ มีอาการกำเริบเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน จากนั้นอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้น หรืออาจหายสนิทได้

  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นหนา (Psoriasis Vulgaris) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ลักษณะเป็นผื่นแดง นูน ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเงิน ผื่นอาจมีอาการคัน หรือเจ็บ และอาจแห้งแตกจนมีเลือดออกได้ สามารถเกิดในบริเวณใดของร่างกายก็ได้ แต่มักพบบริเวณหนังศีรษะ ข้อศอก หลังด้านล่าง และเข่า ผื่นจะหนาขึ้นหากเกา ผื่นมีได้หลายขนาดต่างกัน และอาจรวมเข้าด้วยกันได้ เล็บของผู้ป่วยมักจะเป็นหลุมและแตก หรือหลุดออก
  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นขนาดเล็ก (Guttate Psoriasis) มักเริ่มเกิดตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เป็นผื่นสะเก็ดเงินชนิดที่พบได้บ่อยเป็นอันดับสอง อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ มีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณลำตัวและแขนขา แต่อาจพบบริเวณอื่น ๆ ของร่างกายได ซึ่งจุดตามผิวหนังอาจสามารถหายไปเองได้ภายในเวลาเป็นสัปดาห์หรือหลายเดือนโดยที่ไม่ได้รับการรักษาใด ๆ และจุดตามผิวหนังมักเกิดในบริเวณที่เคยเกิดสะเก็ดเงินชนิดผื่นหนามาก่อน
  • สะเก็ดเงินบริเวณซอกพับ (Inverse Psoriasis หรือ Intertriginous Psoriasis) เป็นผื่นแดงเรียบเกิดขึ้นบริเวณข้อพับต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจมีลักษณะเรียบเป็นเงา ไม่มีขุย ผื่นชนิดนี้อาจเกิดได้บริเวณอวัยวะเพศหรือบริเวณโดยรอบ เช่น ข้อพับต้นขา หรือต้นขาด้านบน และก้น หรือตามบริเวณซอกพับของร่างกาย เช่น รักแร้ และขาหนีบ ในผู้หญิงอาจมีผื่นบริเวณใต้ราวนม ผู้ป่วยสะเก็ดเงินชนิดนี้มักพบผื่นสะเก็ดเงินชนิดอื่น ๆ ร่วมด้วยในคราวเดียว
  • สะเก็ดเงินชนิดตุ่มหนอง (Pustular Psoriasis ) เป็นตุ่มหนองรอบบริเวณผิวที่แดง ภายในตุ่มหนองจะประกอบไปด้วยเม็ดเลือดขาว เมื่อผื่นขึ้นปกคลุมร่างกาย จะทำให้ผิวหนังแดง และรู้สึกไม่สบายตัว อ่อนเพลีย อาจมีไข้ หนาวสั่น มีอาการคันอย่างรุนแรง ชีพจรเต้นเร็ว เบื่ออาหาร หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตุ่มหนองบวมแดงมักเกิดบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า และเมื่อตุ่มหนองแห้ง ผิวหนังจะกลายเป็นจุดสีน้ำตาล หรือลอกเป็นสะเก็ด
  • สะเก็ดเงินชนิดผื่นแดงลอกทั่วตัว (Erythrodermic Psoriasis) เป็นชนิดที่พบได้ยาก แต่มีอาการรุนแรงและอันตราย โดยจะเป็นผื่นแดงลอกเป็นขุยทั่วตัวเหมือนโดนน้ำร้อนลวก รู้สึกร้อนมาก หรือหนาวมาก หัวใจเต้นเร็ว คันอย่างมาก และเจ็บปวดอย่างรุนแรง สะเก็ดเงินชนิดนี้อาจเกิดได้ประมาณ 3% ของผู้ป่วยทั้งหมด โดยอาจเกิดเพียงครั้งเดียวหรือเกิดซ้ำได้จากข้อมูลขององค์กรสะเก็ดเงินแห่งสหรัฐอเมริกา

การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน

ส่วนมากแพทย์จะวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินจากการซักประวัติ และตรวจร่างกายบริเวณผิวหนัง หนังศีรษะ และเล็บ ในผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการตัดชิ้นเนื้อบริเวณผิวหนังเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งสามารถแยกชนิดของสะเก็ดเงิน และวินิจฉัยโรคอื่น ๆ ที่อาจมีลักษณะคล้ายสะเก็ดเงิน เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มน้ำใส ต่อมไขมันอักเสบ ไลเคนพลานัส (Lichen Planus) กลาก และผื่นขุยกุหลาบ เป็นต้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่