Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ภาวะผิวแห้งคันในผู้สูงอายุ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,448,389 คน

ภาวะผิวแห้งคันในผู้สูงอายุ

ภาวะผิวแห้งคันเป็นปัญหาทางผิวหนังที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุค่ะ โดยเฉพาะในเพศหญิง ถึงแม้จะไม่มีอันตรายรุนแรง แต่ก็สร้างความรำคาญ อาจนำไปสู่การเกาจนเกิดเป็นแผลถลอกและเสี่ยงต่อการติดเชื้อแทรกซ้อนได้

อีกทั้งอาการคันอาจกระทบต่อคุณภาพการนอน ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วยด้วยนั่นเอง

และเนื่องจากพบภาวะผิวแห้งคันเรื้อรังได้มากขึ้นตามอายุ จึงมักเป็นสาเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดและมีการรักษาอย่างไม่เหมาะสม จนทำให้เสี่ยงต่อผลอันไม่พึงประสงค์จากยาโดยไม่จำเป็นอีกด้วยนะคะ

มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งคันในผู้สูงอายุได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น...

  • ความเสื่อมตามวัยของผิว ทำให้ผิวบางลงและโครงสร้างต่าง ๆ ของผิวหนังทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ และสูญเสียความชุ่มชื้นจนทำให้ผิวแห้ง โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือมีความชื้นต่ำ
  • การอักเสบของผิวหนังจากสิ่งระคายเคือง หรือการถูกแดดเผา จึงมีการหลั่งสารเคมีในร่างกายที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้และคัน
  • โรคทั้งทางร่างกายและจิตใจ, การติดเชื้อ หรือยาที่ใช้อยู่

จึงจำเป็นต้องทราบสาเหตุที่แท้จริงของอาการคันที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เพื่อจะได้พิจารณาการป้องกัน แก้ไข หรือรักษาที่เหมาะสมนั่นเองค่ะ

นอกจากการรักษาที่ตรงจุด หากปัญหาเกิดจากโรค, การติดเชื้อ หรือยาที่ใช้อยู่ การดูแลโดยทั่วไปก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ เพื่อลดปัญหาผิวแห้ง คัน และระคายเคือง เช่น หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น, ควรใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน, ทาครีมบำรุงผิวหรือน้ำมันหลังอาบน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว, หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อากาศร้อนหรือเย็นจัด รวมถึงตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันการเกาจนเกิดเป็นแผลถลอก

หากผิวแห้งมาก อาจต้องใช้ ยูเรียครีม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยูเรียครีม ในความแรง 5 – 10% มาทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแทนการใช้มอยส์เจอไรซิ่งครีมทั่วไปนะคะ

ส่วนการใช้ยาทาภายนอกเพื่อบรรเทาอาการคันและผิวแห้ง (ในกรณีที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อซึ่งต้องการการรักษาที่เฉพาะเจาะจง) ไม่แนะนำให้ใช้ยาทาสเตียรอยด์นะคะ แต่หากจำเป็นก็ควรระมัดระวัง ไม่ใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ผิวบาง หรือมีหลอดเลือดขยายได้

เช่นเดียวกับยาทาแก้แพ้กลุ่มแอนตี้ฮิสตามีน ที่แม้จะได้ผลดีกับผื่นลมพิษหรือแมลงสัตว์กัดต่อย แต่ไม่เหมาะกับภาวะผิวแห้งคันค่ะ เพราะอาจยิ่งทำให้ระคายเคืองและเป็นผื่นบวมแดงบริเวณที่ใช้ยา

ส่วนยาทาในกลุ่มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือ Topical Immunomodurators เช่น Tacrolimus (PROTOPIC® ointment 0.1%) และ Pimecrolimus (ELIDEL® 1% cream) ซึ่งโดยปกติจะใช้ในโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ก็สามารถนำมาใช้กับภาวะผิวแห้งคันได้เช่นกันค่ะ เนื่องจากมีประสิทธิภาพดี และเห็นผลเร็ว

อย่างไรก็ตามอาจมีอาการแสบร้อนหรือแดงในบริเวณที่ทายา แต่ก็จะหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์นะคะ ซึ่งหากทนผลข้างเคียงที่กล่าวมาได้ วิธีนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากไม่ทำให้ผิวฝ่อและบางเหมือนกับการใช้ยาทาสเตียรอยด์

นอกจากนี้ ยาชาเฉพาะที่ เช่น Lidocaine + Prilocaine (EMLA® 5%, RACSER® cream) หรือก็สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการคันที่เกิดขึ้นได้เช่นกันค่ะ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ดูในแอป