การทะลักของไส้ตรงและทวารหนักในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,204,376 คน

ไส้ตรงเป็นอวัยวะส่วนสุดท้ายของลำไส้ใหญ่ และมีทวารหนักเป็นส่วนต่อขยายของไส้ตรงเพื่อที่จะระบายของเสียออกจากร่างกาย การที่มีไส้ตรงและทวารหนักทะลักนั้น คือการที่มีชั้นเนื้อเยื่อของไส้ตรง 1 หรือมากกว่า 1 ชั้น โผล่ออกมาทางทวารหนัก เพื่อระบายของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะนี้นั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ประกอบไปด้วย ความผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่ายปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์

ไม่ว่าสุนัข เพศไหน อายุเท่าไหร่ หรือพันธุ์ไหน ก็สามารถพบภาวะนี้ได้เช่นกัน สำหรับสุนัขที่มีการติดเชื้อไวรัสหรือพยาธิจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นได้มากกว่าตัวอื่นๆ ถ้าหากเจ้าของท่านใดสนใจภาวะนี้ในแมว ก็สามารถติดตามได้ที่ PetMD health library

อาการและประเภท

การทะลักของไส้ตรงนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อทุกชั้นของเนื้อเยื้อของไส้ตรงทุกชั้นทะลักออกมาทางรูเปิดทวารหนัก ซึ่งบางครั้งจะเรียกว่าการทะลักของทวารหนัก

สุนัขที่มีภาวะไส้ตรงทะลักนั้นจะพบว่ามีอาการปวดเบ่งตลอดเวลาขณะทำการถ่ายอุจจาระ ถ้าการทะลักเป็นการทะลักแบบไม่สมบูรณ์ จะพบว่ามีส่วนเล็กๆของเยื้อบุไส้ตรงออกมาให้เห็นขณะทำการขับถ่าย แต่ถ้าเป็นการทะลักแบบสมบูรณ์ เราจะพบว่ามีก้อนเนื้อออกมาจากทวารหนักอย่างถาวร ในรายที่เป็นเรื้อรังจะพบว่าเนื้อเยื่อกลายเป็นสีดำหรือสีน้ำเงิน

สาเหตุ

การทะลักของไส้ตรงและทวารหนักสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าหากว่ามีการเบ่งขณะอุจจาระ หรือมีการผ่าตัดที่ระบบย่อยอาหารตอนท้ายมาก่อน นอกเหนือจากสองปัจจัยนี้แล้ว ยังพบว่ามีปัจจัยอื่นอีก ได้แก่

  • ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารที่ทำให้เกิดการท้องเสีย การเบ่งขณะอุจจาระ พบพยาธิอยู่ในระบบทางเดินอาหาร และการอักเสบที่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่
  • ความผิดปกติของระบบขับถ่ายปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ เช่น การอักเสบหรือการขยายใหญ่ของต่อมลูกหมาก การอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และการคลอดที่ผิดปกติ
  • มีอาการท้องผูกเรื้อรัง และพบว่ามีลักษณะคล้ายถุงทะลักออกมาจากลำไส้เล็ก ไส้ตรงหรือเนื้องอกทวารหนัก มีการเบี่ยงของไส้ตรงไปจากแนวเดิม

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ประกอบไปด้วย การตรวจค่าเลือดทางเคมี และการนับเม็ดเลือด ซึ่งจะพบว่าผลของค่าเลือดนั้นจะปกติ หรืออาจพบว่ามีค่าเม็ดเลือดขาวสูงเหมือนกับการติดเชื้อ มีการเก็บอุจจาระเพื่อมาตรวจสอบหาปรสิต

การวินิจฉัยเพิ่มเติม ได้แก่ การถ่ายภาพทางรังสี หรือ การอัลราซาวน์ที่บริเวณช่องท้อง จะพบว่าต่อมลูกหมากมีการขยายขนาด มีสิ่งแปลกปลอม ผนังกระเพาะปัสสาวะมีการหนาตัว หรือพบนิ่วในไต

สัตวแพทย์จะทำการล้วงทวารตรวจเพื่อดูเนื้อเยื่อที่ผิดตำแหน่งไป ช่วงที่ชิ้นเนื้อส่งตรวจนั้นจะพบว่ามีการบวม และพบเลือดออกมาเมื่อทำการกรีด ถ้าหากว่าเนื้อเยื่อตายจะพบเป็นสีม่วงคล้ำ หรือดำ และเมื่อทำการกรีดจะพบเลือดออกเป็นสีน้ำเงิน

การรักษา

ถ้าหากพบว่าสุนัขมีการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตอยู่ สัตวแพทย์ทำการรักษาปัญหาการติดเชื้อก่อนด้วยยาปฏิชีวนะหรือยาต้านปรสิต เมื่อสามารถทราบว่าสาเหตุของการทะลักเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำการรักษาเรียบร้อยแล้ว สัตวแพทย์จะเริ่มจากการลดการบวมและดันเนื้อเยื่อนั้นกลับไปตำแหน่งเดิมภายในทวารหนัก

ซึ่งการทำนี้สามารถทำได้ด้วยมือโดยไม่ใช้เครื่องมือ โดยนวดที่บริเวณนั้นและใช้สารหล่อลื่น เช่น 50% ของน้ำตาลเด็กซ์โตส จะช่วยในการลดขนาดของการบวมได้ อาจมีการใช้กลุ่มยาสลบเพื่อลดความเจ็บปวดและความไม่สบายตัว จะนิยมใช้การบล็อกหลัง สัตวแพทย์จะทำการเลือกวิธีการรักษาตามความต้องการของสุนัขแต่ละตัว

ถัดมาสัตวแพทย์จะทำการเลือกไหมเย็บเพื่อทำการเย็บเนื้อเยื่อที่ทะลักออกมายึดที่ตำแหน่งที่ควรจะเป็น เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ การเย็บแบบ Purse string เป็นการเย็บที่นิยมมากที่สุด การเย็บนี้จะเย็บหลวมพอสมควรเพื่อให้สิ่งขับถ่ายสามารถผ่านออกมาได้

ถ้าพบว่าความผิดปกตินี้พบด้านในของทางเดินปัสสาวะ อาจต้องมีการทำศัลยกรรมฟื้นฟูลำไส้ด้วย

ความเป็นอยู่และ การจัดการ

ควรมีการเฝ้าระวังติดตามการเกิดซ้ำ โดยเฉพาะถ้าสาเหตุของการเกิดยังไม่ได้รับการกำจัด

ถ้าสุนัขมีการผ่าตัดแก้ไข ให้ทำการสังเกตบางแผลผ่าตัดในช่วง 5-7 วันแรก เนื่องจากแผลมีโอกาสแตกออกได้โดยเฉพาะขณะขับถ่ายอุจจาระ

ภายหลังการผ่าตัดแก้ไขมีโอกาสที่จะไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ ดังนั้นเจ้าของควรแน่ใจว่าสุนัขมีโอกาสได้ไปข้างนอกเพียงพอ เพื่อป้องกันการขับถ่ายที่ไม่พึงประสงค์และเพื่อช่วยลดความเครียด

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม