สุขภาพเด็ก

ป้องกันอ้วนตั้งแต่เด็ก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ป้องกันอ้วนตั้งแต่เด็ก

เด็กและวัยรุ่นสมัยนี้มีแนวโน้มที่จะอ้วนตั้งแต่เด็กกันมากขึ้นเนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป จากการวิจัยพบว่า เด็กและวัยรุ่นที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจในอนาคต

ดังนั้นการสร้างพฤติกรรมการกินที่ถูกต้องตั้งแต่แต่เด็กจึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้อย่างไม่ต้องสงสัย

“เด็กอ้วน” เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นทุกวัน องค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่า ภายในปี 2025 ทั่วโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนสูงถึง 70 ล้านคน หากปราศจากมาตรการป้องกัน ส่วนเด็กไทยพบปัญหาโรคอ้วนมากขึ้นในทุกกลุ่มอายุ หากไม่รีบป้องกัน อนาคตสุขภาพเด็กไทยน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

แพ้อาหารทำให้อ้วนได้อย่างไร

โรคอ้วนในเด็กมีสาเหตุจากการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ร่วมกันนิสัยการบริโภคอาหารของครอบครัวที่ไม่ถูกต้อง

มาดูกันว่าพฤติกรรมใดบ้างเป็นสาเหตุพอกพูนความอ้วน

  • เด็กในวัยเรียนดูทีวีโดยเฉลี่ยวันละ 3 ชั่วโมง หากรวมเวลาในการเล่นเกมหรืออินเทอร์เน็ตเข้าไปด้วย เฉลี่ยแล้วเด็กใช้เวลาประมาณวันละ 5 ชั่วโมง ขึ้นไปกับการนั่งอยู่กับที่ ทำให้ร่างกายไม่ได้ใช้พลังงาน
  • นักวิจัยพบว่า การดูทีวีระหว่างการกินรบกวนการรับรู้ความอิ่มและทำให้อยากกินอาหารที่มีพลังงานสูง ในกลุ่มเด็กประถมพบว่า หากดูทีวีระหว่างกินจะมีอัตราการกินเพิ่มมากขึ้น 17-35 เปอร์เซ็นต์จากปกติ และกินผักผลไม้น้อยลงเมื่อเปรียบเทียบกับการกินขณะไม่ได้ดูทีวี
  • มีรายงานพบว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกในครอบครัวยุ่งจนไม่มีเวลากินอาหารเย็นร่วมกัน พฤติกรรมนี้อาจทำให้กินอาหารที่มีคุณภาพต่อสุขภาพน้อยลง เพราะยึดความสะดวกสบายเป็นหลัก
  • มีรายงานผลการวิจัยสรุปว่า การทะเลาะถกเถียงกันระหว่างกินอาหารเย็นมีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าหากบรรยากาศการกินไม่สุนทรีย์แล้ว ความสนใจที่จะเลือกอาหารที่มีประโยชน์ก็จะลดน้อยลงไปด้วย
  • อาหารที่ปรุงและบริโภคกันเองในบ้านมักมีใยอาหารและแคลเซียมสูงกว่าอาหารนอกบ้าน และมีไขมันต่ำกว่าอาหารนอกบ้านถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นหากเด็กกินอาหารนอกบ้านบ่อยก็มีโอกาสรับไขมันจากอาหารสูงขึ้น
  • มีรายงานการวิจัยพบอีกว่า แม่ที่ไม่เต็มใจลองอาหารแปลกใหม่ ลูกสาวก็จะมีพฤติกรรมการกินที่ไม่ต่างกัน
  • นอกจากนั้นการวิจัยยังพบว่า ผู้ที่มีนิสัยจู้จี้จุกจิกในการกินจะกินผักน้อยในชีวิตประจำวัน
  • เครื่องดื่มของเด็กประมาณ 51 เปอร์เซ็นต์มีรสหวาน
  • เด็กที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ตทุกวัน 56 เปอร์เซ็นต์มักจะกินอาหารขณะเล่น

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะลดโรคอ้วนและโรคที่รอพร้อมจะมากับความอ้วนในวัยเด็ก ลองเริ่มพิจารณาปรับเปลี่ยนดังต่อไปนี้

ฝึกกินผักแก้อ้วน

การลดความอ้วนในเด็กไม่ใช่การจับเด็กอดอาหารหรือจำกัดอาหาร เพราะจะทำให้การเจริญเติบโตของเด็กช้าลงและส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคโดยหันมาลดเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี เช่น ลดอาหารไขมันสูง กินอาหารที่มีกากใยสูงอย่างธัญพืชไม่ขัดสี เพิ่มผักผลไม้แทนขนมหวานต่างๆ ที่มีน้ำตาลและไขมันสูง น้ำหวาน น้ำอัดลม อาหารทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด ร่วมกับเพิ่มการออกกำลังกายสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยวการเป็นผู้ใหญ่อ้วนได้ ซึ่งเป็นที่มาของโรคเบาหวาน แต่การที่เด็กจะเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้ ต้องอาศัยพ่อแม่สนับสนุนและช่วยดูแลอาหารการกิน

นั่นหมายความว่าพ่อแม่จะต้องเป็นแบบอย่างการกินที่ดีให้ลูก

ผักผลไม้ไม่มีไขมันและมีพลังงานต่ำเมื่อเทียบกับอาหารหมวดอื่นๆ และเป็นแหล่งสารอาหารจำเป็น เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรง เสริมสร้างภูมิต้านทาน มีใยอาหารช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยลดไขมัน และมีสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมากมาย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น

ปัญหาการกินที่พบมากในเด็กทุกชาติทุกภาษาทั่วโลกคือ การไม่กินผักและผลไม้อย่างเพียงพอ ยกเว้นชาวมังสวิรัติที่ได้รับการปลูกฝังนิสัยการบริโภคมาตั้งแต่เด็กๆ จึงมีภาษีดีกว่าเด็กที่ไม่ใช่ชาวมังสวิรัติทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา มีรายงานว่า เด็กยังบริโภคผักและผลไม้น้อยมาก มีเพียง 14 เปอร์เซ็นต์ที่บริโภคผักผลไม้ ได้ตามคำแนะนำ และ 17 เปอร์เซ็นต์บริโภคผักได้ตามที่แนะนำทุกวันจากสถิติย้อนหลังพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544 เป็นต้นมา ปริมาณการบริโภคผักและผลไม้ของคนไทยลดต่ำอย่างมาก อย่างไรก็ตามการไม่กินผักผลไม้ในเด็กอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการกินและวิธีการเลี้ยงดูของพ่อแม่ด้วย ลองมาดูวิธีการแก้ปัญหาดังต่อไปนี้

  • สังเกตพฤติกรรมการกินของพ่อแม่และคนดูแลว่าเป็นตัวอย่างที่ดีหรือไม่ โดยผู้ใหญ่ควรกินผักวันละ 2 ถ้วยตวง (4 อุ้งมือ) และผลไม้ 1 ½-2 ถ้วยตวง (3-4 อุ้งมือ)
  • จากการวิจัยพบว่า ก่อนที่เด็กจะยอมรับอาหารใหม่ที่พ่อแม่พยายามทำให้กิน เด็กจะถูกเสนอหรือเชิญชวนซ้ำๆกันถึง 10-15 ครั้ง พ่อแม่จึงต้องอดทนในการปลูกฝังนิสัยการกินผักเริ่มจากการเติมผักปริมาณน้อยๆในอาหารหลายชนิดที่เด็กชอบ หากเด็กไม่ยอมกินในครั้งแรกๆ ก็ไม่ควรบ่นหรือต่อว่าแต่พยายามพูดชักชวนและกินให้ดูเป็นตัวอย่าง จากประสบการณ์ผู้เขียนพบว่า หากเราตอกย้ำด้วยการชักชวนบ่อยๆ จะพบว่า แม้เด็กจะไม่กินต่อหน้าในระยะแรกๆ แต่จะกินที่โรงเรียน และสอนเพื่อนที่ไม่กินให้กินผักไปด้วย แต่เวลาอยู่บ้านจะแสดงอาการต่อต้านการกินผัก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  • เนื่องจากต่อมรับรสในลิ้นของเด็กมีความไวกว่าของผู้ใหญ่เด็กอาจจะรู้สึกถึงรสขมในผักบางชนิด ขณะที่ผู้ใหญ่ไม่รู้สึก จึงควรลองเปลี่ยนชนิดของผัก สูตร วิธีการปรุง และการตกแต่งจานให้ดูน่าสนใจ
  • เลือกผักที่นำมาปรุงให้มีสีสันน่ากิน หากเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทอดหรือชุบแป้งทอดควรมีผักโรยหน้า เลือกปรุงด้วยวิธีย่างหรืออบแทนการทอดบ่อยๆ
  • ดึงความสนใจของเด็กให้มีส่วนร่วม เช่น ให้เด็กเลือกซื้อผักผลไม้ที่ชอบ ให้ช่วยล้างผัก เตรียมผัก จัดโต๊ะอาหารเท่าที่จะทำได้ตามอายุ จะทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจสำหรับครอบครัวที่มีบริเวณปลูกต้นไม้ อาจปลูกผักที่เด็กเลือก เด็กจะรอวันที่เก็บผักกินได้
  • การบังคับให้กินอาหารให้หมดจะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกลบกับอาหารชนิดนั้น จึงควรให้อิสระกับเด็กในการตัดสินใจที่จะลองกินผักผลไม้ชนิดใหม่ๆ
  • เด็กบางคนไม่ชอบผักต้มสุก แต่จะชอบผักสดที่มีรสหวานกรอบ พ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตด้วยว่าเด็กมีความชอบแบบใด
  • พ่อแม่ไม่ควรใช้วิธีติดสินบนว่า ถ้ากินผักแล้วจะให้กินขนมเค้กหรือน้ำหวาน เพราะวิธีนี้จะทำให้เด็กเห็นว่าขนมหรือน้ำหวานมีความสำคัญถึงขนาดที่ผู้ใหญ่ต้องติดสินบนและมองว่าการกินผักเป็นสิ่งที่ยาก จะต้องฝืนกินถึงถึงจะได้กินสิ่งที่ต้องการ
  • เสิร์ฟปริมาณให้เหมาะสมกับอายุเด็ก โดยปริมาณผักและผลไม้ที่แนะนำสำหรับ 1 มือคือ
  • เด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไปให้กินปริมาณเท่ากับผู้ใหญ่
  • เสิร์ฟผลไม้หลังอาหาร โดยอาจปอกเปลือกและหั่นแช่ตู้เย็นเตรียมไว้ก่อน เพื่อเพิ่มความสะดวก หรือหาโถใส่ผลไม้สวยๆ ที่หยิบกินเองได้ เช่น แอ๊ปเปิ้ล สาลี่ ชมพู่ ส้ม หรือกล้วย แทนการตุนขนมประเภทจั๊งค์ฟู้ด
  • นำผักผลไม้มาปั่นเป็นเครื่องดื่มหรือสมู้ตทีหลากสีแทนเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน หรือเครื่องดื่มประเภททรีอินวัน
  • พ่อแม่ควรอ่านฉลากข้อมูลโภชนาการทุกครั้งเพื่อเลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์

เมื่อปลูกฝังนิสัยการกินที่ดีให้เด็กแล้ว ต้องแนะนำปริมาณอาหารที่จะกินด้วย หมั่นชวนลูกไปออกกำลังกาย ลูกๆ ก็จะห่างไกลจากโรคอ้วน แม้ว่าครอบครัวจะมีประวัติพันธุกรรมความอ้วนก็ตาม

 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่