การผ่าตัด

การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,200,794 คน

การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP)

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 31/05/2562

การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (Transurethral resection of the prostate หรือ TURP) เป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการตัดชิ้นส่วนของต่อมลูกหมากออก ต่อมลูกหมากคือต่อมขนาดเล็กที่อยู่ในเชิงกรานและพบได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น ต่อมจะอยู่ระหว่างองคชาติกับกระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบด้วยท่อปัสสาวะ (ท่อที่นำน้ำปัสสาวะจากกระเพาะเก็บไปยังองคชาติ)

หากต่อมลูกหมากขยายใหญ่ขึ้น ก็จะไปกดทับกระเพาะปัสสาวะและดันท่อปัสสาวะจนทำให้เกิดปัญหาการอุดกั้นการไหลของปัสสาวะขณะถ่ายปัสสาวะ 

นอกจากนี้ TURP ยังใช้แก้ปัญหาสาเหตุการอุดกั้นการไหลของปัสสาวะอื่นๆ เช่น มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ หรือการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ เป็นต้น 

เหตุใดจึงต้องดำเนินการ TURP

TURP จะถูกแนะนำโดยแพทย์หากเกิดภาวะต่อมลูกหมากโต (โรคต่อมลูกหมากโต) จนก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ และไม่ตอบสนองต่อการใช้ยารักษา

อาการที่จะดีขึ้นหลัง TURP มีดังนี้:

  • ปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะ
  • ปัญหาปัสสาวะไหลอ่อนหรือหยุดไหล
  • ปัญหาต้องใช้แรงในการขับปัสสาวะ
  • ตื่นนอนกลางดึกบ่อยครั้งเพื่อปัสสาวะ
  • ภาวะอยากปัสสาวะอย่างกะทันหัน
  • ไม่สามารถขับปัสสาวะได้หมด
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

TURP ดำเนินการอย่างไร?

TURP เป็นกระบวนการที่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า resectoscope ซึ่งเป็นแท่งโลหะบางยาวที่มีไฟ กล้อง และขดลวดอยู่ที่ปลาย เพื่อสอดผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปจนถึงต่อมลูกหมาก ทำให้กระบวนการนี้ไม่มีการกรีดผ่าผิวหนังใด ๆ

ขดลวดที่อยู่ที่ปลายจะมีหน้าที่ทำความร้อนด้วยกระแสไฟฟ้าและใช้ตัดชิ้นส่วนของต่อมลูกหมากที่สร้างปัญหาออกมา หลังจากนั้นจะมีการสอดสายสวนเข้าไปเพื่อฉีดของเหลวไปยังกระเพาะปัสสาวะและล้างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากที่ไม่จำเป็นออก

ระหว่างกระบวนการจะมีการใช้ยาสลบหรือการระงับประสาทที่ไขสันหลังกับคนไข้เพื่อไม่ให้คุณรู้สึกเจ็บปวดระหว่างรับการรักษา

การฟื้นตัวหลัง TURP

คุณต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 ถึง 3 วันหลังการผ่าตัด สายสวนที่ใช้ระหว่างการผ่าตัดจะถูกปล่อยคาไว้ไปตลอดการพักฟื้นที่โรงพยาบาลเนื่องมาจากท่อปัสสาวะของคุณจะมีอาการบวมจนทำให้ไม่สามารถปัสสาวะได้สะดวกในช่วงแรก

คุณจะมีอาการเหนื่อยล้าเป็นเวลาหนึ่งหรือสองสัปดาห์หลังจากกลับบ้าน ผู้ชายส่วนมากจะกลับมาแข็งแรงตามเดิมหลังจากนี้ แต่อาจยังต้องถนอมร่างกายไว้ก่อนอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์

คุณควรต้องหยุดงานและหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกาย การขับรถ หรือแม้แต่การมีเพศสัมพันธ์ไว้เป็นเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ และอาจมีเลือดปนปัสสาวะหรือมีภาวะปัสสาวะลำบากบ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปตามการฟื้นร่างกายของคุณ แต่หากคุณเป็นกังวล ก็สามารถติดต่อขอรับคำปรึกษากับทีมรักษาของคุณได้

TURP มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

ในกรณีส่วนมาก TURP เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก ๆ แต่ผู้ชายหลายคนที่ผ่านการผ่าตัด TURP มาอาจพบว่าสูญเสียความสามารถในการหลั่งน้ำเชื้อระหว่างการมีเพศสัมพันธ์หรือการสำเร็จความใคร่ แม้ว่าจะมีความรู้สึกสุดยอดราวกับกำลังหลั่งก็ตาม เรียกภาวะเช่นนี้ว่าการหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง

นอกจากนี้ การสูญเสียความสามารถในการควบคุมกระเพาะปัสสาวะอาจพบได้ชั่วคราว โดยอาการนี้จะค่อยๆ ทุเลาไปเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่ในกรณีหายาก อาการนี้อาจคงอยู่เรื้อรังจนต้องมีการรักษาเกิดขึ้น

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดปัญหาอย่างการสูญเสียสมรรถนะทางเพศ ขับปัสสาวะลำบาก และอาจมีการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ (UTI) ได้เช่นกัน

กรรมวิธีนอกจาก TURP

มีกระบวนการรักษาหลายประเภทที่สามารถใช้แทน TURP ได้ ทั้งยังมีประสิทธิภาพดีและมีโอกาสเกิดภาวะข้างเคียงน้อย ดังนี้:

  • การฉายเลเซอร์โฮลเมียมสลายต่อมลูกหมากโต (HoLEP): จะมีการใช้แสงเลเซอร์ที่อยู่ที่ปลายของ resectoscope (กล้องขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายท่อเล็กๆ) ตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่เกินออก
  • การสลายต่อมลูกหมากโตด้วยเลเซอร์: จะมีการใช้ท่อบางยาวที่เรียกว่า cystoscope สอดเข้าทางท่อปัสสาวะ โดยท่อดังกล่าวจะปล่อยพลังงานกระตุ้นเพื่อเผาไหม้เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกมา

อย่างไรก็ตามกระบวนการข้างต้นเหล่านี้ก็ไม่ได้เหมาะสมกับผู้ชายทุกคนที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตและอาจไม่ได้มีดำเนินการในทุกโรงพยาบาล

กระบวนการข้างต้นอาจมีความเหมาะสมกับผู้ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตมากๆ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาแบบ TURP ได้ และผู้ที่ต้องใช้ยาละลายลิ่มเลือดอย่าง วาฟาริน (Warfarin) เป็นต้น

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการรักษาต่อมลูกหมากแบบ TURP

การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP) มักดำเนินการตามโรงพยาบาลทั่วไปและมีการใช้ยาระงับประสาท และหลังจากกระบวนการ แพทย์จะขอให้คุณพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 ถึง 3 วัน

การเตรียมความพร้อมผ่าตัด

คุณจะถูกส่งตัวไปทำการประเมินร่างกายก่อนการผ่าตัดไม่กี่สัปดาห์ เพื่อให้แพทย์และพยาบาลมั่นใจว่ากระบวนการนี้เหมาะสมกับคุณ และตัวคุณสามารถรับมือกับฤทธิ์ของยาระงับประสาทได้หรือไม่

จะมีการทดสอบเกิดขึ้นมากมายอย่างการตรวจเลือด และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อตรวจสอบสุขภาพโดยรวมของคุณ โดยการทำ ECG เป็นการทดสอบง่ายๆ ที่ใช้ตรวจกิจกรรมไฟฟ้าของหัวใจคุณ ระหว่างขั้นตอนนี้คุณจะมีโอกาสสอบถามพูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับกระบวนการและข้อสงสัยต่างๆ 

โปรดแจ้งแพทย์หรือพยาบาลหากคุณกำลังใช้ยาต้านเกร็ดเลือดอยู่ อย่างเช่น ยาแอสไพริน หรือโคลพิโดเกรล ยาเหล่านี้อาจก่อให้เกิดภาวะตกเลือดรุนแรงระหว่างการผ่าตัดได้ ดังนั้นแพทย์อาจจะขอให้งดยาเหล่านี้ก่อนเข้าผ่าตัด

หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่ ควรพยายามเลิกหรืองดก่อนเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากบุหรี่จะไปเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้หลายอย่าง เช่น การติดเชื้อในทรวงอก และลิ่มเลือดอุดตัน เป็นต้น

ก่อนกระบวนการผ่าตัด

แพทย์มักจะแจ้งให้คุณต้องมาถึงโรงพยาบาลก่อนวันผ่าตัดหนึ่งวัน โดยคุณจะถูกห้ามรับประทานหรือดื่มน้ำก่อนผ่าตัดประมาณหกชั่วโมง ขึ้นอยู่กับผลของการประเมินร่างกายก่อนหน้า คุณอาจได้รับยาป้องกันลิ่มเลือดไปรับประทานก่อนตามกรณี

ก่อนเริ่มกระบวนการผ่าตัด คุณจะได้รับยาระงับประสาทเพื่อกดความรู้สึกเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ โดยประเภทยาที่ใช้อาจมีดังนี้:

  • ยาสลบ: ทำให้คุณหมดสติไปตลอดกระบวนการ
  • ยาระงับประสาทบริเวณไขสันหลัง: คุณจะตื่นอยู่ตลอดกระบวนการแต่จะไม่มีความรู้สึกในส่วนที่อยู่ต่ำกว่าเอวลงไป

การผ่าตัด

TURP มักจะดำเนินการด้วยการใช้ resectoscope ที่มีลักษณะเป็นแท่งโลหะบางยาวที่มีไฟ กล้อง และขดลวดอยู่ที่ปลาย

ศัลยแพทย์จะสอด resectoscope เข้าท่อปัสสาวะไปสู่ตำแหน่งที่ต่อมลูกหมากของคุณอยู่

หลังจากที่ปลายท่อถึงตำแหน่งที่ต้องการ แพทย์จะปล่อยกระแสไฟฟ้าไปทำความร้อนที่ขดลวดเพื่อใช้ตัดชิ้นส่วนต่อมลูกหมากออก ภายหลังกระบวนการทั้งหมด แพทย์จะสอดสายสวนเข้าไปฉีดของเหลวเข้ากระเพาะปัสสาวะและชะล้างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากออก

เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น คุณจะถูกส่งตัวไปพักฟื้นโดยที่จะมีสายสวนสอดคาท่อปัสสาวะอยู่เช่นนั้นหลายวันจนกว่าคุณจะสามารถขับถ่ายได้เป็นปกติ

การพักฟื้น

ภายหลังการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP) คุณต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 ถึง 3 วันก่อนที่จะสามารถกลับบ้านได้

ขณะที่อยู่โรงพยาบาล คุณอาจได้รับน้ำเกลือเข้าเส้นเลือดจนกว่าคุณจะฟื้นตัวจากฤทธิ์ยาระงับประสาทและสามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปรกติ

คุณจะไม่ประสบกับความเจ็บปวดรุนแรงเกิน แต่อาจมีความรู้สึกไม่สบายตัวและรู้สึกกระเพาะปัสสาวะบีบรัดตัวบ้าง (จากสายสวนที่สอดคาไว้) เนื่องมาจากท่อปัสสาวะของคุณจะมีอาการบวมและปวดอยู่บ้างนั่นเอง

คุณสามารถกลับบ้านได้ทันทีที่แพทย์ดึงสายสวนท่อปัสสาวะออกและคุณสามารถปัสสาวะได้เหมือนปกติ ก่อนปล่อยตัวแพทย์จะแนะนำวิธีการฟื้นร่างกายที่บ้านแก่คุณ และจะมีการนัดหมายติดตามผลอีกทีไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

การปัสสาวะหลังจาก TURP

คุณจะไม่สามารถปัสสาวะได้เหมือนปกติในช่วงแรกเนื่องจากท่อปัสสาวะจะมีอาการบวมอยู่ แพทย์จะสอดสายสวนที่ใช้ชะล้างชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากไว้เพื่อขยายท่อปัสสาวะจนกว่าอาการบวมจะหายไป

หลังการผ่าตัดหนึ่งวัน แพทย์จะฉีดน้ำเข้ากระเพาะปัสสาวะของคุณผ่านสายสวนเพื่อล้างกระเพาะปัสสาวะและกำจัดลิ่มเหลือหรือของเสียต่าง ๆ ออก กระบวนการนี้มักจะไม่เจ็บปวดมากนักแต่อาจทำให้คุณรู้สึกหน่วงกระเพาะปัสสาวะเล็กน้อย

หลังผ่านไป 24 ถึง 48 ชั่วโมง สายสวนจะถูกดึงออกเพื่อตรวจสอบการไหลผ่านของปัสสาวะ และคุณก็สามารถกลับบ้านได้ โดยในช่วงแรกหลังการถอดสายสวน คุณอาจรู้สึกไม่สบายตัวขณะปัสสาวะและอาจควบคุมการขับถ่ายยากเป็นเวลาไม่กี่วันซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามปกติหลังการถอดสายสวน

หากคุณไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะได้ อาจต้องมีการสอดสายสวนซ้ำอีกทีและจะถูกปล่อยคาไว้ชั่วคราวจนคุณถึงบ้าน โดยแพทย์จะทำการนัดหมายดึงสายสวนออกอีกทีหลายวันข้างหน้า

การพักฟื้นที่บ้าน

ภายหลังการผ่าตัด TURP คุณจะมีอาการเหนื่อยล้าและรู้สึกไม่สู้ดีเป็นเวลาหนึ่งหรือสองสัปดาห์ ผู้ชายส่วนมากจะกลับมาดีขึ้นหลังจากช่วงเวลาดังกล่าว แต่อาจต้องดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเบา ๆ ไปประมาณ 2 เดือนอยู่

ในช่วงอาทิตย์แรก คุณไม่ควรยกหรือเคลื่อนย้ายของหนักหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากใด ๆ หากจำเป็นก็ควรหาเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวทำแทนคุณไปก่อน

เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้น คุณสามารถกำลังกายเบา ๆ ได้อย่างการเดินเพื่อให้ช่วยให้เลือดไหลเวียนและลดความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดที่ขาของคุณ

คุณต้องดื่มน้ำใหม่มาก ๆ ระหว่างพักฟื้นเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ (UTI) และช่วยชะล้างเลือดที่ปนอยู่ในปัสสาวะของคุณ แพทย์อาจแนะนำให้คุณออกกำลังกายบริเวณเชิงกรานบนพื้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการควบคุมกระเพาะปัสสาวะของคุณ

ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป อย่างเช่นพาราเซตตามอล หรือไอบูโพรเฟน เป็นต้น

การกลับไปดำเนินกิจกรรมตามปกติ

ภายหลังการผ่าตัด TURP ประมาณ 3 หรือ 6 สัปดาห์ แพทย์หรือศัลยแพทย์จะอนุญาตให้คุณกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติ

การทำงาน

ระยะเวลาที่คุณสามารถกลับไปทำงานได้ขึ้นอยู่กับลักษณะงานของคุณเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ทำงานในออฟฟิศจะสามารถกลับไปทำงานได้เร็วกว่าผู้ใช้แรงงาน

ในกรณีส่วนมากคุณจะถูกแนะนำให้หยุดงานไปก่อนประมาณ 3 หรือ 4 สัปดาห์

การขับรถ

ศัลยแพทย์จะแจ้งว่าเมื่อไรที่คุณสามารถกลับไปขับรถได บางคนอาจจะสามารถกลับไปขับรถได้หลังจากการผ่าตัดหนึ่งสัปดาห์ และอีกหลายคนอาจไม่สามารถขับรถได้เป็นเวลาหลายเดือน

การมีเพศสัมพันธ์

คุณจะรู้สึกดีขึ้นจนสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกภายหลังการผ่าตัดประมาณ 3 หรือ 4 อาทิตย์

เลือดปนปัสสาวะ

หลังการผ่าตัด TURP คุณจะเห็นว่ามีเลือดปนในปัสสาวะที่ออกมา ซึ่งในช่วงหนึ่งหรือสองอาทิตย์แรกหลังการผ่าตัดจะมีปริมาณเลือดมากเนื่องมาจากเศษเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากยังคงตกค้างอยู่ภายในกระเพาะปัสสาวะของคุณนั่นเอง การดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยชะล้างเลือดหรือลิ่มเลือดออกจากกระเพาะปัสสาวะของคุณได้ หากมีปริมาณเลือดปนปัสสาวะมากขึ้นยาวนานกว่า 48 ชั่วโมง คุณต้องแจ้งกลับไปยังแพทย์ผู้ดูแลคุณทันที

เมื่อไรที่ควรเข้าพบแพทย์อีกครั้ง?

ระหว่างการพักฟื้น คุณต้องแจ้งแพทย์ทันทีที่ประสบกับอาการดังต่อไปนี้:

  • มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
  • มีความเจ็บปวดรุนแรงขณะขับปัสสาวะ
  • ไม่สามารถปัสสาวะได้
  • มีเลือดปนปัสสาวะรุนแรงขึ้นหรือเรื้อรังเป็นเวลานาน

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณของปัญหาเลือดออกภายในหรือการติดเชื้อที่ระบบปัสสาวะที่ต้องได้รับการรักษาในทันที

ความเสี่ยง

การผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP) ถูกนับว่าเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย แต่ก็เช่นเดียวกับกระบวนการผ่าตัดประเภทอื่นที่มีความเสี่ยงบางประการอยู่บ้าง

โดยความเสี่ยงที่สำคัญมีดังนี้:

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางเป็นภาวะแทรกซ้อนระยะยาวหลัง TURP ที่พบได้บ่อยครั้ง และอาจเกิดกับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษานี้เกือบ 90%

เป็นภาวะที่ซึ่งน้ำเชื้อไม่ออกมาจากองคชาติระหว่างการมีเพศสัมพันธ์หรือระหว่างการสำเร็จความใคร่ แต่ไหลเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะแทน เนื่องมาจากความเสียหายที่ประสาทหรือกล้ามเนื้อรอบกระเพาะปัสสาวะในจุดที่ท่อเชื่อมกับกระเพาะปัสสาวะ

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนไม่เป็นอันตราย และระหว่างกิจกรรมทางเพศอารมณ์ของคุณก็ยังคงถึงจุดสุดยอดอยู่ดี แต่ความสามารถในการมีบุตรของคุณจะได้รับผลกระทบแน่นอน หากคุณเป็นกังวลกับประเด็นนี้ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลของคุณ

หากคุณไม่ประสงค์จะรับความเสี่ยงข้อนี้ คุณสามารถขอรับกระบวนการรักษาอีกประเภทที่เรียกว่าการผ่าตัดต่อมลูกหมากด้วยการกรีดเปิด (TUIP) แทนได้ ซึ่งจะมีความเสี่ยงเกิดภาวะน้ำอสุจิย้อนทางน้อยกว่าเนื่องมาจากไม่มีชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากถูกทิ้งไว้ในระบบท่อปัสสาวะ

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

อาจเกิดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังการผ่าตัด TURP ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับด้วยตัวเอง แต่ภาวะนี้ก็สามารถคงอยู่เรื้อรังเป็นระยะเวลานานได้

โดยส่วนมากจะอยู่ในรูปแบบของภาวะไม่สามารถควบคุมความอยากได้ ที่ซึ่งคุณจะมีความต้องการขับถ่ายกะทันหันและจะสูญเสียการควบคุมกระเพาะปัสสาวะแทบจะทันทีหากไม่ทำการปล่อยเร็วพอ

ภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยหลายวิธี ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต การใช้ยา และการผ่าตัด

ภาวะหย่อนสมรรถนะทางเพศ

ผู้ชายที่เข้ารับการรักษา TURP มากกว่า 10% จะมีภาวะที่ไม่สามารถคงสภาพการแข็งตัวขององคชาติได้นาน ซึ่งอาจเป็นภาวะชั่วคราวหรือถาวรก็ได้

แพทย์อาจรักษาได้ด้วยการใช้ยาเพื่อลดปัญหานี้ตามความจำเป็น แต่คุณควรปรึกษากับศัลยแพทย์ของคุณก่อนหากคุณเป็นกังวล โดยทางศัลยแพทย์จะสามารถชี้แจงข้อมูลถึงความเสี่ยงส่วนบุคคลแก่คุณได้

ภาวะท่อปัสสาวะตีบแคบ

คาดกันว่ามีผู้ที่เกิดภาวะท่อปัสสาวะตีบแคบหลังการผ่าตัดประมาณ 4% โดยมักจะเกิดขึ้นหากท่อปัสสาวะเสียหายระหว่างการผ่าตัด

อาการของการตีบแคบของท่อปัสสาวะมีดังนี้:

  • ขับถ่ายปัสสาวะลำบาก
  • ปัสสาวะออกเป็นสเปรย์หรือแยกสาย
  • ปัสสาวะยังคงออกกะปริบกะปรอยหลังขับถ่ายเสร็จ
  • มีความเจ็บปวดอ่อน ๆ ระหว่างการขับถ่าย

หากการตีบแคบมีอาการไม่รุนแรง อาจจะสามารถรักษาได้ด้วยการสอดแท่งยาวเพื่อขยายท่อปัสสาวะ แต่หากการตีบแคบรุนแรงอาจต้องมีการผ่าตัดรักษาเกิดขึ้น

ความเสี่ยงอื่น ๆ

ความเสี่ยงหลังการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะถูกบรรยายไว้ดังนี้:

  • เลือดออก: เกิดขึ้นประมาณ 2% ของผู้ที่เข้ารับการรักษา โดยจะมีอาการเลือดออกต่อเนื่องระหว่างหรือหลังจากการผ่าตัดจนทำให้ต้องมีการถ่ายเลือด
  • การติดเชื้อที่ระบบท่อปัสสาวะ (UTI): เกิดขึ้นประมาณ 5% ของผู้ที่เข้ารับการรักษา โดย UTI สามารถเกิดขึ้นหลังผ่าตัดและมักรักษาได้ด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • ขับปัสสาวะไม่ออก: เกิดขึ้นประมาณ 2% ของผู้ที่เข้ารับการรักษา โดยกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดความเสียหายชั่วคราวขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาในการขับถ่าย ในบางกรณี กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะอาจกลับมาเป็นปกติภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
  • ต่อมลูกหมากกลับมาโตอีกครั้ง:  เกิดขึ้นประมาณ 10% ของผู้ที่เข้ารับการรักษา โดยมักมีระยะห่างจากการรักษาครั้งแรกภายใน 10 ปี ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาอีกครั้ง

TURP Syndrome (Transurethral Resection of the Prostate Syndrome)

เป็นภาวะหายากแต่ก็เป็นความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ TURP ซึ่งเรียกว่ากลุ่มอาการ TURP หรือ TURP syndrome เกิดขึ้นเมื่อของเหลวที่ใช้ชะล้างพื้นที่รอบต่อมลูกหมากระหว่างกระบวนการมีมากเกินไปจนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด

อาการบ่งชี้ TURP syndrome มีดังนี้:

หากปล่อยไว้โดยไม่ทำการรักษาจะพัฒนากลายเป็นปัญหาที่คุกคามถึงชีวิตได้ อย่างการชัก หายใจติดขัด ผิวหนังเขียวคล้ำ และโคม่า

หากคุณประสบกับกลุ่มอาการดังนี้ระหว่างกระบวนการ ศัลยแพทย์จะหยุดการผ่าตัดและฉีดยาขับปัสสาวะให้คุณทันที หากคุณประสบกับอาการเหล่านี้หลังจากเข้าห้องพักฟื้น ให้แจ้งพยาบาลทันที

ทุกวันนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิด TURP syndrome มีน้อยกว่า 1% และมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าของเทคนิคการรักษาที่เลี่ยงไม่ฉีดน้ำเข้ากระเพาะปัสสาวะมากเกินไป

เสียชีวิต

TURP เองก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ที่เข้ารับการรักษาเสียชีวิตได้ โดยความเสี่ยงข้อนี้คาดกันว่ามีน้อยกว่า 1 ใน 1,000 ครั้ง ความเสี่ยงจะสูงขึ้นจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและการติดเชื้อหลังการผ่าตัด

กรรมวิธีอื่น ๆ

มีกรรมวิธีรักษาประเภทอื่นนอกจากการผ่าตัดต่อมลูกหมากผ่านท่อปัสสาวะ (TURP) โดยตัวเลือกที่สามารถใช้กับคุณได้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของคุณเอง

การเฝ้าสังเกตการณ์

หากคุณมีภาวะต่อมลูกหมากโตแต่ไม่มีอาการที่น่าเป็นห่วงใด ๆ คุณอาจเลือกรอสังเกตอาการไปเรื่อยได้ หมายความว่าคุณจะไม่ได้เข้ารับการรักษา แต่ยังคงเป็นทางเลือกหากปรากฏอาการขึ้นมา

หากคุณเลือกไม่เข้ารับการรักษาแบบ TURP คุณควรปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตอย่างการจำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงป้องกันอาการต่าง ๆ

กระบวนการรักษาอื่น ๆ

เทคนิคใหม่ล่าสุด

ณ ขณะนี้ได้มีแนวทางการรักษาแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ TURP และอาจมีผลข้างเคียงน้อยกว่า มีระยะเวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลน้อยกว่า และมีเวลาฟื้นตัวเร็วกว่ามากมาย

อย่างไรก็ตาม เทคนิครักษาเหล่านี้ยังคงใหม่อยู่ ทำให้ไม่มีรายงานผลการรักษาในระยะยาวที่แน่ชัดอยู่

โดยเทคนิครักษาสมัยใหม่ที่กล่าวไปมีตัวอย่างดังนี้:

  • bipolar transurethral resection of the prostate: มีการใช้เครื่องมือและน้ำชะล้างท่อปัสสาวะที่ต่างจาก TURP ทำให้คาดว่าความเสี่ยงที่จะเกิด TURP syndrome ลดน้อยลง
  • การฉายเลเซอร์โฮลเมียมสลายต่อมลูกหมากโต (HoLEP): จะใช้ resectoscope ที่มีเลเซอร์ติดอยู่ที่ปลายเพื่อตัดชิ้นส่วนต่อมลูกหมากที่เกินออก
  • การสลายต่อมลูกหมากโตด้วยเลเซอร์ (transurethral resection or vaporisation of the prostate - TUVP): จะมีการใช้ท่อบางยาวที่เรียกว่า cystoscope สอดเข้าทางท่อปัสสาวะ โดยท่อดังกล่าวจะปล่อยพลังงานกระตุ้นเพื่อเผาไหม้เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากออกมา
  • กระบวนการเกี่ยวออก: จะมีการใช้สลิงขนาดเล็กจิ๋วสอดเข้าท่อปัสสาวะและดึงเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่เกินออก

การผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบเปิด

การผ่าตัดต่อมลูกหมากแบบเปิดเป็นหัตถการขนาดใหญ่ที่ซึ่งแพทย์จะกรีดเปิดช่องท้องเข้าไปเพื่อนำพื้นผิวภายนอกต่อมลูกหมากออก

กระบวนการนี้มีประสิทธิภาพมากกว่า TURP หากคุณอยู่ในกลุ่มที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตรุนแรง แต่ไม่ค่อยดำเนินการกันเท่าไรนักเนื่องมาจากมีกรรมวิธีสมัยใหม่มากมาย และด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาวรุนแรงสูงกว่ามาก อย่างเช่นการเสื่อมสมรรถนะทางเพศ และการตีบแคบของท่อปัสสาวะ เป็นต้น

ที่มาของข้อมูล

Transurethral resection of the prostate (TURP) (https://www.mayoclinic.org/tes...)

Feng Sun, et al., Transurethral procedures in the treatment of benign prostatic hyperplasia: A systematic review and meta-analysis of effectiveness and complications (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6320039/), December 2018

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่