โปรเจสเตอโรน (Progesterone) คืออะไร?


ฮอร์โมนนี้ทำให้มดลูกพร้อมสำหรับการฝังตัวของไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิ

โปรเจสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่สร้างโดยรังไข่หลังจากที่มีการตกไข่ (คือ หลังจากที่ไข่ของผู้หญิงออกจากรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่) บางครั้ง อาจเรียกว่าเป็นฮอร์โมนสำหรับการตั้งครรภ์ เนื่องจากโปรเจสเตอโรนมีบทบาทในการทำให้ตั้งครรภ์และคงการตั้งครรภ์เอาไว้ ในช่วงวันแรกของการมีประจำเดือนจะทำให้ระดับของโปรเจสเตอโรนอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อมีการตกไข่ ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นอยู่ประมาณ 5 วันก่อนที่จะกลับเข้าสู่ระดับเดิม

โปรเจสเตอโรนกับการตั้งครรภ์

โปรเจสเตอโรนมีความสำคัญต่อการตั้งครรภ์ เนื่องจากทำให้มดลูกมีความพร้อมที่จะรับการฝังตัวและคงสภาพของไข่ที่ปฏิสนธิแล้ว เมื่อผู้หญิงมีการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนนี้จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของตัวอ่อน หากคุณเริ่มตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรคของคุณจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ระหว่างสัปดาห์ที่ 9-32 ของการตั้งครรภ์รกซึ่งทำหน้าที่ให้ออกซิเจน และสารอาหารแก่ทารกจะเริ่มสร้างฮอร์โมนโปรเจนเตอโรนเมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์เพื่อช่วงคงสภาพแวดล้อมที่ดีนี้ให้แก่ตัวอ่อน

หากคุณมีปัญหามีบุตรยาก แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อดูว่าคุณมีไข่ตกหรือว่ารังไข่ของคุณทำงานได้ตามปกติหรือไม่ แพทย์ยังอาจแนะนำการตรวจนี้หากมีการตั้งครรภ์เพื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์หรือไม่

โปรเจสเตอโรนในแง่ของยา

หากคุณมีบุตรยากหรืออยู่ในช่วงระหว่างการรักษาเพื่อช่วยให้มีบุตร แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้การรักษาด้วยโปรเจสเตอโรน ซึ่งสามารถใช้เพื่อจุดประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • ทำให้มีประจำเดือน
  • เนื่องจากรังไข่ไม่สามารถสร้างโปรเจสเตอโรนได้มากพอ
  • เนื่องจากยาที่กำลังรับประทานอยู่ทำให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำลง
  • เพื่อทดแทนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่หายไปจากการตัดรังไข่หรือหัตถการอื่นบางชนิด

ควรปรึกษาแพทย์ว่ารูปแบบโปรเจสเตอโรนแบบใดที่เหมาะสมสำหรับคุณมากที่สุด

การใช้โปรเจสเตอโรนในการรักษา สามารถใช้รูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • เจลช่องคลอด
  • เหน็บช่องคลอด
  • ยากิน
  • ยาฉีด

บางครั้งโปรเจสเตอโรนก็ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโดยใช้ฮอร์โมนในหญิงที่หมดประจำเดือนแต่ยังไม่ได้ตัดมดลูก โดยการรักษาโดยใช้ฮอร์โมนนี้หมายถึงการใช้เอสโตรเจนเพื่อลดอาการของวัยทองและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางโรค แต่เนื่องจากการใช้เอสโตรเจนสามารถทำให้เกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งมดลูกได้ ดังนั้น จึงอาจให้โปรเจสเตอโรนเพื่อลดปริมาณของเอสโตรเจนภายในมดลูกและลดความเสี่ยงนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ