บั้นปลายชีวิต

ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบ Palliative Care

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบ Palliative Care

ปัจจุบันงาน Palliative Care ในประเทศไทยกําลังอยู่ในช่วงต้นของการพัฒนา โดยมีแนวโน้มที่ดีในการได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ

เร่ิมมีการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์และแพทย์จบใหม่ให้มีความเข้าใจเรื่องการดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care มากขึ้น และเริ่มมีการพัฒนางานการดูแลผู้ป่วยแบบ Palliative Care ในทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลใหญ่ไปจนถึงโรงพยาบาลชุมชน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องน้ียังเป็นเรื่องใหม่และยังมีข้อจํากัดเรื่องกําลังคน ทําให้ในหลายๆ โรงพยาบาลยังไม่มีการให้บริการอย่างเป็นทางการ

การที่ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลแบบ Palliative Care จึงยังขึ้นกับตัวผู้ป่วยเองและครอบครัวเป็นสําคัญ โดยสามารถเริ่มทําส่ิงต่างๆ ดังนี้

ทําความเข้าใจกับการดูแลแบบ Palliative Care

หากเราต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยเองหรือมีคนในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรครักษาไม่หาย ความเข้าใจเรื่อง Palliative Care จะช่วยให้เรารู้ความต้องการของตัวเองหรือคนท่ีเรารักว่าต้องการแผนการรักษาแบบใด ต้องการได้รับการรักษาท่ีใด หรือต้องการทําอะไรหากมีเวลาเหลืออยู่จํากัด คนที่มีความเข้าใจและความรู้เรื่อง Palliative Care จะสามารถช่วยเหลือดูแลตนเอง ครอบครัว และเพื่อนฝูงได้มากเพราะมีความเข้าใจทั้งเรื่องการสื่อสารที่เหมาะสมและการดูแลอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พูดคุยเรื่องความต้องการของตนเองให้คนในครอบครัวฟัง

แม้ว่าการพูดคุยเรื่องความตายอาจจะเป็นเรื่องท่ีหลายๆ ครอบครัวถือเป็นเรื่องไม่ดีหรือเป็นลางบอกเหตุ แต่การมีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องน้ีจะทําให้คนในครอบครัวเข้าใจความต้องการซึ่งกันและกันได้ดีขึ้น อาจเลือกใช้โอกาสในขณะที่ไปเยี่ยมผู้ป่วย หรือในกรณีที่มีข่าวเรื่องการรักษาผู้ป่วยในการพูดคุยเรื่องนี้กัน เช่น ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกทําอย่างไรในกรณีดังกล่าว

ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายเหมือนทุกวันเป็นวันสุดท้ายของเรา

ส่ิงสําคัญท่ีเป็นปัจจัยให้ผู้ป่วยเกิดภาวะ "ตายดี" ได้แก่ การ ไม่มีสิ่งติดค้างก่อนเสียชีวิต ผู้ป่วยหลายคนยังทําใจให้ยอมรับได้ยากว่าตัวเองเหลือเวลาจํากัด เพราะรู้สึกว่ายังมีอีกหลายส่ิงหลายอย่างที่ ยังไม่ได้ทํา หรือยังมีปัญหาความขัดแย้งกับคนในครอบครัวท่ียังไม่ได้ รับการแก้ไข การได้วางแผนล่วงหน้าให้มีโอกาสทําสิ่งที่ติดค้างให้ลุล่วงหรือทําความฝันที่อยากทําให้เป็นจริงจึงเป็นปัจจัยสําคัญให้ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ

ลองพูดคุยกับแพทย์ผู้ดูแลถึงเป้าหมายการรักษา

โดยผู้ป่วยอาจเป็นคนถามแพทย์ได้โดยตรงหรือคนในครอบครัวอาจเป็นคนถามแทน อย่าลืมว่าคนทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน การตัดสินใจทั้งหมดจึงควรขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการเป็นสําคัญ อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนตัดสินใจหากสิ่งนั้นอาจไม่ตรงตามความต้องการของผู้ป่วย

ที่มา: ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก หมอเป้ พญ.ดาริน จตุรภัทรพร
ผู้แต่งหนังสือ  สุข รัก เข้าใจ ในช่วงสุดท้ายของชีวิต | Facebook Page: รักก่อนกำเนิด เกิดก่อนกำหนด | @Lynlanara

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่