Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
อาหารการกิน

หลักโภชนศาสตร์สำหรับสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,734,210 คน

หลักโภชนศาสตร์สำหรับสุนัข

โภชนศาสตร์สำหรับสัตว์เลี้ยงในการให้อาหารสุนัขกำลังพัฒนาไปเรื่อย ๆ เมื่อ 30 ปีก่อนเราเคยเข้าใจว่าสุนัขกินแต่เนื้อเท่านั้น ในตอนนั้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาสุนัขจำนวนมากที่มาที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วยอาการป่วยเจียนตาย ผอม อ่อนแอ ขนร่วง และมีการเผาผลาญของร่างกายที่ไม่สมดุล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลจากความเชื่อว่าสุนัขกินเฉพาะเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขประกอบด้วยเนื้อสัตว์เท่านั้น

ในเวลานั้นคนส่วนมากคิดว่าสุนัขเป็นสัตว์กินเนื้อ (จริง ๆ แล้วสุนัขกินทั้งพืชและเนื้อสัตว์ หรือเรียกว่า omnivore) ทุกคนจึงเป็นว่าเนื้อสัตว์คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุนัข ตอนนี้เราได้รู้แล้วว่าสุนัขไม่มีสามารถมีชีวิตอยู่ได้จากการกินเนื้อเพียงอย่างเดียวเป็นเวลานาน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้เปลี่ยนไปและปัจจุบันนี้ได้สร้างสูตรอาหารที่เหมาะสมขึ้นมา เราได้เรียนรู้ว่าควรจะใส่อะไร อย่างไร เท่าไร เพื่อให้มีอัตราส่วนที่ได้โภชนาการที่เหมาะสมในอาหาร แต่โชคไม่ดีสำหรับเจ้าของและตัวสุนัข อาหารที่วางขายทั่วไปทั่วประเทศอาจไม่ได้ทำตามที่ระบุและไม่ใช่แหล่งโภชนาการที่ดีสุหรับสุนัข บางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อสุนัขอีกด้วย

ในช่วยสามสิบปีที่ผู้เขียนเป็นสัตวแพทย์มา สุนัขที่เจอมักจะอยู่ในสภาพที่แย่ ซึ่งเป็นผลจากการได้รับอาหารที่คุณภาพไม่ดี โดยที่เจ้าของมักจะเชื่อว่าสิ่งที่ให้นั้นแหมาะสมแล้ว เจ้าของทั่วไปจะมองว่าอาหารสุนัขที่ระบุฉลากว่าเป็นสูตร “ครบถ้วนและสมดุล” “พรีเมี่ยม” “โปรตีนสูง” คือสิ่งที่ดีสำหรับสุนัข

เนื่องจากการเขียนฉลากที่กำกวมและหลอกลวงทำให้เจ้าของสุนัขให้อาหารที่ไม่เหมาะสมโดยที่ไม่รู้ตัว และต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าองค์การอาหารและยา (FDA) จะหันมาเข้มงวดและระบุข้อกำหนดที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิตอาหารสุนัข เพื่อไม่ให้ระบุฉลากที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดหรือหลอดลวงผู้บริโภค

ตัวอย่างเช่น ฉลากสามารถระบุว่าได้ว่าอาหารสุนัขเป็นแบบ “โปตตีนสูง” แต่โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบไม่สามารถย่อยได้ เช่น ขนนก หนัง หรือกีบของสัตว์ แน่นอนว่าปริมาณโปรตีนในอาหารจะต้องสูง (แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่มีข้อตกลงว่าปริมาณโปรตีนเพียงเท่าใดจึงจะเรียกว่า โปรตีนสูง) แต่เป็นโปรตีนที่ทางเดินอาหารของสุนัขไม่สามารถย่อยสลายจนกลายเป็นกรดอะมิโน ไม่สามารถดูดซึม และไม่สามารถนำไปใช้ในร่างกายได้ อาหารกลุ่มนี้คืออาหารที่ไม่เป็นประโยชน์สำหรับสุนัข

ดังนั้นคำว่า “โปรตีนสูง” ข้างถุงอาหารอาจไม่ได้แปลว่าอาหารมีประโยชน์ เจ้าของจึงต้องดูส่วนประกอบของโปรตีนในอาหารว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่เป็นโปรตีนที่ย่อยได้

จากตารางที่ 1 เปรียบเทียบค่าการย่อยได้ของวัตถุดิบที่มักใช้ในอาหารสุนัข โปรตีนไข่ขาวเป็นวัตถุดิบที่ใช้เป็นค่ามาตรฐาน โดยมีค่าเท่ากับ 1 เนื่องจากเป็นโปรตีนที่ย่อยได้สูงสุด แหล่งโปรตีนอื่น ๆ จะถูกนำมาเปรียบเทียบค่าการย่อยได้กับไข่ขาว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

เจ้าของควรสังเกตฉลากที่มีการระบุรายละเอียดชัดเจน ได้รับการวิเคราะห์และรับรองโดย AAFCO (Association of American Feed Control Officials) นอกจากนี้หากอาหารนั้นได้รับการทดสอบในสุนันขจริงแล้วได้รับการรับรองการออกแบบสูตรอาหารโดยผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียดก็ยิ่งไว้วางใจได้มากขึ้น

คุณทราบหรือว่าข้างถุงอาหารที่ระบุว่ามีวัตถุดิบ ก ข ค นั่นอาจจะแปลว่าไม่ได้มีวัตถุดิบ ก ข ค อยู่ในนั้นเลย แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ละ? การใช้วัตถุดิบมาทดแทนในสูตรอาหารเป็นเรื่องใหญ่ หากคุณซื้ออาหารจากร้านค้าขนาดเล็กหรือเป็นอาหารยี่ห้อที่มีสูตรให้เลือกหลากหลาย แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตรายใหญ่จะมีการกำหนดส่วนผสมในสูตรอาหารโดยแต่ละสูตรไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก เรียกว่าเป็นสูตรที่ถูกกำหนดไว้แล้ว

ในทางกลับกันผู้ผลิตอาหารสัตว์บางรายจะทดแทนวัตถุดิบบางอย่างแต่ไม่ได้เปลี่ยนฉลาก คือไม่ได้ใส่รายละเอียดที่เป็นความจริงในฉลากอาหาร ราคาของวัตถุดิบเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้ผู้ผลิตที่ไม่มีจรรยาบรรณจะแอบเปลี่ยนวัตถุดิบที่ใส่ลงในอาหารเพื่อให้ต้นทุนน้อยที่สุด แน่นอนว่าผู้ผลิตต้องการให้ต้นทุนอาหารถูกที่สุด และการเปลี่ยนฉลากบนถุงอาหารไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที่ที่มีการเปลี่ยนวัตถุดิบ

คุณทราบหรือไม่ว่าผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขที่เป็นที่นิยมและได้รับความไว้วางใจจะถูกผลิตมาให้มีสูตรตรงตามความต้องการขั้นต่ำของสุนัขทั่วไป สูตรอาหารเหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อให้สามารถขายได้ตามเป้าราคาที่ต่ำกว่ายี่ห้ออื่น เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการซื้ออาหารสุนัขในราคาที่สูง ส่วนอาหารสุนัขที่ราคาถูกมากะจะแทบไม่มีสารอาหารที่ตรงตามความต้องการพื้นฐานของสุนัข เพราะใช้วัตถุดิบราคาถูก ได้แก่ ธัญพืช แทนวัตถุดิบที่มีราคาสูง คำว่าตรงตามความต้องการพื้นฐานของสุนัขทั่วไปแปลว่าสุนัขบางกลุ่มจะมีโอกาสไม่ได้สารอาหารตามที่ต้องการ

แล้วถ้าลูกสุนัขหรือสุนัขที่คุณมีไม่ได้เป็นสุนัขทั่วไปละ? ยังไม่มีใครเคยเห็นว่า “สุนัขทั่วไป” หน้าตาเป็นอย่างไร แม้แต่สัตวแพทย์ที่ทำงานกับสุนัขมานับไม่ทั่วยังไม่สามารถแยกสุนัขทั่วไปได้ แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณเป็นสุนัขทั่วไปหรือไม่ และถึงแม้ว่าคุณจะรู้แล้วคุณยังต้องการเลือกอาหารที่ออกแบบมาเพียงเพื่อให้ตรงกับเพียงแค่ความต้องการพื้นฐานของสุนัขหรือ?

หากคุณซื้ออาหารราคาถูกก็หมายถึงสุนัขของคุณจะได้วัตถุดิบราคาถูก วัตถุดิบราคาถูกเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการย่อยต่ำ สุดท้ายก็กลายเป็นของเสียในอุจจาระ และสุนัขก็จะไม่มีสุขภาพดีเมื่อเทียบกับอาหารสุนัขคุณภาพสูงที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลัก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปวดตึงกล้ามเนื้อหลัง ชาตามมือตามแขน เจ็บบริเวณข้อมือ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

ทำกายภาพบำบัด รักษา Office Syndrome เริ่มต้นที่ 940 บาท ถึง 19 พ.ย. นี้ เท่านั้น

Physicalinternal ad

อีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความย่ำแย่ในการควบคุมการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงคือการใช้สารถนอมอาหาร สารเหล่านี้ถูกใช้เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการในอาหารสุนัขไม่ให้สลายไปเมื่อเวลาผ่านไป องค์กร AAFCO ได้ประกาศรายชื่อสารถนอมอาหาร 36 ชนิด สารบางชนิดไม่มีการควบคุมปริมาณการใช้ในการผสมอาหาร สารเคมี เช่น Ethoxyquin และ BHA (butylated hydroxyanisole) เป็นสารที่ขึ้นชื่อว่ามีผลเสียด้านความปลอดภัย ผู้เชียวชาญหลายท่านบอกว่าสารเหล่านี้มีความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของสัตว์เลี้ยงส่วนมากก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงสารเคมีถนอมอาหารและมักจะเลือกสารที่ไม่มีชื่อเสียงที่ไม่ดี ทุกวันนี้ผู้บริโภคมักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารถนอมอาหารแบบธรรมชาติ เช่น วิตามินอีหรือซี

เป็นธรรมดาที่ผู้บริโภคแบบเรา ๆ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้วิตามินอีและคาดหวังว่าอาหารจะต้องไม่มีสารถนอมอาหารอื่น ๆ อยู่อีก แต่เสียใจด้วยปกติก็ต้องมีสารเคมีสำหรับถนอมอาหารที่มากับวัตถุดิบที่ผู้ผลิตซื้อมา ไม่ว่าจะเป็นไขมันหรือโปรตีนจากตัวแทนจำหน่าย ซึ่งก่อนที่จะส่งสินค้าจะต้องใส่สารถนอมอาหารก่อน หากผู้ผลิตระบุว่า “ใช้วิตามินอีในการถนอมอาหาร” เพราะว่าผู้ผลิตเติมแค่นั้นจริง ๆ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าก่อนที่จะมาถึงผู้ผลิตมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญวงการการผลิตการอาหารสุนัขยังต้องการการควบคุมที่รัดกุมมากกว่านี้

ดังนั้นเราจะเลือกอาหารที่ดีในกับสุนัขของเราอย่างไรละ?

การเลือกอาหารสุนัขที่ดี

การตัดสินใจที่ถูกต้องเริ่มจากการอ่านฉลากที่ระบุรายละเอียดวัตถุดิบ ตามกฎหมายแล้วจะต้องระบุตามน้ำหนักของวัตถุดิบลำดับจากมากไปน้อยบนฉลาก ดังนั้นวัตถุดิบหลักจะต้องอยู่เป็นอันดับต้น ๆ ของรายการ

วัตถุดิบสามชนิดแรกเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดที่จะบอกว่าอาหารนี้มีผัก เช่น ข้าวโพด ข้าว ธัญพืช และถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบหลัก หรือมีเนื้อ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ปีกเป็นส่วนประกอบหลัก

ผู้เชี่ยวชาญจะเลือกอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลักมากกว่าผัก อาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อสัตว์จะมีราคาแพงกว่า เจ้าของสุนัขที่รับผิดชอบและดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีจะไม่ปล่อยให้ราคามาเป็นตัวตัดสินในการเลือกซื้อ ส่วนมากคุณก็จะได้รับสิ่งที่คุณซื้อมา ราคาแพงวัตถุดิบก็คุณภาพดี หากคุณซึ้ออาหารที่มีวัตถุดิบคุณภาพดีสุนัขก็จะด้รับสารอาหารที่ดีมาก นอกจากนี้หากคุณจะต้องเสียเงินซื้ออาหารราคาถูกมากกว่าอาหารคุณภาพดี เนื่องจากสุนัขจะต้องกินอาหารที่มีคุณภาพต่ำในปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้สารอาหารที่ร่างกายต้องการ

อาหารสุนัขราคาถูกสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ฉลากดูดึงดูดและประกอบด้วยวัตถุดิบราคาถูกที่แทบจะย่อยและนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ หากได้รับเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของสุนัข เมื่อเดินในร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงขนาดใหญ่จะเห็นอาหารหลากหลายรูปแบบและมีฉลากแตกต่างกันไป อาหารราคาถูกมักจะมีผักเป็นองค์ประกอบหลักมากกว่าเมื่อเทียบกับอาหารที่ราคาสูงซึ่งจะมีเนื้อวัว เนื้อไก่ หรือเนื้อปลาเป็นองค์ประกอบหลัก สุนัขไม่สิทธิ์เลือกอาหารแทนเจ้าของ ดังนั้นคุณจึงมีความรับผิดชอบในการจัดการกับคุณภาพชีวิตของสุนัข

ยังมีสิ่งที่เจ้าของไม่ควรมองข้ามคือการแยกส่วนวัตถุดิบ คือสิ่งที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ทำเพื่อทำให้รายชื่อวัตถุดิบบนฉลากดูดี เป็นการแยกส่วนวัตถุดิบ เช่น ข้าวโพด ให้กลายหลายรูปแบบและใส่ของเหล่านั้นเข้าไปในรายชื่อวัตถุดิบ

ตัวอย่างเช่น การแยกเป็นข้าวโพดป่น กากข้าวโพดเหลือง โปรตีนข้าวโพด และโปรตีนจากกากข้าวโพด ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อรวมเป็นข้าวโพดควรจะเป็นวัตถุดิบหลัก เมื่อใส่รายชื่อทั้งหมดลงไปบนฉลากอาหารสุนัขทำให้ผู้ซื้อเห็นว่ามีข้าวโพดน้อยในวัตถุดิบ

อะไรคือการรับรองส่วนประกอบที่ผ่านการวิเคราะห์?

รายการวัตถุดิบที่อยู่บนฉลากอาหารสุนัขมีเพื่อเพิ่มความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ แต่รายการวัตถุดิบเหล่านี้จะอยู่ในรูปร้อยละ เป็นตัวบ่งชี้ปริมาณน้อยที่สุดหรือมากที่สุดที่ใส่ในอาหาร

ตัวอย่างเช่น กากใยทั้งหมดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 แต่คุณจะไม่รู้เลยว่าเกินร้อยละ 10 มาเท่าใด หรือไขมันทั้งหมดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 แล้วอาหารสูตรนี้มีไขมันอยู่ร้อยละ 16 หรือ 36 กันละ ดังนั้นการรับรองส่วนประกอบที่ผ่านการวิเคราะห์คงช่วยได้บ้าง แต่ไม่มาก

ควรให้อาหารกระป๋องหรืออาหารเม็ด หรือทั้งสองอย่าง?

หากเจ้าของสุนัขจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง อาหารกระป๋องหรืออาหารเม็ด คุณควรเลือกอาหารเม็ด เพราะอาหารกระป๋องประกอบด้วยน้ำร้อยละ 75 ดังนั้นร้อยละ 75 ของราคี่คุณจ่ายจะหมดไปกับน้ำที่ไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการใด ๆ และคุณก็สามารถหาได้เอง นอกจากนี้อาหารเม็ดจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลความสะอาดในช่องปาก เนื่องจากการเคี้ยวอาหารเม็ดจะเป็นการช่วยขัดฟันไปในตัว จะช่วยให้เหงือกและฟันมีสุขภาพที่ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสุนัขที่ได้รับแต่อาหารกระป๋อง

เวลาเดียวที่ผู้เขียนจะแนะนำให้เจ้าของซื้ออาหารกระป๋อง คือแนะนำให้กับเจ้าของที่ไม่ยอมหยุดซื้ออาหารแห้งราคาถูก อาหารกระป๋องจะช่วยเสริมสารอาหารให้กับสุนัขที่ได้รับอาหารเม็ดราคาถูก การเลือกอาหารกระป๋องก็มีหลักการเดียวกับการเลือกอาหารเม็ด แต่ถ้าสุนัขได้รับอาหารเม็ดคุณภาพดีก็ไม่จำเป็นต้องได้รับอาหารกระป๋อง

อาหารกึ่งเปียก (semi-moist foods)

ผู้เขียนจะไม่แนะนำอาหารกึ่งเปียก อาการกึ่งเปียกจะถูกห่อในพลาสติกและมีหน้าตาเหมือนเนื้อสัตว์และมีชื่อที่ดูน่าประทับใจว่าเป็นเนื้อ ทำให้มักจะสงสัยว่าหากผู้ผลิตต้องการจะให้ผลิตภัณฑ์หน้าตาเหมือนเนื้อสัตว์แต่กลับไม่ใส่เนื้อสัตว์ลงไปเลย อาหารเหล่านี้มีสีผสมอาหาร กากถั่วเหลือง น้ำตาล และสารถนอมอาหารพวกโพรพีลีนไกลคอล (propylene glycol) เพราะฉะนั้นคุณควรจะลืมอาหารพวกนี้ไปซะ

อาหารเหลือจากโต๊ะอาหาร

เมื่อถามเจ้าของว่าให้อาหารอะไรกับสุนัข เจ้าของมักจะตอบอย่างภูมิใจว่า “...เราไม่เคยให้อาหารเหลือจากโต๊ะอาหารเลยย” ในความเป็นจริงสุนัขสามารถกินอาหารที่คนกินได้ แต่มีข้อยกเว้น เช่น สุนัขบางตัวไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ องุ่นจะทำให้เกิดความเสียหายของไต และการให้อาหารบางอย่างมากเกินไปจะทำให้สุนัขได้รับอาหารไม่สมดุล

คุณสามารถให้อาหารที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ผัก ผลไม้ แต่ต้องให้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่คุณจะวุ่นวายกับการเตรียมอาหารทำไมในเมื่อมีอาหารที่ได้รับการดูแลโดยทีมนักวิยาศาสตร์ที่ใช้เวลานานปีในการสร้างสรรคอาหารเหล่านี้เตรียมพร้อมหุ้คณแล้ว

เจ้าของสามารถให้อาหารคนแก่สุนัขได้ในบางกรณี และบางครั้งก็ดีกว่าโยนอาหารดี ๆ ทิ้งถังขยะ แต่คุณต้องจำเอาไว้เสมอว่าการเปลี่ยนอาหารกระทันหันอาจทำให้สุนัขท้องเสีย อาเจียน และการให้อาหารที่มีไขมันสูงเกินไปอย่างกระทันหันอาจะทำให้เกิดภาวะตับอ่อนอักเสบได้

สุนัขส่วนมากที่ไม่ได้เปลี่ยนอาหารบ่อย ๆ มีแนวโน้มจะมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหารน้อยกว่า หากคุณต้องการให้อาหารคนก็ควรจะคงความสม่ำเสมอของอาหารเอาไว้

ผู้เขียนไม่แนะนำให้ให้กระดูกแก่สุนัข เพราะกระดูกไม่มีคุณค่าทางสารอาหารใด ๆ (แม้ว่าจะมีสารอาหารจากกล้ามเนื้อและไขมันที่ติดอยู่ตามกระดูก) นอกจากนี้หากสุนัขกลืนกระดูกชิ้นใหญ่ลงไปอาจทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ สัตวแพทย์หลายคนจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอากระดูกที่ทำให้เกิดการอุดตันออก นอกจากนี้กระดูกที่แตกออกอาจไปติดตามร่องฟันและบาดเข้าไปในเหงือกหรือถ้าลงไปถึงลำไส้ก็อาจไปบาดลำไส้ได้ สุนัขบางตัวตายจากการกินกระดูก ดังนั้นถ้าเจ้าของยังคงให้กระดูกแก่สุนัข คุณก็กำลังทำให้ชีวิตของสุนัขอยู่ในความเสี่ยง

นอกจากจะไม่มีสารอาหารที่ร่างกายสามารถย่อยได้แล้ว การให้กระดูกเพื่อทำความสะอาดฟันก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่ดี ในเมื่อยังมีหนทางอีกหลายอย่างในการทำความสะอาดฟันสุนัขของคุณ

สิ่งที่เจ้าของต้องระวังในการให้อาหารคน

สุนัขไม่ได้ติดพยาธิจากการกินนม การที่อุจจาระมีลักษณะนิ่มค่อนข้างพบได้เป็นปกติ เนื่องจากสุนัขไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในน้ำนมได้

สุนัขไม่ได้ติดพยาธิจากการกินขนม ช็อกโกแล็ตมีสารรูปร่างคล้ายคาเฟอีนที่เรียกว่า ธีโอโบรมีน (theobromine) อยู่ในปริมาณมากซึ่งทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและอันตรายอื่น ๆ

กระเทียมไม่ช่วยในการถ่ายพยาธิหรือกำจัดปรสิตอื่น ๆ งานวิจัยได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ว่าจะเป็นยีสต์หรือกระเทียมไม่สามารถช่วยไล่หมัดได้

การทำหมันสุนัขไม่ได้ทำให้สุนัขอ้วน ในสุนัขที่มีสุขภาพปกติที่มีน้ำหนักเกินเป็นเพราะกินอาหารมากเกินไปและใช้พลังงานที่กินเข้าไปไม่หมด ฉะนั้นปัญหาอยู่ที่คนให้อาหาร

ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหมูหรือกระดูกอะไรก็ตาม ไม่ควรให้สุนัขกินหากคุณไม่ต้องการให้สุนัขมีปัญหาทางเดินอาหารอุดตัน

ในอาหารสุนัขมีวิตามันซีอยู่แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องให้เสริม อาหารเสริมเหล่านี้สามารถให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่จะไม่ช่วยรักษาข้อสะโพกอักเสบ ข้อต่ออักเสบ มะเร็ง หมัด ไร ต้อกระจก เบาหวาน ภูมิแพ้ ฯลฯ หากสุนัขของคุณเป็นสุนัขที่ออกกำลังกายมาก ป่วย หรืออายุมาก การให้อาหารเสริมเหล่านี้อาจช่วยได้บ้าง

ร้อยละ 99.9 ของสุนัขไม่จำเป็นต้องไดวิตามินและแร่ธาตุเสริมหากเจ้าของให้อาหารที่มีคุณภาพดี การให้แคลเซียมใหสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ได้รับสารอาหารเพียงพออยู่แล้วจะเกิดผลเสียมากกว่า การให้อาหารเสริมเพียงเพราะสุนัขกำลังโตเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

สุนัขมักจะแพ้ข้าวโพด ธัญพืช ถั่วเหลือง อาการของภูมิแพ้ในสุนัข ได้แก่ ผิวหนังแห้งและคัน หูบวม คันตามใบหน้าและคาง เลียเท้ามาก (อาการเหล่านี้มีความคล้ายกับไรขี้เรื้อนแห้ง ดังนั้นเจ้าของควรดูแลปัญหาจากปรสิตด้วย) อาการอาเจียน และ/หรือท้องเสียจะสามารถพบได้เช่นเดียวกับภาวะที่สุนัขไม่สามารถย่อยสารอาหารบางอย่างได้ โรคเหล่านี้เป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยาก

ภาวะขาดสารอาหารอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะแสดงอาการ โดยทั่วไปที่สัตวแพทย์พบมักจะใช้เวลาประมาณหกเดือนก่อนที่ภาวะขาดสารอาหารจะแสดงอาการชัดเจน สุนัขควรได้รับอาหารที่มีคุณภาพสูงและจะเป็นพัฒนาการภายในสามสัปดาห์

ปัญหาผิวหนังส่วนมากสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยอาหาร บางครั้งการเติมสารอาหารบางอย่าง เช่น กรดไขมันโอเมก้า จะช่วยแก้ปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับผิวหนังได้ หากสุนัขหรือแมวดูมีสุขภาพขนและผิวหนังที่ไม่ดี เจ้าของควรปรับอาหารมาเป็นอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบหลักและเสริมสารอาหารบางอย่าง

ปริมาณอาหารที่ควรให้

อาหารสุนัขทุกถุงจะระบุปริมาณที่แนะนำสำหรับให้สุนัขตามน้ำหนักตัวหรือพันธุ์ แต่สิ่งที่ระบุนั้นจะคลุมเครือและอาจะทำให้คุณสับสน

จำไว้เสมอว่าสุนัขแต่ละตัวมีระดับการเผาผลาญพลังงานและความต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน ไม่ว่าคุณจะเลือกให้สุนัขกินอย่างอิสระโดยให้มีอาหารในชามตลอดเวลา หรือให้แบบควบุคม จำกัด หรือแบ่งส่วนในการให้วันละครั้งถึงสองครั้ง สิ่งที่จะช่วยในการตัดสินปริมาณที่ควรให้คือตัวสุนัข หากสุนัขผอมเกินไปจากมาตรฐานสายพันธุ์ก็ควรเพิ่มอาหาร ในสุนัขหรือลุกสุนัขที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานสายพันธุ์ก็ควรลดปริมาณอาหารลง

ร้อยละ 75 ของสุนัขมีน้ำหนักเหมาะสมหากให้อาหารแบบให้กินอยางอิสระ ส่วนที่เหลือจะมีน้ำหนักเกินมาตรฐานและเจ้าของก็ต้องเป็นผู้ควบคุมปริมาณที่สุนัขจะกิน และทำการจำกัดปริมาณอาหารที่สุนัขกินต่อวัน เพื่อให้สุนัขมีน้ำหนักเหลือเท่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น

ดังนั้นปริมาณอาหารที่ควรให้แตกต่างกันในสุนัขแต่ละตัว ตัวอย่างเช่น คุณมีสุนัขสองตัว แต่ละตัวหนัก 20 กิโลกรัม ตัวแรกอาจต้องกินมากกว่าตัวที่สองถึงสองเท่าเพื่อให้มีน้ำหนักตัว 20 กิโลกรัมเท่าเดิม ดังนั้นสิ่งที่ระบุข้างถุงอาหารไม่ได้บอกได้อย่างชัดเจนว่าสุนัขของคุณต้องกินเท่าใด

อนาคต

ผู้เขียนเชื่อว่าเหล่าคนรักสุนัขมีแนวโน้มจะให้อาหารสุนัขอย่างเหมาะสมมากขึ้นในอนาคต และจะให้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลักรวมไปถึงอาหารคน ลดการให้อาหารที่มีส่วนประกอบหลักจากธัญพืชและอาหารสัตว์เลี้ยงราคาถูก ปัจจุบันมีทางเลือกในการให้อาหารสุนัขเพิ่มมากขึ้นและทางเลือกเหล่านี้จะมีความนิยมเพิ่มขึ้นในอนาคต เจ้าของทั้งหลายจะได้เห็นผลที่ดีเยี่ยมจากการให้อาหารที่เหมาะกับธรรมชาติของสุนัข

ไม่จำเป็นบอกบอกว่าอาหารสุนัขแบบกระป๋องหรือแบบเม็ดที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดไม่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยง สุนัขและแมวบางตัวก็สามารถมีอายุยืนยาวได้จากการกินอาหารเหล่านี้ เพียงแต่หวังว่าอาหารที่มีคุณภาพดีจะเป็นที่นิยมมากกว่า

สรุป

สิ่งที่ต้องทำพื่อหลีกเลี่ยงอาหารสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีคุณภาพคือ ใช้ความคิดและอ่านฉลาก จำไว้เสมอว่าสุนัขภาพของสุนัขไม่ได้ขึ้นอยู่อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงด้านเดียว แต่ขึ้นกับโภชนาการที่เหมาะสม




บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป