ปัญหาทางเพศสัมพันธ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 5, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 10 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 61,549 คน

โรคเบาหวาน กับปัญหาทางระบบปัสสาวะและเพศสัมพันธ์

ลักษณะอาการปัสสาวะผิดปกติ และการเปลี่ยนแปลงทางระบบสืบพันธุ์เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นตามวัยของคนปกติอยู่แล้ว แต่ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานจะเริ่มมีปัญหา และมีความรุนแรงของปัญหาเหล่านี้มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า ความผิดปกติทางเพศสัมพันธ์ และทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยโรคเบาหวานเกิดขึ้นเนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากเบาหวานต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท ผู้ชายอาจมีปัญหากับการแข็งตัวขององคชาติ หรือการหลั่งที่ผิดปกติ ผู้หญิงอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการตอบสนองทางเพศ และการหล่อลื่นในช่องคลอดที่ผิดเพี้ยนไป นอกจากนี้ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และปัญหากระเพาะปัสสาวะก็จะเกิดขึ้นบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน คนที่เข้ารับการรักษาโรคเบาหวาน และระดับน้ำตาลนั้นอยู่ภายใต้การควบคุม สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทางเพศสัมพันธ์ และปัญหาทางระบบทางเดินปัสสาวะได้

โรคเบาหวานและปัญหาทางเพศสัมพันธ์

ทั้งชายและหญิงที่เป็นโรคเบาหวานสามารถเกิดปัญหาทางเพศสัมพันธ์ได้ง่าย เนื่องจากโรคทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและหลอดเลือดขนาดเล็ก เช่น เมื่อคนต้องการที่จะยกแขนขึ้น หรือใช้งานขยับไปมา สมองจะส่งสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อที่เหมาะสมทำให้เกิดการเคลื่อนไหวและทำหน้าที่ สัญญาณประสาทคล้ายกันนี้ยังควบคุมอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะ แต่คนเราไม่สามารถสั่งควบคุมอวัยวะภายในให้ทำงาน หรือขยับได้ในแบบเดียวกันกับที่พวกเขาขยับแขนและขา เส้นประสาทที่ควบคุมอวัยวะภายในเรียกว่าระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nerves) ซึ่งทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ร่างกายย่อยอาหาร หรือไหลเวียนโลหิตไปทั่วร่างกายแบบไม่ต้องคิด หรือนึกถึง และทำงานไปตามหน้าที่ตลอดเวลา การตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งเร้าทางเพศก็เป็นการตอบสนองที่ไม่สามารถสั่งหรือควบคุมได้โดยตรงเช่นกัน และการตอบสนองนี้จะเกิดจากสัญญาณประสาทอัตโนมัติที่ไปช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ และทำให้เนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อเรียบผ่อนคลาย ความเสียหายต่อระบบประสาทอัตโนมัติเหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่ของอวัยวะสืบพันธุ์ นอกจากนี้ การไหลเวียนของเลือดที่ลดลงซึ่งเป็นผลมาจากความเสียหายต่อหลอดเลือดสามารถทำให้เกิดความผิดปกติทางเพศได้

ปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับชายที่เป็นเบาหวาน ?

หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หมายถึง ภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้สมบูรณ์ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ โดยรวมทั้งกรณีที่ไม่สามารถจะแข็งตัวได้เลย ไปจนถึงกรณีที่แข็งตัวได้ไม่เต็มที่ หรืออ่อนตัวลงระหว่างมีเพศสัมพันธ์

สามารถประมาณอัตราผู้ป่วยเบาหวานที่หย่อนสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้เต็มที่อยู่ในช่วงที่ห่างกันค่อนข้างมาก คือมีอัตราส่วนอยู่ที่ 20 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชายที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้สูงกว่าผู้ชายที่ไม่เป็นเบาหวานถึง 2-3 เท่า นอกจากนี้ คนที่เป็นโรคเบาหวานอาจประสบกับปัญหาหย่อนสมรรถภาพนี้ได้มากถึง 10 ถึง 15 ปีก่อนหน้าชายที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการแข็งตัวของอวัยวะเพศสัมพันธ์ที่ไม่เต็มที่ หรือหย่อนสมรรถภาพนี้ อาจเป็นอาการแสดงเริ่มต้นของโรคเบาหวานโดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 45 ปีหรือต่ำกว่า

นอกเหนือไปจากโรคเบาหวาน ยังมีสาเหตุสำคัญอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้อีก ได้แก่ ความดันโลหิตสูง โรคไต การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และโรคหลอดเลือด การหย่อนสมรรถภาพทางเพศสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด ปัจจัยทางจิตวิทยาและความเครียด การสูบบุหรี่ และการขาดฮอร์โมน

ผู้ชายที่มีปัญหาในการแข็งตัวของอวัยวะเพศควรเข้ารับการปรึกษากับผู้ให้บริการด้านสุขภาพ แพทย์อาจถามเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย ประเภทและความถี่ของปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น การใช้ยาประจำตัว การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการดื่มสุรา และภาวะสุขภาพอื่น ๆ นอกจากนี้ ก็อาจทำการตรวจร่างกายและการทดสอบทางห้องปฏิบัติการซึ่งจะช่วยระบุสาเหตุของปัญหาทางเพศสัมพันธ์ได้เหมาะสมยิ่งขึ้น แพทย์จะสั่งตรวจกระดับน้ำตาลในเลือด และระดับฮอร์โมน และอาจขอให้ผู้ป่วยทำการทดสอบที่บ้านเพื่อตรวจหาการแข็งตัวของอวัยวะที่เกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ แพทย์อาจถามเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยรู้สึกหดหู่ เศร้า หรือมีเหตุการณ์อะไรหรือไม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเมื่อไม่นานมานี้

การรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เกิดจากความเสียหายของระบบประสาท หรือที่เรียกว่าโรคระบบประสาท (neuropathy) จะแตกต่างกันไปหลายระดับ ตั้งแต่การใช้ยาทาน ขวดปั๊มสุญญากาศ เม็ดยาวางในท่อปัสสาวะ และยาฝังโดยตรงลงในอวัยวะเพศชาย จนไปถึงการผ่าตัดแก้ไข ทุกวิธีการเหล่านี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อาจจำเป็นต้องได้รับการปรึกษาด้านจิตวิทยาร่วมด้วยเพื่อลดความวิตกกังวล หรือแก้ไขปัญหาอื่น ๆไปพร้อมกัน การผ่าตัดใส่อุปกรณ์เพื่อช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือการซ่อมแซมหลอดเลือดแดงมักเป็นทางเลือกการรักษาสุดท้าย หากไม่ได้ผลจากการรักษาแบบอื่น

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง หมายถึง ภาวะที่น้ำอสุจิของมนุษย์บางส่วน หรือทั้งหมดพุ่งหลั่งเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะแทนที่จะออกมาทางปลายของอวัยวะเพศสัมพันธ์ระหว่างถึงจุดสุดยอด การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อเรียบภายใน ซึ่งเรียกว่ากล้ามเนื้อหูรูดไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยปกติ กล้ามเนื้อหูรูดจะเปิดหรือปิดช่องทางในร่างกายโดยอัตโนมัติ แต่ในผู้ป่วยที่มีภาวะการหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางจะทำให้อสุจิเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ไปผสมกับปัสสาวะ และออกจากร่างกายในระหว่างการถ่ายปัสสาวะแทนโดยไม่ทำอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะแต่อย่างใด ผู้ชายที่ประสบปัญหา การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางอาจสังเกตได้ว่ามีน้ำอสุจิหลั่งออกมาตอนถึงจุดสุดยอดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรืออาจตระหนักถึงสภาวะนี้หลังจากพบว่าตนเองมีบุตรยาก การวิเคราะห์ตัวอย่างปัสสาวะหลังจากการหลั่งจะชี้ให้เห็นว่ามีการปรากฏตัวของน้ำอสุจิผสมอยู่หรือไม่ และมากน้อยเพียงใด

การที่ไม่สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือด และทำให้ความเสียหายต่อเส้นประสาท อาจทำให้เกิด การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางได้ นอกจากนี้ อาจเกิดมาจากสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ ประวัติการผ่าตัดต่อมลูกหมาก และการใช้ยาบางชนิด

การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทางที่เกิดจากโรคเบาหวานหรือการผ่าตัด อาจทำการรักษาง่ายๆด้วยยาที่เสริมสร้างพลังของกล้ามเนื้อหูรูดในกระเพาะปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะที่มีประสบการณ์ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก อาจช่วยให้มีเทคนิคในการกระตุ้นการมีบุตร เช่นการเก็บรวบรวมตัวอสุจิที่แข็งแรงจากน้ำปัสสาวะ และคัดไว้ใช้ในทำการปฏิสนธิเทียมได้

ปัญหาทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นกับหญิงที่เป็นเบาหวาน ?

ผู้หญิงหลายคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประสบปัญหาทางเพศสัมพันธ์ แม้ว่าการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาทางเพศในผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานจะมีไม่มากนัก แต่การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 1 มีประสบการณ์ในการหย่อนสมรรถภาพทางเพศถึง 27 เปอร์เซ็นต์  ละการศึกษาอื่นพบว่าผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภท 1 ร้อยละ 18 รวมถึงผู้หญิงที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ร้อยละ 42 มีประวัติการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ปัญหาทางเพศที่เกี่ยวข้องนี้อาจรวมถึง

  • ลดการหล่อลื่นในช่องคลอดทำให้ช่องคลอดแห้ง
  • อึดอัดหรือเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ความรู้สึก ความต้องการทางเพศลดลงหรือไม่มีเลย
  • การตอบสนองทางเพศลดลงหรือไม่มีเลย

การตอบสนองทางเพศที่ลดลงหรือไม่นั้น อาจรวมถึงการไม่สามารถที่จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ หรืออารมณ์ทางเพศตกลงระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ความรู้สึกสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศลดลง หรือหายไป หรือไม่สามารถจะถึงจุดสุดยอดบางครั้ง หรือไม่สามารถเลย

สาเหตุของปัญหาทางเพศในผู้หญิงโรคเบาหวาน มาจากความเสียหายของเส้นประสาท การไหลเวียนของเลือดไปยังเนื้อเยื่ออวัยวะเพศและช่องคลอดที่ลดลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ อาจได้แก่ การใช้ยาบางชนิด การติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ปัญหาทางจิตวิทยา เช่น ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า การติดเชื้อทางนรีเวช โรคอื่น ๆ รวมถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ หรือการหมดประจำเดือน

ผู้หญิงที่ประสบปัญหาทางเพศ หรือสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในการตอบสนองทางเพศ ควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะถามเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย ภาวะทางนรีเวช หรือการติดเชื้อ ชนิดและความถี่ของปัญหาทางเพศที่เกิดขึ้น การใช้ยา การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการดื่มสุรา และภาวะสุขภาพอื่น ๆ แพทย์อาจถามว่าผู้ป่วยตั้งครรภ์ หรือหมดประจำเดือนหรือไม่ และรู้สึกหดหู่ หรือเพิ่งประสบกับภาวะการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเธอหรือไม่ นอกจากนี้ การตรวจร่างกาย และการทดสอบทางห้องปฏิบัติการอาจช่วยระบุสาเหตุของปัญหาทางเพศได้ แพทย์ก็จะพูดคุยกับผู้ป่วยเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน

สารหล่อลื่นช่องคลอดตามแพทย์สั่ง หรือที่มีขายตามท้องตลาด อาจเป็นประโยชน์สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะช่องคลอดแห้ง เทคนิคในการรักษาการตอบสนองทางเพศที่ลดลง ได้แก่ การสลับตำแหน่ง หน้าที่ และการกระตุ้นที่เพิ่มขึ้นระหว่างการร่วมเพศ การให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาอาจเป็นประโยชน์ได้ในกรณีที่มีความเครียดหรือวิตกกังวลเข้ามาร่วมด้วย การออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอาจช่วยให้การตอบสนองทางเพศดีขึ้น ส่วนการรักษาด้วยการใช้ยานั้นกำลังเป็นที่ศึกษาอยู่ในปัจจุบัน

โรคเบาหวานกับปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ

ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะที่มีผลต่อทั้งชายและหญิงที่เป็นเบาหวาน ได้แก่ ปัญหาของกระเพาะปัสสาวะ และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ปัญหากระเพาะปัสสาวะ

หลายเหตุการณ์หรือสภาวะสามารถสร้างความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งสาเหตุนั้นอาจมาจากโรคเบาหวานและโรคอื่น ๆ หรือการบาดเจ็บและการติดเชื้อ มากกว่าครึ่งหนึ่งขอทั้งชายและหญิงที่เป็นเบาหวานมีความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากโรคก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะอาจมีผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวันได้อย่างมาก ปัญหากระเพาะปัสสาวะที่พบบ่อยในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ได้แก่

  • ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน เส้นประสาทที่เสียหายอาจส่งสัญญาณไปยังกระเพาะปัสสาวะในเวลาที่ไม่เหมาะสมได้ทำให้กล้ามเนื้อรอบๆบีบตัวโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า อาการของภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ได้แก่
    • ปัสสาวะถี่ - ปัสสาวะถี่แปดครั้งหรือมากกว่าวันต่อ หรือปัสสาวะถี่สองครั้งหรือมากกว่าต่อหนึ่งคืน
    • ปัสสาวะด่วน - จำเป็นต้องปัสสาวะอย่างฉับพลันทันทีบ่อยๆ
    • ปัสสาวะเร่งรีบ - ปัสสาวะที่เล็ดตามด้วยความรู้สึกปวดอย่างมากและต้องการจะปัสสาวะทันที
  • การควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดแย่ กล้ามเนื้อหูรูดล้อมรอบท่อปัสสาวะ หรือหลอดที่นำปัสสาวะออกจากกระเพาะปัสสาวะไปยังด้านนอกของร่างกาย หูรูดนี้สามารถปิดกั้นเพื่อเก็บปัสสาวะไว้ในกระเพาะปัสสาวะ หากสัญญาณประสาทไปที่กล้ามเนื้อหูรูดเสียหาย กล้ามเนื้ออาจคลายตัว หลวมและปล่อยให้มีการรั่วซึมในเวลาที่ต้องการกลั้นไว้ หรือตึงตัวไม่ยอมให้ปัสสาวะเมื่อคนพยายามที่จะปล่อยปัสสาวะ
  • ถ่ายปัสสาวะไม่ออก ในผู้ป่วยบางคน ความเสียหายของเส้นประสาททำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะของพวกเขาไม่สามารถรับสัญญาณว่าถึงเวลาที่จะปล่อยปัสสาวะ หรือความเสียหายนั้นทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอเกินไปที่จะบีบกระเพาะปัสสาวะเพื่อปล่อยปัสสาวะออกมา ถ้ากระเพาะปัสสาวะเต็มแน่นเกินไป ปัสสาวะอาจไหลย้อนกลับขึ้นไป และความดันที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ไตเสียหายได้ หากปัสสาวะยังคงค้างอยู่ในร่างกายนานเกินไปก็จะเกิดการติดเชื้อในไตหรือกระเพาะปัสสาวะขึ้น ปัสสาวะที่คงค้างอาจทำให้เกิดภาวะปัสสาวะเล็ด เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็ม และไม่สามารถถ่ายออกได้เหมาะสม

การวินิจฉัยปัญหากระเพาะปัสสาวะ เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทั้งการทำงาน และลักษณะภายในของกระเพาะปัสสาวะ การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ อาจรวมถึงการถ่ายภาพรังสี การทดสอบทางเดินปัสสาวะ (urodynamic testing) เพื่อประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ และการส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ  (cystoscopy) เป็น การทดสอบที่ใช้อุปกรณ์กล้องขนาดเล็กที่เรียกว่า cystoscope เพื่อส่องดูลักษณะภายในของกระเพาะปัสสาวะ

การรักษาปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากความเสียหายของเส้นประสาทนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาาเฉพาะแต่ละอัน ถ้าปัญหาหลัก คือ การถ่ายปัสสาวะไม่ออก การรักษาอาจใช้ยาทานเพื่อกระตุ้นให้เกิดการถ่ายปัสสาวะให้ดีขึ้น และฝึกปัสสาวะใหตรงต่อเวลาทุกๆวัน เพื่อส่งเสริมการปัสสาวะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น บางครั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องสอดท่อเล็กๆบาง ๆซึ่งเรียกว่า สายสวนปัสสาวะ เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเป็นระยะๆ เพื่อระบายปัสสาวะที่คงค้างอยู่ เรียนรู้วิธีที่ทำให้ทราบเมื่อกระเพาะปัสสาวะแน่นเต็ม รวมถึงวิธีการนวดหน้าท้องส่วนล่างเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะถ่ายออกได้เต็มที่สามารถช่วยได้อีกทางหนึ่ง ถ้าภาวะปัสสาวะเล็ดเป็นปัญหาหลัก ยาทาน การเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกาย หรือการผ่าตัดสามารถช่วยภาวะนี้ให้ดีขึ้นได้ การรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน ได้แก่ ยาทาน การฝึกปัสสาวะให้เป็นเวลา การออกกำลังกาย และการผ่าตัดในบางกรณี

การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้เมื่อแบคทีเรีย ซึ่งปกติอยู่ระบบทางเดินอาหารเดินทางไปติดเชื้อถึงทางเดินปัสสาวะ หากแบคทีเรียมีการเจริญเติบโตในท่อปัสสาวะการติดเชื้อนี้จะเรียกว่า ท่อปัสสาวะอักเสบ (Urethritis) หากแบคทีเรียอาจเดินทางไปไกลกว่านั้น และทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระเพาะปัสสาวะ การอักเสบนี้จะเรียกว่า กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) การติดเชื้อที่ไม่ได้รับการรักษาอาจไปไกลมากขึ้นได้อีกและทำให้เกิดการติดเชื้อในไต บางคนมีโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง หรือกลับมาเป็นซ้ำได้อีก โดยอาการของโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะนั้นได้แก่

  • ปวดปัสสาวะบ่อยครั้ง
  • รู้สึกปวด หรือแสบร้อนในกระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะขณะถ่ายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะมีสีแดงขุ่นหรือแดงสด
  • ในผู้หญิง อาจพบว่ามีแรงกดเหนือกระดูกหัวหน่าว
  • ในผู้ชาย อาจมีความรู้สึกแน่นๆ บริเวณลำไส้ตรง

หากมีการติดเชื้อในไต จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ รู้สึกปวดหลังหรือด้านข้างลำตัว และมีไข้ การปัสสาวะบ่อยครั้งเกินปกติ อาจเป็นสัญญาณของระดับน้ำตาลในเลือดสูง ดังนั้น การประเมินผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แพทย์จะสั่งเก็บตัวอย่างปัสสาวะ ซึ่งนักเทคนิคการแพทย์จะนำไปวิเคราะห์หาแบคทีเรียและหนอง การสั่งทดสอบเพิ่มเติมอาจมีได้หากผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ซึ่งจะทำให้เห็นภาพโดยกลไกเสียงก้องของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับจากอวัยวะภายใน การใช้สีย้อมพิเศษทางหลอดเลือดดำเพื่อเพิ่มการมองเห็นในภาพรังสีของระบบทางเดินปัสสาวะ และการส่องกล้องทางเดินปัสสาวะ

การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อกำจัดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แพทย์อาจจะจ่ายยาปฏิชีวนะโดยพิจารณาจากชนิดของแบคทีเรียในปัสสาวะ แต่สำหรับการติดเชื้อไตนั้นมีความรุนแรงกว่ามาก และอาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลาหลายสัปดาห์ การดื่มน้ำให้มากๆจะช่วยป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อนอื่นๆได้อีกทางหนึ่ง

ใครมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทางเพศสัมพันธ์และทางเดินปัสสาวะร่วมกับโรคเบาหวานได้?

ปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ คือ ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสในการเป็นโรคเฉพาะดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ยิ่งผู้มีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้นโอกาสในการเกิดโรคหรืออาการดังกล่าวก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น โรคประสาทเนื่องจากเบาหวาน รวมถึงปัญหาทางเพศสัมพันธ์และระบบทางเดินปัสสาวะจะพบได้บ่อยในคนที่

  • ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
  • มีความดันโลหิตสูง
  • มีน้ำหนักเกิน
  • มีอายุมากกว่า 40 ปี
  • สูบบุหรี่
  • ไม่ค่อยขยับตัว หรือออกกำลังกาย

ปัญหาทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะที่เกี่ยวกับโรคเบาหวานสามารถป้องกันได้หรือไม่?

ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถลดความเสี่ยงต่อปัญหาทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะได้โดยการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลให้ใกล้เคียงกับค่าที่แพทย์แนะนำ การออกกำลังกาย และควบคุมน้ำหนักให้สุขภาพดีนั้น สามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวของโรคเบาหวานได้หลายๆกรณี สำหรับผู้สูบบุหรี่ การเลิกสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทางเพศสัมพันธ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากความเสียหายของเส้นประสาท รวมถึงยังลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ได้แก่ โรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญที่ควรทราบ

ความผิดปกติของเส้นประสาทในผู้ป่วยเบาหวานอาจทำให้เกิดปัญหาทางเพศ หรือทางเดินปัสสาวะได้

  • ปัญหาทางเพศในผู้ชายที่เป็นโรคเบาหวาน ได้แก่
    • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือองคชาติไม่แข็งตัว
    • การหลั่งน้ำอสุจิย้อนทาง
  • ปัญหาทางเพศในผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวาน ได้แก่
  • การหล่อลื่นในช่องคลอดลดลง และทำให้รู้สึกไม่สบายหรือเจ็บปวดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์
  • ความต้องการทางเพศลดลงหรือไม่มีเลย
  • การตอบสนองทางเพศลดลงหรือไม่มีเลย
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะในชายและหญิงที่เป็นโรคเบาหวาน ได้แก่
    • ปัญหากระเพาะปัสสาวะที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของเส้นประสาท เช่น ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน การควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดแย่ หรือถ่ายปัสสาวะไม่ออก
    • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • การควบคุมโรคเบาหวานผ่านทาง การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และทานยาตามความจำเป็น สามารถช่วยป้องกันปัญหาทางเพศ และระบบทางเดินปัสสาวะได้
  • ทั้งปัญหาทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะนั้นมีทางเลือกการรักษามากมาย และสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่