โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.พ. 4, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและนำไปสู่หัวใจวาย หรือเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีปัจจัยเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มโอกาสเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง ปัจจัยเสี่ยงนั้นได้แก่ การมีระดับความดันโลหิตสูง หรือมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน คุณสามารถป้องกันการเป็นโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้ด้วยการควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด ระดับความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล ถ้าคุณสูบบุหรี่ แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษาเรื่องการเลิกบุหรี่

ความสัมพันธ์ระหว่างโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง คืออะไร

เมื่อเวลาผ่านไป ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดที่สูงจากโรคเบาหวาน จะทำลายเส้นเลือดและเส้นประสาทที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของหัวใจและเส้นเลือด ยิ่งเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานาน ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อยๆ มากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน ในผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวาน สาเหตุของการเสียชีวิตที่พบมากที่สุดมาจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง โดยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานเกือบสองเท่า

แต่ข่าวดีก็คือ คุณสามารถปฏิบัติตนตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อควบคุมโรคเบาหวานและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองได้

หากฉันเป็นโรคเบาหวาน มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง

การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน และสูบบุหรี่ด้วย สำคัญที่สุดคือต้องหยุดสูบบุหรี่ เพราะโรคเบาหวานและการสูบบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดตีบแคบลง นอกจากนี้การสูบบุหรี่จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาวอื่นๆ เช่น โรคปอดด้วย การสูบบุหรี่จะไปทำลายเส้นเลือดที่บริเวณขาของคุณได้ด้วย ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ขา การเกิดแผลเรื้อรัง และอาจนำไปสู่การตัดขาได้

ความดันโลหิตสูง

ถ้าคุณมีความดันโลหิตสูง หัวใจจะทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งจะทำให้เกิดแรงเครียดต่อหัวใจ เกิดการทำลายของหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคตา และโรคไต ได้

ระดับคอเลสเตอรอลผิดปกติ

คอเลสเตอรอล คือไขมันชนิดหนึ่งที่ผลิตจากตับ และพบอยู่ในเลือด ปกติแล้วจะมีไขมันคอเลสเตอรอลอยู่ 2 ชนิด คือ LDL และ HDL

แอลดีแอล (LDL) คือไขมันชนิดไม่ดี ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด การมีระดับ LDL ที่สูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ส่วนไขมันชนิดอื่นที่อยู่ในเลือด ได้แก่ ไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) เป็นไขมันที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหากระดับของไตรกลีเซอไรด์สูงกว่าระดับที่แพทย์แนะนำ

อ้วน และไขมันที่หน้าท้อง

น้ำหนักเกิน และอ้วน จะส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมโรคเบาหวาน และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพหลายปัญหา รวมถึงโรคหัวใจและความดันโลหิตสูงด้วย ถ้าคุณมีน้ำหนักเกิน การปรับเปลี่ยนแผนการรับประทานอาหารที่ลดปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันจะช่วยลดระดับน้ำตาลกลูโคสและลดความจำเป็นของการใช้ยาได้ด้วย

การมีไขมันที่หน้าท้องมากเกินไป แม้ว่าคุณจะไม่ได้มีน้ำหนักเกิน ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

จะถือว่ามีไขมันที่หน้าท้องมากเกินไป หากวัดเส้นรอบพุงได้ดังนี้

  • มากกว่า 40 นิ้วสำหรับผู้ชาย
  • มากกว่า 35 นิ้วสำหรับผู้หญิง

มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งต่อการเป็นโรคหัวใจของคุณ ถ้าคุณมีคนในครอบครัวมีภาวะหัวใจวายก่อนอายุ 50 ปี คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้มากขึ้น

คุณไม่สามารถไปแก้ไขการเกิดโรคหัวใจที่เกิดกับคนในครอบครัวได้ แต่ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน มีความจำเป็นมากที่คุณจะต้องปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตนเองจากการเป็นโรคหัวใจ และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

ฉันจะลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวาน

การดูแลตนเองเกี่ยวกับโรคเบาหวาน เป็นวิธีสำคัญที่จะช่วยดูแลสุขภาพหัวใจของคุณด้วย คุณสามารถลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายและการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ด้วยการปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ด้านล่าง เพื่อควบคุมโรคเบาหวาน และช่วยให้หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงดี

ควบคุมโรคเบาหวานด้วยหลักการ ABCs

การเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการ ABCs จะช่วยให้คุณควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอลได้ การหยุดการสูบบุหรี่ในขณะที่เป็นโรคเบาหวานถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้

A คือ A1C test

หมายถึงการตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือด การตรวจระดับน้ำตาลสะสมจะช่วยบอกระดับน้ำตาลกลูโคสเฉลี่ยในเลือดในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแตกต่างจากค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจประจำวัน ถ้าผลการตรวจระดับน้ำตาลสะสมมีค่าสูง หมายความว่าตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณมีระดับน้ำตาลกลูโคสสูงมาตลอด การมีระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูง จะส่งผลเสียต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต เท้า และดวงตา

เป้าหมายของการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม โดยทั่วไปจะต้องน้อยกว่า 7% แต่ในผู้ป่วยบางคน อาจจำเป็นต้องใช้ค่าเป้าหมายที่สูงกว่านี้เล็กน้อย ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับค่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณ

B คือ Blood pressure

หมายถึง ระดับความดันโลหิต  ความดันโลหิตเป็นแรงที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ถ้าคุณมีความดันโลหิตสูง หัวใจของคุณจะทำงานหนัก ภาวะความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดผลเสียตัวหัวใจ ทำให้หัวใจวายได้ หรืออาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง และส่งผลเสียต่อไต และดวงตาด้วย

เป้าหมายของการควบคุมความดันโลหิตสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยทั่วไปคือน้อยกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท แนะนำให้สอบถามแพทย์เกี่ยวกับค่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณ

C คือ cholesterol

หมายถึงระดับคอเลสเตอรอล ปกติในร่างกายจะมีไขมันคอเลสเตอรอลอยู่ 2 ชนิด คือ LDL และ HDL  ไขมันชนิด LDL เป็นไขมันไม่ดี หรือไขมันเลว ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดในร่างกาย ดังนั้นการมีไขมันไม่ดีชนิดนี้ในปริมาณมากจะส่งผลต่อหัวใจ ทำให้หัวใจวายได้หรือทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง  ส่วนไขมัน HDL คือไขมันดี เป็นไขมันที่จะช่วยกำจัดไขมันไม่ดีออกจากหลอดเลือดของคุณ

ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับค่าเป้าหมายในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลที่เหมาะสมสำหรับคุณ หากคุณมีอายุมากกว่า 40 ปี คุณอาจจำเป็นต้องได้รับยาเช่น สแตติน (statin) เพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และช่วยป้องกันหัวใจของคุณ สำหรับผู้ที่มี LDL ในปริมาณสูงมาก อาจจำเป็นต้องได้รับยาในช่วงอายุที่น้อยกว่านี้

S คือ stop smoking

หมายถึง การหยุดสูบบุหรี่ การไม่สูบบุหรี่เป็นสิ่งสำคัญมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะทั้งโรคเบาหวานและการสูบบุหรี่ล้วนส่งผลให้หลอดเลือดตีบแคบ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น

ถ้าคุณเลิกสูบบุหรี่

  • ความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคทางเส้นประสาท โรคไต โรคตา และการตัดขาจะลดลง
  • ระดับน้ำตาลกลูโคส ความดันโลหิต และคอเลสเตอรอล จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
  • การไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
  • คุณจะสามารถออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น ร่างกายกระฉับกระเฉง

 ถ้าคุณกำลังสูบบุหรี่ แนะนำให้หยุดสูบทันที ปัจจุบันมีผู้ช่วยในการเลิกบุหรี่ คุณไม่ได้ทำเพียงลำพัง ดังนั้นแนะนำให้โทรศัพท์ปรึกษาสายด่วนเลิกบุหรี่ โทร 1600 หรือปรึกษาเภสัชกรที่ร้านยาเพื่อปรึกษาเรื่องการเลิกบุหรี่

อย่าลืมที่จะปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล ที่เหมาะสมสำหรับคุณ และวิธีในการควบคุมให้ได้ตามเป้าหมายจะต้องทำอย่างไร

ปรับพฤติกรรมให้มีสุขภาพดีตลอดเวลา

การปรับพฤติกรรมให้มีสุขภาพดีตลอดเวลา จะช่วยควบคุมโรคเบาหวานและป้องกันโรคหัวใจได้

  • ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารสุขภาพของคุณ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • นอนหลับให้เพียงพอ

เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความเครียด

การควบคุมโรคเบาหวานไม่ใช่เรื่องง่าย ความเครียด เศร้าโศกเสียใจ หรืออารมณ์โกรธ สามารถพบได้ในขณะที่คุณเป็นโรคเบาหวาน  คุณรู้อยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดีขณะเป็นโรคเบาหวาน แต่บางครั้งก็รู้สึกอึดอัดเกินไปที่จะต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวด  และอาจนำไปสู่ความเครียดได้ การมีความเครียดเป็นระยะเวลานานจะเพิ่มระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดและเพิ่มความดันโลหิต ดังนั้นคุณควรเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีในการลดความเครียด  เช่น พยายามหายใจเข้าลึก ทำสวน เดินเล่น เล่นโยคะ นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก หรือฟังเพลงที่ชอบ

รับประทานยาเพื่อป้องกันหัวใจของคุณ

การรักษาด้วยยาอาจเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการรักษาของคุณ แพทย์จะเป็นผู้สั่งยาที่เหมาะสมกับความจำเป็นของคุณ ยาจะช่วยคุณดังนี้

  • ช่วยให้ระดับน้ำตาลสะสม หรือระดับน้ำตาลกลูโคส, ระดับความดันโลหิต, และระดับคอเลสเตอรอลเป็นไปตามค่าเป้าหมาย
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด การเกิดหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง
  • ช่วยรักษาอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยของโรคหัวใจ (อาการเจ็บหน้าอกนี้เป็นอาการระยะเริ่มแรกของภาวะหัวใจวาย)

ให้ปรึกษาแพทย์ว่าคุณจำเป็นต้องรับประทานยา แอสไพริน (aspirin) หรือไม่ เพราะยานี้ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคน แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าคุณจำเป็นต้องรับประทานยานี้หรือไม่ และต้องรับประทานในปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม

ยาสแตติน (statin) เป็นยาที่ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมองได้ในผู้ป่วยเบาหวานบางราย ปกติแล้วยานี้จะใช้ในการลดระดับไขมันคอเลสเตอรอล ดังนั้นให้ปรึกษาแพทย์ว่าคุณจำเป็นต้องรับประทานยานี้หรือไม่

ปรึกษาแพทย์เสมอหากคุณมีคำถามสงสัยใดๆ เกี่ยวกับยาที่ต้องรับประทาน ก่อนที่จะเริ่มการใช้ยาใหม่ใดๆ ให้ถามแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ และจะป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงได้อย่างไร ถ้าเกิดผลข้างเคียงขึ้นแล้วรบกวนคุณ ให้แจ้งแพทย์ทราบ อย่าหยุดการกินยาเองหากแพทย์ไม่ได้สั่ง (ยกเว้นเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นคัน ลมพิษ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก กรณีเช่นนี้ต้องหยุดยาแล้วไปพบแพทย์ทันที)

แพทย์จะวินิจฉัยโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างไร

แพทย์จะวินิจฉัยโรคหัวใจในผู้ป่วยเบาหวาน จากสิ่งต่อไปนี้

  • อาการของคุณ
  • ประวัติการได้รับยาและประวัติครอบครัวของคุณ
  • โอกาสในการเกิดโรคหัวใจของคุณ
  • การตรวจร่างกาย
  • ผลจากการตรวจเลือด

การตรวจที่จะช่วยติดตามโรคเบาหวาน คือ ระดับน้ำตาลสะสม ความดันโลหิต ระดับคอเลสเตอรอล จะช่วยให้แพทย์ตัดสินใจได้ว่าจะต้องมีการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติมสำหรับการตรวจปัญหาสุขภาพของคุณหรือไม่

อาการเตือนของภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองคืออะไร

โทร 1669 ทันที ถ้าคุณมีอาการเตือนของภาวะหัวใจวาย

  • เจ็บหน้าอก หรือมีแรงบีบเค้นหน้าอก เป็นระยะเวลานานไม่กี่นาที หรือมีอาการแล้วหายไป แต่กลับมาเป็นอีก
  • มีอาการเจ็บหรืออาการไม่สบายที่แขนหรือหัวไหล่ ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ; หรือที่หลัง; หรือที่คอ; หรือที่กราม
  • หายใจถี่
  • เหงื่อออก วิงเวียนศีรษะ
  • อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้
  • รู้สึกอ่อนเพลียมาก

การรักษาจะมีประสิทธิภาพมาก หากได้รับอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามอาการเตือนอาจแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล คุณอาจไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการก็ได้

ผู้หญิงบางครั้งอาจมีเฉพาะอาการคลื่นไส้ อาเจียน รู้สึกอ่อนเพลียมาก  และมีอาการปวดหลัง หัวไหล่ หรือกราม โดยไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลยก็ได้

 ผู้ป่วยเบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทถูกทำลายจากโรคเบาหวาน อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกเลยก็ได้

โทร 1669 ทันที ถ้าคุณมีอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงอาการฉับพลัน ดังนี้

  • รู้สึกไม่มีแรง หรือชา บริเวณใบหน้า แขน หรือขา ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
  • มึนงง สับสัน ไม่สามารถพูดคุยรู้เรื่อง
  • เวียนศีรษะ ทรงตัวไม่ได้ เดินไม่ได้
  • มองเห็นภาพผิดปกติที่ตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง
  • ปวดศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลัน

ถ้าคุณมีอาการเตือนอาการใดอาการหนึ่ง ให้โทร 1669 ทันที คุณสามารถป้องกันการเกิดการทำลายอย่างถาวรจากโรคนี้ได้ โดยการไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดภายใน 1 ชั่วโมง หลังมีอาการเตือน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่