การดูแลผู้อื่น

การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Istock 653777624%281%29

1. ตรวจสภาพผิวหนัง ดูแลผิวหนังให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูก เช่น เชิงกรานก้นกบ กระเบนเหน็บ สะโพกด้านข้าง เพราะเป็นบริเวณที่เกิดแผลได้ง่าย ตรวจดูว่ามีรอยแดงเกิดขึ้นภายหลังกดทับหรือไม่ ประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหวและประสาทรับความรู้สึก การไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนัง เพื่อประเมินแนวโน้มของการเกิดแผลกดทับ และมีแผลกดทับเกิดขึ้นหรือไม่ ประเมินสาเหตุการเกิดแผลกดทับโดยตรวจดูทุกครั้งที่มีความสะอาดร่างกายหรือเวลาพลิกตะแคงตัว ช่วยพลิกตะแคงตัวให้ผู้ป่วยบ่อยๆ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
2.   ลดแรงกดที่เกิดขึ้นบริเวณผิวหนัง เช่น เลือกใช้ที่นอนฟองน้ำชนิดแน่นหนาหรือแข็งไม่ยุบเป็นแอ่ง พื้นเตียงแข็ง ไม่หย่อน ผ้าปูที่นอนสะอาด จัดที่นอนให้เรียบตึงไม่มีรอยย่น หากไม่สามารถพลิกตัวผู้ป่วยได้บ่อยๆ ควรจัดหาอุปกรณ์เสริม เช่น ที่นอนน้ำ ที่นอนลม ใช้ฟองน้ำนุ่มๆ รองบริเวณปุ่มกระดูก เพื่อช่วยลดแรงกดของกระดูกต้นขา ผู้ป่วยที่นั่งได้ควรให้นั่งบนเก้าอี้ล้อเข็นที่เหมาะสม

2.1    จัดท่าให้เหมาะสม เพื่อให้แรงกดจากน้ำหนักตัวกระจายลงบนบริเวณกว้าง โดยให้ปุ่มกระดูกหรือบริเวณที่ได้รับแรงกดมากๆ ลอยตัว
2.2    ท่านอน ระวังอย่าให้ส้นเท้ากดทับที่นอน อาจจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านอนคว่ำบนหมอนซึ่งสามารถนอนได้นานถึง 6-8 ชั่วโมงโดยไม่ต้องพลิกตัว (ระวังในผู้ป่วยชาย อาจเกิดการกดทับขององคชาตและอัณฑะ) หรือนอนในท่าตะแคงกึ่งคว่ำ นอนหงายกึ่งตะแคง
2.3    ท่านั่ง ให้จัดอยู่ในท่าหลังตรง ไม่ค่อมไปทางด้านหน้า อาจใช้ผ้าหนุนบริเวณเอว เพื่อช่วยคงความเว้าของหลังบริเวณเอว
2.4    หากผู้ป่วยนั่งได้ สอนให้บรรเทาแรงกด โดยเอามือ 2 ข้างยันพื้นเตียงยกก้นลอย ใช้มือจับที่รองแขนของเก้าอี้ล้อเข็นหรือที่ขอบล้อหากไม่มีที่รองแขน แล้วยกตัวให้ก้นลอยจากพื้นเก้าอี้ อาจเอียงตัวซ้ายขวาหรือโน้มตัวไปข้างหน้าหรือข้างหลังให้สะโพกด้านตรงข้ามลอยขึ้น เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งที่รับน้ำหนักไปบ่อยๆ หรือให้คนอื่นสอดแขนรัดรอบทรวงอกแล้วช่วยยกตัวลอยหรือจับเก้าอี้ไปข้างหลัง ทุก 10-20 นาที ประมาณ 10-20 วินาที ระวังการเลื่อนไถลลงปลายเตียงเมื่อไขหัวเตียงสูง หลีกเลี่ยงการลากผู้ป่วยโดยตรง ขณะพลิกตัวควรใช้ผ้าหรือใช้กระดานเลื่อนไถลช่วยยกเลื่อน เพื่อลดแรงไถหรือแรงเสียดทาน ควรใส่เสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่น ใส่และถอดง่าย ไม่มีตะเข็บหนาแข็ง หากจำเป็นต้องใช้ถุงยางใส่ระบายน้ำปัสสาวะต้องระวังการรัดหรือกดจนเกิดแผล

3.    ป้องกันการระคายเคืองและเกิดแผลกดทับจากอุปกรณ์ต่างๆ โดยรักษาความสะอาดของเตียงและที่นอน ปราศจากสิ่งสกปรก เช่น เศษอาหาร มด แมลงสาบ เมล็ดผลไม้ที่แข็ง ปลอกเข็ม เป็นต้น ดูแลผิวหนังให้สะอาดและแห้งเสมอโดยใช้น้ำอุ่นและสบู่อ่อน จัดให้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทดี และอยู่ในที่อากาศเย็นจะช่วยลดการมีเหงื่อได้ ไม่ปล่อยให้ผิวแห้งโดยใช้ครีมหรือโลชั่นหรือน้ำมันทาบริเวณผิวที่แห้งหรือบริเวณที่ถูกกดทับนานๆ ควรมีการนวดคลึงเบาๆ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์ทาบริเวณผิวหนังอ่อนๆ เพราะจะระคายเคืองผิวหนัง แช่มือแช่เท้าในน้ำอุ่นๆ ที่ผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดให้แห้งเพื่อช่วยให้ผิวหนังที่แห้งแข็งนิ่มและหลุดลอกออก จากนั้นใช้ครีมหรือโลชั่นหรือน้ำมันนวดทาที่ผิวหนัง หมั่นทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้า ตัดเล็บให้สั้นโดยเล็บเท้าตัดตรงไม่ตัดเล็บจนกุดหรือตัดเซาะที่ซอกเล็บเพราะจะทำให้ผิวหนังอักเสบและติดเชื้อได้ นวดบริเวณที่อาจเกิดแผลกดทับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดช่วยป้องกันการแตกของผิวหนัง
4.    ป้องกันการคั่งของเลือดดำและการบวมของขาเพื่อลดการเกิดแผลกดทับ โดยเคลื่อนไหวข้อทุกข้อ กระตุ้นให้บริหารกล้ามเนื้อในส่วนที่ทำได้บ่อยๆ พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง นวดบริเวณรอบๆ ข้อหรือปลายมือปลายเท้า นวดจากส่วนปลายเข้าหาส่วนต้นเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบีบไล่เลือดดำและกลับไปสู่หัวใจได้เร็วขึ้น ลดการบวม ระวังไม่ให้ขาไขว้กัน ยกขาสูงทั้ง 2 ข้าง ไม่นั่งห้อยขานานๆ พันผ้ายืดหรือสวมถุงน่อง (Elastic stocking) ที่ขาทั้ง 2 ข้าง หรือใช้ผ้าพันหน้าท้องร่วมด้วยขณะนั่งหรือยืน
5.    ป้องกันผิวหนังระคายเคืองและเกิดแผลกดทับจากการไหลซึมของปัสสาวะและอุจจาระหลังจากมีอุจจาระและปัสสาวะไหลซึมให้ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้ง
6.    ช่วยเหลือให้สภาพผิวหนังแข็งแรงยืดหยุ่นเพื่อทนทานต่อการกดทับโดยดูแลให้ผู้ป่วยได้ น้ำและสารอาหารเพียงพอ ใช้ได้อาหารโปรตีนสูง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะโปรตีนต่ำซึ่งจะทำให้สภาพผิวหนังอ่อนแอไม่ยืดหยุ่นเกิดแผลกดทับได้ง่าย รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเพื่อป้องกันการเกิดภาวะซีด ดูแลให้ได้รับเลือดในผู้ป่วยที่ซีดมากหรือให้ยาบำรุงเลือดหรืออาหารเสริมพวกเกลือแร่และวิตามินตามแผนการรักษา เช่น วิตามินซี วิตามินรวม เป็นต้น ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น Hct, Hb Protein ในเลือด เป็นต้น ลดรอยกดทับหรือแผลกดทับโดยแรงงานแพทย์ทราบและประเมินความรุนแรงและขนาดของแรงกดทับ มีรอยแดงหรือรอยแดงช้ำต้องหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณนั้นประมาณ 4-5 วันหรือจนกว่ารอยแดงจะหายไป ดูแลรักษาแผลกดทับโดยทำความสะอาดแผลให้สะอาด
7.    ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น อาหารโปรตีน (ไข่ ปลา) ผลไม้ที่เพิ่มวิตามินซี (ส้ม) เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่