การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปี

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
การตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปี

การตั้งครรภ์ที่มีสุขภาพดีจะเกี่ยวข้องกับอายุของมารดาด้วย ส่วนใหญ่ของผู้หญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงจะยังตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปี และให้กำเนิดทารกที่มีสุขภาพแข็งแรงได้ ซึ่งอาจจะได้ถึงอายุ 40 ปี แต่อย่างไรก็ตามคุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่แนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณและทารกในครรภ์มีสุขภาพที่แข็งแรง

ฉันจะเพิ่มโอกาสที่จะให้กำเนิดทารกที่มีสุขภาพดีได้อย่างไร

การตรวจร่างกายและขอรับคำปรึกษาก่อนตั้งครรภ์:

เมื่อคุณกำลังตัดสินใจว่าคุณพร้อมที่จะตั้งครรภ์แล้ว มีขั้นตอนสำคัญบางอย่างที่คุณต้องทำก่อนการตั้งครรภ์ อันดันแรกคือเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์เพื่อรับการตรวจร่างกายว่าคุณมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าสภาพจิตใจของคุณพร้อมที่จะตั้งครรภ์ด้วย

ดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งครรภ์

ช่วงเวลา 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ ในการเจริญเติบโตของทารก การดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์จะช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และให้กำเนิดทารกที่สุขภาพแข็งแรง การดูแลนั้นได้แก่ การเข้ารับการตรวจคัดกรองจากแพทย์ การตรวจติดตามตามแพทย์นัด การเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร รวมถึงการขอรับคำปรึกษาและสนับสนุนต่างๆ เพิ่มเติมด้วย

การเข้ารับการดูแลและการดูแลตนเองก่อนคลอดจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการตั้งครรภ์ให้กับผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี

การเข้าพบแพทย์ในช่วงนี้จะทำให้แพทย์พิจารณาถึงโรคที่มักจะพบได้บ่อยในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่อายุมาก ตัวอย่างเช่น อายุมากจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และภาวะครรภ์เป็นพิษ (ภาวะที่ร่างกายมีความดันโลหิตสูงร่วมกับพบโปรตีนในปัสสาวะ) ในระหว่างการพบแพทย์เพื่อติดตามก่อนคลอด แพทย์จะตรวจค่าความดันโลหิต ตรวจโปรตีนและน้ำตาลในปัสสาวะ และตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด เพราะว่าถ้ายิ่งตรวจพบเร็วจะได้เริ่มการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

พิจารณาการตรวจเพิ่มเติมสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปี

แพทย์อาจแนะนำการตรวจพิเศษสำหรับคุณซึ่งเป็นการตรวจเฉพาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่อายุมาก การตรวจนี้จะช่วยประเมินความเสี่ยงของการให้กำเนิดทารกผิดปกติ ดังนั้นให้สอบถามแพทย์เกี่ยวกับการตรวจดังกล่าว คุณสามารถสอบถามถึงความเสี่ยงและประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการตรวจ และตัดสินใจเลือกการตรวจที่เหมาะสมกับคุณ

รับประทานวิตามินขณะตั้งครรภ์

ผู้หญิงทุกคนที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์และพร้อมจะตั้งครรภ์ควรรับประทานวิตามินเสริมสำหรับเตรียมตั้งครรภ์ซึ่งประกอบด้วยกรดโฟลิกอย่างน้อย 400 ไมโครกรัม การได้รับกรดโฟลิกทุกวันก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก จะช่วยป้องกันความผิดปกติที่จะเกิดกับสมองและไขสันหลังของทารก สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่อายุมากจำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิกเป็นอย่างยิ่ง เพราะอายุมากจะมีความเสี่ยงที่จะให้กำเนิดทารกในครรภ์ที่ผิดปกติสูงขึ้น วิตามินบางชนิดจะประกอบด้วยกรดโฟลิกถึง 800-1,000 ไมโครกรัม ซึ่งยังคงมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ แท้จริงแล้วหญิงตั้งครรภ์บางรายจำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิกมากกว่า 400 ไมโครกรัมต่อวันเพื่อป้องกันการเกิดความผิดปกติของทารก อย่างไรก็ตามอย่ารับประทานกรดโฟลิกมากกว่า 1,000 ไมโครกรัม (1 มิลลิกรัม) โดยที่ไม่ได้ปรึกษาแพทย์ ในหญิงตั้งครรภ์ที่เคยให้กำเนิดทารกที่มีความผิดปกติจำเป็นต้องได้รับกรดโฟลิกมากถึง 4,000 ไมโครกรัม

ฉันจะลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างไร

การดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์จะช่วยให้คุณจัดการกับปัญหาทางสุขภาพที่มีอยู่และป้องกันคุณจากโรคบางอย่างที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ได้ เช่น โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ ยิ่งคุณมีสุขภาพดีเท่าไรยิ่งดีสำหรับทารกในครรภ์เท่านั้น

ไปพบแพทย์ตามนัด

ถ้าคุณป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง คุณต้องมั่นใจว่าคุณไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ การดูแลรักษาโรคที่เป็นให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ก่อนการตั้งครรภ์จะทำให้คุณและทารกมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้คุณยังต้องพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำด้วย การดูแลรักษาสุขภาพฟันและเหงือกให้มีสุขภาพดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดและทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อย

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

การรับประทานอาหารที่หลากหลายจะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารทีจำเป็นอย่างครบถ้วน โดยรับประทานทั้งผักและผลไม้, ธัญพืชไม่ขัดสี, ถั่ว, เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน, และผลิตภัณฑ์จากนมไข่มันต่ำ คุณควรรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ทำจากนมและอาหารที่มีแคลเซียมสูงอย่างน้อย 4 หน่วยบริโภคต่อวัน เพื่อให้ฟันและกระดูกของคุณยังแข็งแรงอยู่ในขณะที่ทารกในครรภ์กำลังเจริญเติบโต นอกจากนั้นยังต้องรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของกรดโฟลิกด้วย เช่น ผักใบเขียว, ถั่วแห้ง, ตับ, และส้ม

น้ำหนักตัวที่เพิ่มระหว่างตั้งครรภ์ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำ

พูดคุยกับแพทย์ว่าน้ำหนักตัวของคุณที่ควรเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์คือเท่าใด หากคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ก่อนการตั้งครรภ์แล้วพบว่า ดัชนีมวลกายของคุณอยู่ในช่วงปกติ น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์คือ 11.3 – 15.8 กิโลกรัม ถ้าดัชนีมวลกายของคุณอยู่ในช่วงน้ำหนักเกินมาตรฐาน น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์คือ 6.8-11.3 กิโลกรัม แต่ถ้าดัชนีมวลกายก่อนตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์อ้วน น้ำหนักตัวที่ควรเพิ่มระหว่างตั้งครรภ์คือ 5-9 กิโลกรัม การควบคุมการเพิ่มของน้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์อย่างเหมาะสม จะลดความเสี่ยงที่ทารกจะเติบโตช้าและลดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดด้วย และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระหว่างตั้งครรภ์ เช่น โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์และความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ด้วย

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้น้ำหนักตัวระหว่างตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม พยายามผ่อนคลาย ลดความเครียด อย่างไรก็ตามคุณต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์ก่อนเสมอ โดยทั่วไปคุณยังสามารถออกกำลังกายได้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่แพทย์จะช่วยบอกคุณได้ว่าควรปรับความหนักของการออกกำลังกายและปรับชนิดการออกกำลังกายอย่างไร

หยุดสูบบุหรี่และเลิกดื่มแอลกอฮอล์

หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และหยุดสูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์ การดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดความผิดปกติต่อทารกด้านร่างกายและจิตใจ ส่วนการสูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสที่ทารกจะมีน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำ ซึ่งจะพบมากในหญิงตั้งครรภ์ที่อายุมาก การหยุดสูบบุหรี่ยังช่วยป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษด้วย

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาเสมอ

ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่ายาใดที่ปลอดภัยในการใช้ขณะตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตร ไม่ว่ายานั้นแพทย์จะสั่งหรือซื้อใช้เองก็ตาม รวมถึงอาหารเสริมและสมุนไพรด้วย

ที่มา : https://www.webmd.com/baby/guide/pregnancy-after-35#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว  (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?
ทำความเข้าใจกับภาวะตั้งครรภ์ที่ไข่ที่ปฏิสนธิไม่ฝังตัว (Chemical Pregnancy) ใช่หรือไม่ใช่?

การตั้งครรภ์ที่เร็วเกินไปที่จะยืนยันด้วยวิธีการทางชีวเคมี

ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก
ผลตรวจอัลตราซาวนด์ (ULTRASOUND) แสดงอัตราการเต้นหัวใจที่ค่อนข้างช้าของทารกในครรภ์ช่วงไตรมาสแรก

ความเสี่ยงของการแท้งบุตรในกรณีที่มีทารกในครรภ์มีอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อนข้างช้าในช่วงไตรมาสแรก

อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?
อะไรคือสัญญาณการฉีกขาดในภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

เรียนรู้สัญญาณการตั้งครรภ์นอกมดลูกก่อนที่มันจะฉีกขาด