Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

อาการหลังผ่าคลอด วิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 849,702 คน

อาการหลังผ่าคลอด วิธีการดูแลตัวเอง และวิธีการดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอด

ถ้าการคลอดบุตรของผู้เป็นแม่นั้นไม่สามารถคลอดได้ตามวิธีธรรมชาติ เช่น ทารกตัวใหญ่ ทารกไม่ได้อยู่ในท่าที่พร้อมคลอดหรือกลับหัว ครรภ์แฝด รกเกาะต่ำ หรือคุณแม่มีเนื้องอก อาการเหล่านี้ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าคลอด เพื่อให้ทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ปลอดภัยมากที่สุด แต่สิ่งที่น่ากังวลในลำดับต่อไปคืออาการหลังผ่าคลอด

อาการหลังผ่าคลอด

แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาในการผ่าคลอดว่า คุณแม่ตั้งครรภ์แต่ละคนสมควรใช้วิธีการวางยาสลบหรือการบล็อกหลัง  และเมื่อทำการผ่าคลอดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณแม่ก็มักจะมีอาการหลังผ่าคลอดดังต่อไปนี้

  • ปวดหัวเหน่าหรือปวดหน่วงที่ท้องน้อย เนื่องจากมดลูกมีการบีบตัวแรง ซึ่งอาจเกิดจากการให้ยากระตุ้นทางหลอดเลือดดำ เพื่อให้มดลูกมีการบีบรัดตัวสำหรับหยุดเลือดที่ออกทางช่องคลอด เป็นการป้องกันอาการตกเลือดหลังคลอด หรือแม้แต่การให้นมบุตรก็สามารถทำให้มดลูกบีบรัดตัวมากขึ้นได้เช่นกัน
  • ท้องอืด แน่นท้อง เรอบ่อยจากลำไส้ เป็นเพราะหลังการผ่าตัดจะทำให้ลำไส้ยังทำงานได้ไม่ปกติ เมื่อคุณแม่ฟื้นตัวแล้วมีการขยับตัว จะช่วยให้ลำไส้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น แล้วอาการท้องอืดก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปวดเสียวบริเวณแผลผ่าตัด เนื่องจากแผลเริ่มหายและมีการสมานติดกัน ผิวของแผลจะมีการหดรั้งเกิดเป็นรอยแผลเป็น ซึ่งบางคนแผลจะค่อนข้างหนาและมีอาการอักเสบแดง จึงทำให้อาจเกิดอาการเสียวที่บริเวณแผลได้
  • มีเลือดออกมาเป็นก้อน หรือเลือดจางออกมาเหมือนน้ำคาวปลา ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะอาการนี้จะค่อยๆ ลดน้อยลงจนหมดไปเอง

วิธีการดูแลตัวเองหลังผ่าคลอด

เมื่อคุณแม่ได้รับการผ่าคลอดเรียบร้อยแล้ว อาจจะฟื้นตัวได้ช้ากว่าคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติ ดังนั้นควรมีวิธีดูแลใส่ใจในรายละเอียดอาการหลังผ่าคลอดของตนเองดังนี้

  • ควรขยับตัวบ่อยๆ การพลิกตัวบ่อยๆ จะช่วยให้ลำไส้ทำงานมากขึ้น ลดอาการท้องอืดและจะฟื้นตัวได้เร็ว ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและระบบทางเดินหายใจ พร้อมกับช่วยลดพังผืดในช่องท้อง
  • สังเกตว่ามีไข้หลังผ่าคลอดหรือไม่ เพราะอาจเกิดจากการอักเสบของแผลผ่าคลอด หรือจากการที่มดลูกอักเสบ ถ้าพบว่ามีไข้ก็ควรแจ้งพยาบาลหรือแพทย์ผู้ดูแลทันที
  • แผลที่ผ่าคลอดต้องไม่มีอาการผิดปกติ ควรจะต้องมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ หากมีอาการผิดปกติอย่างเช่นบวมแดงหรือปวดมากขึ้น นั่นเป็นเพราะแผลอาจเกิดการอักเสบ ซึ่งควรปรับหัวเตียงให้สูงขึ้น เพื่อให้แผลหย่อนและไม่ตึงเจ็บ ถ้ามีอาการเจ็บก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • ห้ามยกของหนักและไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในช่วง 6 สัปดาห์แรก เมื่อพบแพทย์ตามนัดแล้วพบว่ามดลูกกลับเข้าสภาพปกติแล้ว จึงสามารถปฏิบัติตนตามปกติได้
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารที่มีกากใยสูงอย่างเช่นผักและผลไม้สด ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ท้องผูก และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
  • มาตรงตามแพทย์นัด หากมียารับประทานก็ควรรับประทานตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด 

วิธีการดูแลคุณแม่หลังผ่าคลอดในมุมของคนดูแล

ถ้าเป็นคนใกล้ชิดอย่างเช่นสามี ควรช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณแม่หลังผ่าคลอดมีความสะดวกสบาย อย่างเช่นช่วยประคองคุณแม่หลังจากการผ่าตัดเพื่อทำการพลิกตัว หรือเพื่อป้องกันการเป็นลมและล้มขณะเดินเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้วก็ควรช่วยทำงานบ้านบ้าง เพื่อให้คุณแม่หลังผ่าคลอดมีเวลาให้นมบุตรและฟื้นตัวจากการผ่าตัดได้เร็วขึ้น พอถึงคราวต้องมาตามแพทย์นัดก็ควรพามาให้ตรงนัดเสมอ

 การผ่าคลอดในปัจจุบันมีความก้าวหน้ามากขึ้น เพราะแพทย์จะทำการปิดแผลด้วยพลาสเตอร์ชนิดกันน้ำอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ควรกังวลกับแผลหลังผ่าคลอดมากนัก ส่วนยาสมุนไพรต่างๆ ไม่ควรหามารับประทานเอง เพราะอาจเกิดการแพ้ยาหรืออาการตกเลือดได้ อีกทั้งในระหว่างพักฟื้นก่อนที่จะพบแพทย์หลัง 7 วันหรือ 6 สัปดาห์ หากมีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป