การดูแล

การกินสารพิษในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,317,521 คน

การกินสารพิษในสุนัข

สุนัขมักเอาสิ่งต่าง ๆ เข้าปากของพวกมัน แม้กระทั่งอะไรที่พวกมันเห็นทั่ว ๆ ไป เช่น กล่องใส่ยามันก็อาจจะนึกว่าเป็นของเล่นไว้สำหรับเคี้ยวเล่นก็ได้ เพราะฉะนั้นหมายความได้ว่าสุนัขมีโอกาสเสี่ยงที่จะกลืนวัสดุที่เป็นสารพิษลงไปได้ บางครั้งอาจพบว่าเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ แต่บางครั้งอาจพบว่าสุนัขอาจถึงแก่ชีวิตได้โดยไม่สามารถทำการรักษา

คุณควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไปซื้อมาเองโดยที่ไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ และถ้าหากว่าคุณสงสัยว่าสุนัขได้กินสารพิษเข้าไป คุณควรทำการคิดต่อสัตวแพทย์โดยทันที

สิ่งที่ต้องทำการสังเกต

อาการที่แสดงออกจะค่อนข้างหลากหลายแล้วแต่ชนิดของสารพิษที่สุนัขกินเข้าไป อาจจะแสดงอาการไม่รุนแรง เช่น ซึม อ่อนแรง ไม่สบายตัว หรืออาจจะมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน ท้องเสีย น้ำลายไหลย้อย หรือการคลื่นไส้ แต่ถ้าในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบว่ามีอาการกระสับกระส่าย ซึมมากกว่าปกติ สั่น ชัก และอาจโคม่าได้ เนื่องจากอาการมีความหลากหลายมากจึงควรที่จะโทรหาสัตวแพทย์หรือสายด่วนเกี่ยวกับสารพิษเพื่อขอความช่วยเหลือ

สาเหตุหลัก

เมื่อสุนัขที่มีความอยากรู้อยากเห็นพบสิ่งแปลกๆนั้นมักจะกินสารพิษเข้าไปโดยบังเอิญ หรือ บางครั้งเจ้าของอาจมีการให้ยารักษาสุนัขเองซึ่งจะพบว่าถ้าหากว่ายาเป็นพิษจะแสดงอาการออกมาในวันต่อมา เนื่องจากตัวสุนัขเองไม่สามารถเผาพลาญยาออกมาได้

สิ่งที่ควรปฏิบัติในทันที

  1. ถ้าหากพบว่าสุนัขของคุณได้ทำการกินสารพิษเข้าไปให้คุณรีบนำสิ่งเหล่านั้นออกโดยทันที แต่อย่างไรก็ตามคุณควรที่จะคำนึงไว้เสมอว่าสารพิษนั้นปลอดภัยที่จะสัมผัสหรือไม่ เพราะบางสารพิษนั้นจำเป็นที่จะต้องอาศัยเครื่องมือในการจับ เช่น ถุงมือยาง หรือใส่หน้ากาก
  2. ถ้าหากว่าเป็นไปได้คุณควรที่จะบอกได้ว่าสารพิษนั้นคืออะไร หรืออาจจะเก็บตัวอย่างไปให้สัตวแพทย์ดู หรือมีการนำฉลากของสารพิษนั้นติดตัวไปด้วย
  3. ถ้าหากว่าสุนัขเกิดการอาเจียน คุณควรที่จะเก็บบางส่วนของอาเจียนนั้นใส่ถึงพลาสติกไปให้สัตวแพทย์ด้วย แต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรเหนี่ยวนำให้สุนัขทำการอาเจียนโดยปราศจากคำแนะนำจากสัตวแพทย์โดยเฉพาะขณะที่สัตว์หมดสติ เนื่องจากสารพิษบางตัวสามารถทำให้สัตวแย่ลงได้เมื่ออาเจียน
  4. ติดต่อสัตวแพทย์ล่วงหน้าก่อนที่สัตว์จะไปถึงคลินิกเพื่อให้ข้อมูลล่วงหน้าแก่สัตวแพทย์

สารพิษที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน

บางชนิดของผลิตภัณฑ์จะประกอบด้วย กรด ด่าง หรือปิโตรเลียม เช่น น้ำยาล้างเตาอบ น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาซักผ้า น้ำยาเคลือบพื้น น้ำยาขัดรองเท้า

  เมื่อสุนัขของคุณสัมผัสกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้

  • อย่าตื่นตกใจ
  • ติดต่อสัตวแพทย์โดยทันที แจ้งว่ากำลังพาสุนัขไปเพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ทำการเตรียมตัวไว้
  • ย้ายสุนัขไปไว้ในบริเวณที่ปลอดภัย
  • ตรวจเช็คว่าสุนัขยังหายใจอยู่ ถ้าหากไม่หายใจให้ทำการ CPR
  • ถ้าหากสุนัขเริ่มมีอาการสั่นให้ทำการย้ายสุนัขไปในที่ที่ปลอดภัย เช่น ห่างจากบันได หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
  • ควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะสัตวแพทย์อาจจะต้องทำการล้างท้องหรือให้สารดูดซับสารพิษเพื่อจับกับสารพิษในกระเพาะอาหาร

ขั้นตอนสำหรับสารพิษชนิด กรด ด่าง และผลิตภัณฑ์ปิโตเลียม

  • ถ้าหากว่าสุนัขทำการกลืนกรดหรือด่างเข้าไปไม่ควรทำการรักษาที่บ้าน เนื่องจากการที่จะเข้าไปทำให้กรดด่างสมดุลได้นั้นอาจมีผลเสียทำให้สุนัขได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นได้
  • ให้ทำการล้างปากสุนัขด้วยน้ำอุ่น 15 - 20 นาที ไม่เข้าที่จะฉีดน้ำจากสายยางเข้าปากโดยตรง เพราะอาจทำเข้าน้ำเข้าปอดได้ ดังนั้นควรทำการล้างปากด้วยมุมองศาอื่น
  • ไม่ควรทำการกระตุ้นการอาเจียนโดยปราศจากคำแนะนำจากสัตวแพทย์ เพราะว่าบางครั้งคุณอาจทำให้สุนัขอาการแย่ขึ้นได้จากการเหนี่ยวนำการอาเจียน
  • ถ้าหากมีการไหม้ในปากส่วนมากแล้วจะใช้เวลาประมาณ1 ชั่วโมงในการที่จะแสดงอาการออกมา ดังนั้นถ้าหากว่าคุณไม่พบแผลก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มี และส่วนมากแล้วการไหม้มักจะพบในหลอดอาหารหรือกระเพาะอาหารซึ่งคุณไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • ถ้าหากสุนัขของคุณหมดสติให้รีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
  • ถ้าหากว่าสุนัขของคุณได้รับผลิตภัณฑ์ประเภทปิโตเลี่ยมเข้าไป ห้ามคุณทำการเหนี่ยวนำการอาเจียนโดยเด็ดขาด เนื่องจากสารนี้สามารถเข้าสู่ปอดได้ง่าย ส่งผลทำให้ปอดเกิดการอักเสบได้
  • ถ้าหากว่าสุนัขทำการเลียสารเคมี ให้ทำการรักษาแบบแผลไหม้

จุดสำคัญอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง

  • ถ้าหากว่าสัตวแพทย์แนะนำให้ทำการกระตุ้นการอาเจียน ให้คุณใช้ hydrogen peroxide ที่มีความใหม่จากสัตวแพทย์ เนื่องจากจะไม่แนะนำให้ใช้ ipecac หรือเกลือ เนื่องจากจะทำให้สุนัขของคุณแย่ขึ้นได้
  • ไม่ควรให้ สารดูดซับสารพิษที่คุณมีที่บ้าน เพราะว่าสิ่งนั้นจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับสิ่งที่สัตวแพทย์จ่ายให้ถ้าหากว่าคุณไม่สามารถไปพบสัตวแพทย์หรือคลินิกฉุกเฉินได้ ควรรีบทำการติดต่อสายด่วนเกี่ยวกับสารพิษ

การป้องกัน

  • สอนสุนัขให้เข้ากรง วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันสุนัขจากสารพิษ
  • ควรทำการตรวจเช็คสิ่งของที่เป็นอันตรายว่าอยู่เก็บอยู่ในที่ที่มิดชิดหรือไม่เป็นประจำ
  • ไม่อนุญาตให้สุนัขเข้าไปเล่นในบริเวณที่เก็บสารเคมี
  • บริเวณพื้นโรงรถหรือลานจอดรถควรที่จะปราศจากน้ำมัน น้ำยากันการแข็งตัว และผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ซึ่งน้ำยากันการแข็งตัวเป็นกับสุนัขเพราะว่า จะมีรสหวาน ดังนั้นควรที่จะเก็บอย่างมิดชิด
  • ควรคุณเก็บยาจองตัวคุณเองแยกกับยาของสุนัข จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณหยิบสลับกันโดยบังเอิญได้
  • ควรทำการอ่านฉลากยาอย่างระมัดระวังก่อนการใช้ยาเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าเราให้ยาถูกชนิดกับสุนัข
  • ถ้าหากว่าคุณมีการแยกยาใส่ไว้ในกล่องยาประจำอาทิตย์ คุณควรทำการเก็บกล่องไว้ในชั้นที่อยู่สูงจนสุนัขเอื้อมไม่ถึงมากกว่าการวางไว้บนโต๊ะธรรมดา เพราะว่าสุนัขจะเห็นว่ากล่องยานั้นเป็นเหมือนของเล่นพลาสติกที่สามารถเคี้ยวได้
  • ไม่ควรเก็บยาของคุณไว้ในถุงพลาสติก เช่น ถุงซิบล็อคเนื่องจากสุนัขจะสามารถเคี้ยวได้ง่าย ทำให้สุนัขได้รับยาทั้งหมดเลยทีเดียว

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม