Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การป้องกันอันตราย

งูพิษ...ภัยร้ายที่มากับน้ำท่วม

ตารางเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะงูมีพิษกับงูไม่มีพิษ และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,330,501 คน

งูพิษ...ภัยร้ายที่มากับน้ำท่วม

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่ในประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับอุทกภัย เช่น อุบลราชธานีที่ในตอนนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากภัยน้ำท่วม ผู้ประสบภัยนอกจากต้องระวังโรคที่มาพร้อมกับอุทกภัย เช่น โรงทางเดินระบบอาหาร โรคน้ำกัดเท้า โรคฉี่หนู โรคตาแดง หรือโรคไข้เลือดออกแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังไม่แพ้กัน คือสัตว์มีพิษที่มาพร้อมกับน้ำท่วม เช่น แมงป่อง ตะขาบ และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะงูพิษที่มีความอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

งูพิษ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

  • งูที่มีพิษต่อระบบประสาท เช่น งูจงอาง งูเห่า งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา ผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการหนังตาตก กลืนลำบาก กล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงจนอาจเสียชีวิตได้
  • งูที่มีพิษต่อระบบโลหิต เช่น งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา แผลบริเวณที่ถูกกัดอาจบวมเป็นตุ่มน้ำ มีเนื้อตาย หรือมีเลือดออกนอกเหนือจากบริเวณที่ถูกกัดได้
  • งูที่มีพิษต่อกล้ามเนื้อ เช่น งูทะเล ผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการกล้ามเนื้อสลายตัว และอาจทำให้ไตวายฉับพลันตามมาได้

ตารางเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะงูมีพิษกับงูไม่มีพิษ

รูปร่างลักษณะงูพิษงูไม่มีพิษ
ดวงตาทรงรีทรงกลม
รูปศีรษะสามเหลี่ยมทรงกลม
สัดส่วนลำตัวเทียบศีรษะลำตัวเล็กกว่าลำตัวขนาดพอๆ กับศีรษะ
ขากรรไกรอ้าได้กว้างกว่าอ้าได้แคบกว่า
เขี้ยวเขี้ยวใหญ่และยาวฟันซี่เล็กๆ
เกล็ดใต้ท้องเรียงตัวขนานต่อกันชั้นเดียวเรียงตัวเป็นสองชั้นคู่กัน

สถานที่ถูกกัดอาจบอกชนิดของงูได้

  • กรุงเทพมหานคร มากกว่า 90% เป็นงูเขียวหางไหม้
  • งูอยู่บนต้นไม้ งูเขียวหางไหม้
  • งูในสวนยางพารา งูกะปะ
  • ถูกกัดในบ้านขณะนอนหลับ งูทับสมิงคลา
  • ถูกกัดในทะเลหรือริมทะเล งูทะเล

เมื่อทราบถึงความรุนแรงของงูพิษเหล่านี้แล้ว ในช่วงน้ำท่วมเช่นนี้จึงไม่ควรที่จะเดินลุยน้ำ แต่ถ้าจำเป็นก็ควรสวมรองเท้าที่ยาวปิดขาช่วงล่าง เช่น รองเท้าบูท เพื่อป้องกันสัตว์พิษ แต่หากถูกงูกัด ขอให้ผู้ถูกกัดอย่าตื่นตกใจ รีบตั้งสติ และปฏิบัติตามการปฐมพยาบาลเบื้องต้นต่อไปนี้

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด

  • ควบคุมสติตนเอง และขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ใกล้ตัว
  • ไม่ควรตามไปตีงูให้ตาย เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น หรือถูกงูกัดซ้ำได้ 
  • แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้แม้จะไม่ทราบชนิดของงูก็ตาม ขอให้ผู้ที่ถูกงูกัดจำลักษณะของงูโดยรวมให้ได้ก็พอ
  • ทำความสะอาดบาดแผลที่ถูกงูกัดด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่
  • ไม่ควรใช้มือบีบเค้น หรือใช้ปากดูดบริเวณที่ถูกงูกัด
  • ไม่ควรใช้ผ้ามัดแน่น หรือขันชะเนาะ เพราะจะทำให้เนื้อเยื้อขาดเลือดและเกิดเนื้อตายได้
  • ผู้ถูกงูกัดควรอยู่กับที่ ไม่ควรเคลื่อนไหวมาก
  • หากมีอาการปวดมากให้รับประทานยาแก้ปวดเป็นพาราเซตามอล (Paracetamol) ได้ ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง หรือยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาด เพราะจะเสริมฤทธิ์ของพิษงูได้
  • จากนั้นให้หาไม้ดามบริเวณที่ถูกกัดและใช้ผ้าพันให้แน่นพอประมาณเพื่อลดการเคลื่อนไหวของบริเวณที่ถูกกัด
  • รีบนำตัวผู้ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หรือโทรแจ้งที่สายด่วน 1669 เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์เพิ่มเติม

แม้จะมีงูอีกหลายชนิดที่ไม่มีพิษ แต่ผู้ถูกงูกัดก็ไม่ควรละเลยการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป