การป้องกันอันตราย

งูพิษ...ภัยร้ายที่มากับน้ำท่วม

รู้จักชนิดต่างๆ ของงู และวิธีการปฏิบัติตัว
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 22, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

สืบเนื่องจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในตอนนี้ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องพึงระวังด้วยคือ สัตว์มีพิษที่มากับน้ำท่วม เช่น แมงป่อง ตะขาบ และสัตว์อื่นๆอีกมากมาย รวมถึงงูพิษที่มีความอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

งูพิษ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ใหญ่ๆดังนี้

  1. งูที่มีพิษต่อระบบประสาท เช่น งูจงอาง งูเห่า งูสามเหลี่ยม งูทับสมิงคลา ผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการเช่น หนังตาตก กลืนลำบาก กล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรงจนอาจเสียชีวิตได้
  2. งูที่มีพิษต่อระบบโลหิต เช่น งูกะปะ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา ผู้ที่ถูกกัดจะมีอาการเช่น แผลบริเวณที่ถูกกัดอาจบวมเป็นตุ่มน้ำหรือเนื้อตาย หรือมีเลือดออกนอกเหนือจากบริเวณที่ถูกกัด
  3. งูที่มีพิษต่อกล้ามเนื้อ เช่นงูทะเล ซึ่งพิษของงูกลุ่มนี้จะทำให้กล้ามเนื้อสลายตัว และอาจทำให้ไตวายฉับพลันตามมาได้

การแยกลักษณะงูว่ามีพิษหรือไม่มีพิษสังเกตได้จาก

  งูพิษ งูไม่มีพิษ
ดวงตา ทรงรี ทรงกลม
รูปศีรษะ สามเหลี่ยม ทรงกลม
สัดส่วนลำตัวเทียบกับศีรษะ ลำตัวเล็กกว่า ลำตัวขนาดพอๆ กับศีรษะ
ขากรรไกร อ้าได้กว้าง อ้าได้แคบกว่า
เขี้ยว เขี้ยวใหญ่และยาว ฟันซี่เล็กๆ
เกล็ดใต้ท้อง เรียงตัวขนานต่อกันชั้นเดียว เรียงตัวเป็นสองชั้นคู่กัน

 

สถานที่ถูกกันที่อาจบอกชนิดของงู

กรุงเทพ                         : มากกว่าร้อยละ 90 เป็นงูเขียวหางไหม้

งูอยู่บนต้นไม้                    : งูเขียวหางไหม้

งูในสวนยางพารา                 : งูกะปะ

ถูกกัดในบ้านขณะนอนหลับ : งูทับสมิงคลา

ถูกกัดในทะเลหรือริมทะเล   : งูทะเล

เมื่อทราบถึงความรุนแรงของงูพิษเหล่านี้แล้วในช่วงน้ำท่วมเช่นนี้จึงไม่ควรที่จะเดินลุยน้ำ หรืออาจสวมรองเท้าที่ยาวปิดขาช่วงล่างหรือรองเท้าบู๊ตและระวังสัตว์พิษเหล่านี้ แต่หากเกิดถูกงูกัดแล้วขอให้ผู้ถูกกัดอย่าตื่นตกใจจากนั้นให้ปฏิบัติตามการปฐมพยาบาลเบื้องต้นดังนี้

  1. ตั้งสติก่อน และเรียกคนที่อยู่ใกล้ ๆ ให้มาช่วย
  2. ไม่ต้องตามไปตีงูให้ตายเพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มขึ้นหรือถูกงูกัดซ้ำได้ แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้แม้จะไม่ทราบชนิดของงู ขอให้จำลักษณะงูให้ได้ก็พอ
  3. ทำความสะอาดบาดแผลที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่
  4. ไม่ควรใช้มือบีบเค้นหรือปากดูดบริเวณแผล
  5. ไม่ควรใช้ผ้ามัดแน่นหรือขันชะเนาะเพราะจะทำให้เนื้อเยื้อขาดเลือดและเกิดเนื้อตายได้
  6. ผู้ถูกงูกัดควรพัก ไม่ควรเคลื่อนไหวมาก
  7. หากมีอาการปวดมากให้ยาแก้ปวดเป็นพาราเซตามอลได้ ไม่ควรให้ยาแก้ปวดกลุ่มที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลางหรือยาที่มีส่วนผสมของแอสไพรินเด็ดขาด เพราะจะเสริมฤทธิ์กับพิษงู
  8. จากนั้นให้หาไม้ดามบริเวณที่ถูกกัดและใช้ผ้าพันให้แน่นพอประมาณเพื่อลดการเคลื่อนไหวของบริเวณที่ถูกกัด
  9. รีบนำผู้ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หรือโทรแจ้งที่สายด่วน 1669 เพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์เพิ่มเติม

แม้จะมีงูอีกหลายชนิดที่ไม่มีพิษ ผู้ถูกงูกัดก็ไม่ควรละเลยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพื่อได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่