การรักษาโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

การรักษาที่เหมาะสมสำหรับโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคของคุณ

การรักษาอันดับแรกๆ แพทย์มักจะแนะนำการรักษาแบบประคับประคองก่อน หากอาการคุณไม่ดีขึ้นหรือกลับแย่ลง อาจมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาที่มากขึ้น โดยการรักษาให้อาการปวดจากโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบให้หายไปอาจต้องใช้เวลาถึง 6 ถึง 18 เดือนเลยทีเดียว

ยารักษาโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ

ยาแก้ปวดที่ซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป (over-the counter medicine หรือ OTC) ยกตัวอย่างเช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และนาพร็อกเซน (Naproxen) สามารถลดอาการปวดและการอักเสบที่เกิดจากโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบได้

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดยาสเตียรอยด์ (Corticosteroid injections) เพื่อลดอาการปวดชั่วคราว อย่างไรก็ตาม คุณควรจำไว้เสมอว่า การฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) หลายๆ ครั้งสามารถทำให้เกิดการฉีกขาดของเอ็นฝ่าเท้าหรือเกิดการหดตัวเล็กลงของเนื้อเยื่อไขมันที่ปกคลุมบริเวณส้นเท้าได้ โดยปกติแพทย์มักจะแนะนำการรักษาโดยการฉีดสเตียรอยด์เฉพาะในกรณีที่มีอาการปวดอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น

การผ่าตัดและการรักษาด้วยหัตถการต่างๆ

หากการรักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผลหัตถการต่างๆ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและควรพิจารณาใช้ หัตถการต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่

  • การผ่าตัด (Surgery) : โดยทำการลอกเอ็นฝ่าเท้าซึ่งยึดติดอยู่กับกระดูกส้นเท้า ให้แยกออกจากกระดูกส้นเท้าหรือการยืดความยาวของมัดกล้ามเนื้อน่อง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดรักษาโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบนั้นสามารถทำให้โครงสร้างฝ่าเท้าที่มีลักษณะโค้ง มีความแข็งแรงลดลง ดังนั้นการผ่าตัดมักจะเป็นทางเลือกในการรักษาลำดับท้ายๆ
  • การกระตุ้นภายนอกด้วยคลื่นช็อคเวฟ (Extracorporeal shock wave therapy) : กระบวนการนี้จะเป็นการใช้คลื่นเสียงกระตุ้นบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อกระตุ้นการรักษาตัวเองของเนื้อเยื่อ โดยหลังการทำอาจมีอาการบวม ช้ำเขียว ปวด หรือชาได้ และยังเป็นที่ถกเถียงอยู่พอสมควรว่าการรักษาด้วยวิธีการนี้ได้ผลดีจริงหรือไม่การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

การรักษาโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบด้วยวิธีอื่นๆ ประกอบไปด้วย

  • การพักใช้งาน (Rest) : ในบางครั้ง การพักใช้งานก็เพียงพอที่จะช่วยให้อาการดีขึ้น จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในนิตยสารแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศสหรัฐอเมริกา (American Family Physician) ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วยโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ระบุว่า การรักษาที่ดีที่สุดคือการพักใช้งานเท้า
  • การประคบเย็น (Icing) : โดยใช้แผ่นประคบเย็นประคบบริเวณที่ปวดเป็นการลดอาการปวดที่ทำกันทั่วไปและทำได้โดยง่าย
  • การยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังเพื่อเพิ่มความแข็งแรง (Stretching & Strengthening exercises) : การขยับหรือการยืดนี้ จะช่วยลดความตึงและช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อบริเวณฝ่าเท้า หลายๆ คนอาจใช้ขั้นบันได ไม้กระดาน หรือลูกกลิ้งเป็นอุปกรณ์ในการช่วยยืดกล้ามเนื้อได้ ทั้งนี้ นักกายภาพบำบัด (Physical therapist) สามารถช่วยสอนให้คุณทำการออกกำลังเฉพาะส่วนเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขาของคุณ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับข้อเท้าและส้นเท้าอีกทีหนึ่ง
  • การใส่เฝือกอ่อนตอนกลางคืน (ไนท์สปลินท์(Night splints)) : จะใช้อุปกรณ์ที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อน่องและส่วนโค้งของฝ่าเท้าขณะหลับ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้
  • กายอุปกรณ์ (Orthotics) : แผ่นรองส้นเท้า หรืออุปกรณ์รองรับส่วนโค้งของส้นเท้าที่ผลิตขึ้นเฉพาะบุคคล (Arch support) อาจช่วยโดยการกระจายแรงกดให้ลงบนฝ่าเท้าอย่างสมดุล
  • การพันเทป (Arch taping) : วิธีนี้ทำโดยการพันเทป (Athletic tape) บริเวณเท้า เพื่อลดแรงตึงของเส้นเอ็น โดยอาศัยการป้องกันไม่ให้เอ็นฝ่าเท้าเคลื่อนไหวมากเกินไป บางคนอาจพันเทปนี้เฉพาะก่อนการทำกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่บางคนอาจพันไว้ตลอดทั้งวันก็ได้

การรักษาอื่นๆ ที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง

นักวิจัยจำนวนมากยังคงทำการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบด้วยวิธีใหม่ๆ การรักษาที่กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษา ได้แก่ การฉีดโบท็อกซ์ (Botox injections) การใช้พลาสมาที่มีเกล็ดเกลือดปริมาณมาก (Platelet-rich plasma therapy) (ใช้การฉีดพลาสมาหรือน้ำเลือดที่มีส่วนผสมของเกล็ดเลือดปริมาณมาก ฉีดไปที่บริเวณที่บาดเจ็บ) และการฝังเข็มเฉพาะที่ (Dry needling)(เป็นการฝังเข็มลงไปในบริเวณที่มีเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ) ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เหล่านี้ยังเป็นวิธีการการที่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ก่อนที่จะได้รับการรับรองเป็นวิธีการรักษามาตรฐาน

การป้องกันและดูแลรักษาตนเองที่บ้าน

การดูแลตนเองและมาตรการป้องกันบางอย่างสามารถช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ซึ่งวิธีการดูแลตนเอง มีดังต่อไปนี้

  • การควบคุมน้ำหนัก : การที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ที่เหมาะสมทำให้เกิดแรงกดดันที่มากเกินไปต่อเส้นเอ็นฝ่าเท้า ซึ่งอาจทำให้โรคมีอาการกำเริบหนักขึ้นได้
  • สวมใส่รองเท้าที่เหมาะสม : ใส่รองเท้าที่มีความสูงส้นพอดี หรือเตี้ยๆ (ไม่ใส่ส้นสูง) และมีการดูดซับแรงกระแทกที่ดี (good shock absorbency) พยายามหลีกเลี่ยงการเดินด้วยเท้าเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนพื้นแข็งๆ และสวมใส่รองเท้าที่มีขนาดพอดี
  • เปลี่ยนรองเท้าที่หมดสภาพ : ควรเปลี่ยนรองเท้ากีฬาบ่อยๆ สำหรับนักวิ่งควรเปลี่ยนรองเท้าวิ่งหลังจากที่ผ่านการใช้งานไปเกินระยะประมาณ 500 ไมล์ (800 กม.)
  • ปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง : ถ้าคุณประสบปัญหาจากโรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ คุณอาจต้องหลีกเลี่ยงกีฬาที่ทำให้เกิดแรงกระแทกต่อเอ็นฝ่าเท้ารุนแรงและลองหันมาว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานแทน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่