โรคเหงือกในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,513,184 คน

โรคปริทันต์ในแมว 

โรคปริทันต์ คือ การอักเสบของโครงสร้างที่อยู่รอบๆตัวฟันซึ่งเป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยในแมวในปัจจุบัน 

ถ้าหากเศษอาหารหรือแบคทีเรียมีการสะสมที่บริเวณร่องเหงือกจะสามารถโน้มนำให้เกิดเป็นคราบหินปูนได้ และเมื่อรวมตัวกับน้ำลายและเกลือแร่จะเปลี่ยนรูปไปเป็นคราบหินปูนโดยจะส่งผลทำให้เกิดการระคายเคืองที่บริเวณเหงือกและเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่เรียกว่าภาวะเหงือกอักเสบ ถ้าหากพบว่ามีการบวมแดงที่รอยต่อของฟันกับเหงือกจะพิจารณาจัดว่าเป็นระยะเริ่มต้นของโรคปริทันต์

ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นานคราบหินปูนจะเริ่มแทรกตัวเข้าใต้เหงือกและทำการแยกเหงือกออกจากตัวฟัน ช่องว่างที่เกิดขึ้นจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะทำให้แมวเป็นโรคปริทันต์อยู่เรื่อยๆและเหนี่ยวนำให้กระดูกและเนื้อเยื่อรอบๆเสียหายและมีการสะสมหนองอยู่ในช่องงว่างระหว่างเหงือกและตัวฟัน

โรคปริทันต์นี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับสุนัขและแมวในทุกช่วงอายุ แต่ส่วนมากมักพบบ่อยในสัตว์อายุมาก ถ้าหากต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ในสุนัขสามารถเข้าไปดูได้ที่ PetMD health library

อาการ

โรคปริทันต์นั้นจะมีอาการเริ่มจากการอักเสบฟัน 1 ซีกซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาจะมีการลามไปยังฟันซี่อื่นๆ ในแมวที่เป็นระดับแรก จะพบว่ามีอาการเหงือกอักเสบแต่ไม่พบร่องระหว่างเหงือกและตัวฟัน ระดับที่สองพบช่องว่างระหว่างเหงือกและฟัน 25% ระดับที่สามพบช่องว่าง 25-30% สำหรับระดับที่สี่จะเป็นระดับที่รุนแรงมากที่สุดโดยจะมีช่องห่าง 50% โดยเหงือกจะร้นจนสามารถเห็นรากฟันได้

สาเหตุ 

โรคริทันต์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย  Peptostreptococcus Actinomyces และ Porphyromonas

การวินิจฉัย 

การวินิจฉัยโรคปริทันต์นั้นสามารถทำได้หลายวิธี ถ้าหากทำการวัดที่ร่องระหว่างเหงือกและตัวฟันและพบว่ามีความกว้างมากกว่า 1 ซม. แมวจะถูกจัดว่ามีความผิดปกติของโรคปริทันต์

การเอ็กซ์เรย์เป็นวิธีการวินิจฉัยที่สำคัญเพราะว่ารอยโรคส่วนมากของโรคปริทันต์จะอยู่ภายใต้ร่องเหงือก ในช่วงแรกของโรคภาพเอ็กซ์เรย์จะเห็นว่ามีการสูญเสียความหนาแน่นและความคมของขอบรากฟัน และในระดับที่รุนแรงจะพบว่าไม่เหลือกระดูกรอบๆตัวฟันเลย

การรักษา 

วิธีการรักษาที่จำเพาะนั้นจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ในช่วงแรกการรักษาจะอยู่ที่การควบคุมคราบหินปูนและป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างขึ้นซึ่งจะทำได้ด้วยการแปรงฟันเป็นประจำทุกวัน

สำหรับโรคปริทันต์ระดับสองและสาม การรักษาจะเกี่ยวข้องกับการททำความสะอาดช่องว่างระหว่างเหงือกและตัวฟันและมีการใช้ยาปฏิชีวนะแบบเจลเพื่อกระตุ้นการกลับมาของเนื้อเยื่อโดยรอบและช่วยลดขนาดของช่องว่าง

ในกรณีที่โรคปริทันต์ระดับสี่จะมีความจำเป็นในการซ่อมแซมกระดูกและปลูกถ่ายเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่

การจัดการและความเป็นอยู่ 

ทำการรักษาโรคทางปริทันต์อย่างต่อเนื่องโดยดูแลช่องปากอย่างดีและนำมาตรวจเช็คเป็นประจำ การพยากรณ์โรคนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าโรคนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหน วิธีที่สามารถลดผลข้างเคียงได้นั้น คือ การวินิจฉัยได้ตั้งแต่ช่วงแรกๆและเริ่มทำการรักษาทันที

การป้องกัน 

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การควบคุมความสะอาดในช่องปากและทำการแปรงฟันร่วมกับการล้างช่องปากและเหงือกเป็นประจำ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม