การกินเพื่อสุขภาพ

เอนไซม์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
เอนไซม์

เอนไซม์

อ่านข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับเอนไซม์ รู้หรือไม่ว่าเอนไซม์มีความสำคัญต่อร่างกายของคุณ แหล่งของเอนไซม์ที่ดีที่สุด และข้อมูลเกี่ยวกับเอนไซม์ต่างๆ รู้หรือไม่ว่าเปปซินเป็นเอนไซม์ที่หน้าที่ย่อยโปรตีนในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เรนนินช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกและฟัน ไลเปสสามารถยับยั้งการติดเชื้อไวรัส และเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

ความจริงเกี่ยวกับเอนไซม์

  • เอนไซม์มีความจำเป็นต่อการย่อยอาหาร นำวิตามิน เกลือแร่ และกรดแอมิโนที่ค่าเข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้เรามีชีวิตอยู่ได้และมีสุขภาพที่ดี
  • เอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา หรือสารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆ ขึ้นภายในร่างกาย โดยที่ตัวมันเองไม่ถูกเปลี่ยนแปลงหรือทำลายโดยกระบวนการที่เกิดขึ้น
  • เอนไซม์จะถูกทำลายได้ด้วยความร้อน
  • แหล่งของเอนไซม์ที่ดีที่สุดคือ ผลไม้ ผัก ไข่ เนื้อสัตว์ และปลา ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการทำอาหารหรือการแปรรูปมากนัก
  • เอนไซม์แต่ละชนิดจะทำงานกับอาหารแต่ละประเภท โดยไม่สามารถทำงานแทนกันได้ ภาวะที่ร่างกายขาดแคลนหรือไม่มีเอนไซม์แม้เพียงตัวใดตัวหนึ่ง อาจส่งผลถึงขั้นล้มป่วยได้เลยทีเดียว
  • เอนไซม์ที่มีชื่อลงท้ายว่า – เอส คือชื่อที่ตั้งตามประเภทของสารอาหารที่มันทำปฏิกิริยาด้วย ตัวอย่างเช่น เอนไซม์ของฟอสฟอรัสจะชื่อฟอสฟาเตส เอนไซม์ของน้ำตาลหรือซูโครสจะชื่อซูเครส
  • เปปซิน เป็นเอนไซม์ย่อยอาหารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนในอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ตัดแบ่งเส้นสายโปรตีนให้เป็นกรดแอมิโนที่ร่างกายนำไปใช้ได้ หากปราศจากเปปซิน ร่างกายจะไม่สามารถนำโปรตีนมาใช้สร้างผิวพรรณที่มีสุขภาพดี โครงสร้างกระดูกที่แข็งแรง เม็ดเลือดที่คอยหล่อเลี้ยง และกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง
  • เรนนิน เป็นเอนไซม์ย่อยอาหารที่ช่วยให้น้ำนมที่ดื่มเข้าไปเกิดการแข็งตัวช่วยเปลี่ยนโปรตีนเคซีนจากนมให้เป็นรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ เรนนินช่วยให้แร่ธาตุที่มีประโยชน์จากนม เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และเหล็ก ถูกร่างกายนำไปใช้ในการสร้างสมดุลเกลือแร่และน้ำ เพิ่มความแข็งแรงของระบบประสาท และเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกและฟัน
  • ไลเปส ช่วยตัดแบ่งไขมัน ซึ่งไขมันที่ได้จะถูกร่างกายนำไปใช้บำรุงเซลล์ผิวหนัง ปกป้องร่างกายจากภาวะฟกช้ำดำเขียว ยับยั้งการติดเชื้อไวรัสและภาวะภูมิแพ้ต่างๆ
  • กรดไฮโดรคลอริก เป็นกรดในกระเพาะอาหารที่ทำปฏิกิริยากับอาหารหนักๆ เช่น เนื้อแดงย่อยยาก ผัก เนื้อสัตว์ปีก เป็นตัวย่อยโปรตีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก การขาดกรดไฮโดรคลอริกอาจสัมพันธ์กับโรคต่างๆ อาทิเช่น ภาวะโลหิตจางแบบเฟอร์นิเชียส (โลหิตจางเพราะขาดวิตามินบี 12) มะเร็งกระเพาะอาหาร ภาวะขาดกรดในกระเพาะแต่กำเนิด และภูมิแพ้ ความเครียด อารมณ์โกรธ และความวิตกกังวลก่อนการรับประทานอาหาร รวมไปถึงภาวะขาดวิตามินบางชนิด (โดยเฉพาะวิตามินบีรวม) และแร่ธาตุ อาจทำให้ร่างกายขาดกรดไฮโดรคลอริกได้ พวกเราหลายคนจึงมีกรดนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นโดยไม่รู้ตัว ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีปัญหากรดมากเกินไปหรือมีอาการเรอเปรี้ยวจึงรับประทานยาลดกรดเข้าไป แสดงว่าคุณอาจไม่ทราบว่า อาการของการมีกรดน้อยเกินไปเหมือนกับการมีกรดมากเกินไปทุกประการ ซึ่งในกรณีนี้ การรับประทานยาลดกรดจึงเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดสำหรับคุณ

นายแพทย์อลัน นิตต์เลอร์ ผู้ประพันธ์หนังสือเรื่อง A New Breed of Doctor ได้กล่าวเน้นไว้ว่า ทุกคนที่อายุสี่สิบปีขึ้นไปควรรับประทานกรดไฮโดรคลอริกเสริม

บีเทนไฮโดรคลอริกและกรดกลูตามิกไฮโดรคลอริก เป็นรูปที่ดีที่สุดหากคุณจะหากรดนี้มารับประทานเสริม

ข้อควรระวัง:หากคุณมีแผลในกระเพาะอาหาร ปรึกษาแพทย์ของคุณก่อนเริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารประเภทนี้

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่