Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคภูมิคุ้มกันทำลายผิวหนังในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,211,756 คน

โรค Pemphigus ในแมว

โรค Pemphigus ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง โดยโรคนี้จะมีอาการที่เกี่ยวข้องกับการเป็นแผล สะเก็ดถุงน้ำและหนองบนผิวหนัง บางชนิดของโรคนี้ยังสามารถเกิดได้ที่เหงือกด้วย โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองเกิดจากการที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำร้ายเซลล์ของร่างกายเอง เหมือนกับเวลาที่เซลล์เม็ดเลือดขาวออกมาจัดการเวลาที่มีการติดเชื้อ โดยความรุนแรงที่มีต่อผิวหนังจะขึ้นอยู่กับว่าภูมิคุ้มกันที่มาทำลายลงไปลึกแค่ในของชั้นผิวหนัง จุดเด่นของโรคนี้ คือการพบสภาวะที่เรียกว่า acantholysis ซึ่งหมายถึงการที่เซลล์ผิวหนังมีการแยกออกจากกันเนื่องจากมีเซลล์ภูมิคุ้มกันมาแทรกกลาง

สำหรับโรคนี้มีทั้งหมด 3 ชนิดที่สามารถเกิดขึ้นกับแมว ได้แก่ 

1.pemphigus foliaceus

2.pemphigus erythematosus

3.pemphigus vulgaris

สำหรับชนิดแรก pemphigus foliaceus ภูมิคุ้มกันจะมาสะสมอยู่ที่ชั้นนอกสุดของชั้นหนังกำพร้าและตามแผลผุพอง ชนิดที่สอง Pemphigus erythematosus เป็นชนิดที่พบบ่อยพอสมควร ค่อนข้างเหมือนกับชนิดแรกแต่ว่าจะมีความรุนแรงน้อยกว่า ชนิดที่สาม Pemphigus vulgaris จะมีความรุนแรงกว่า เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ทำลายตัวเองอยู่ลึกกว่าในชั้นผิวหนัง

อาการ 

Foliaceus

  • จะพบสะเก็ด ตุ่มหนอง แผลตื้นๆ ผืนแดง และคันที่ผิวหนัง
  • บริเวณฝ่าเท้าเจริญเติบโตเร็วทำให้มีความหนาและสามารถแตกได้
  • มีถุงน้ำที่ผิวหนัง
  • บริเวณที่มักพบรอยโรค คือ ศีรษะ ใบหูและฝ่าเท้า ซึ่งจะแพร่กระจายทั่วตัวตามมา
  • อาจพบรอยโรคที่บริเวณเหงือกและริมฝีปากได้
  • ต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกายมีการบวมโต มีอาการซึม เป็นไข้ และมีอาการไม่อยากเดิน อย่างไรก็ตามแมวส่วนมากจะสุขภาพดี
  • มีอาการเจ็บและคันบริเวณผิวหนัง
  • มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเนื่องจากมีรอยแตกหรือแผลที่ผิวหนัง

Erythematosus

  • หลัก ๆ แล้วจะมีอาการคล้ายกับ pemphigus foliaceus 
  • รอยโรคส่วนมากจะอยู่แค่ที่บริเวณศีรษะ ใบหน้า และฝ่าเท้า
  • สีของริมฝีปากจะซีดลงซึ่งจะพบได้มาก

Vulgaris

  • จัดเป็นชนิดที่มีความรุนแรง รุนแรงกว่าชนิด pemphigus foliaceus และerythematosus
  • มีอาการเป็นไข้
  • ซึม
  • มีอาการเบื่ออาหาร โดยจะเกิดขึ้นเมื่อแมวมีแผลที่ช่องปาก
  • มีแผลตื้นและแผลลึก ตุ่มพอง และสะเก็ดตามผิวหนัง
  • พบรอยโรคได้ที่ เหงือก ริมฝีปากและผิวหนัง หรืออาจพบทั่วร่างกายได้
  • บริเวณใต้รักแร้และขาหนีบก็สามารถพบรอยโรคได้
  • มีอาการเจ็บและคันที่ผิวหนัง
  • พบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

 สาเหตุ 

  • ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านเนื้อเยื่อและเซลล์ที่มีความปกติ
  • ได้รับแสงแดดมากเกินไป
  • บางพันธุ์อาจพบว่ามาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม

การวินิจฉัย 

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายแมว ซึ่งจะประกอบไปด้วย การตรวจเลือดทางเคมี การนับเม็ดเลือด การตรวจปัสสาวะ และตรวจสารอิเล็ดโทรไลท์ แมวที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะพบว่ามีค่าผลเลือดที่เป็นปกติ เจ้าของต้องทำการให้ข้อมูลเกี่ยวสุขภาพของแมว และควรแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบว่าแมวเริ่มแสดงอาการตั้งแต่เมื่อไหร่ รวมถึงสิ่งที่เป็นไปได้ต่อการเกิดโรคนี้ด้วย เช่น การตากแดด เป็นต้น

การตรวจทางผิวหนังเป็นสิ่งที่สำคัญมาก จะต้องมีการเก็บชิ้นเนื้อตัวอย่างจากผิวหนัง ตุ่มหนอง และสะเก็ด รวมถึงมีการดูดน้ำจากถุงน้ำ เพื่อทำการวินิจฉัย ผลการตรวจจะพบว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองเมื่อพบ เซลล์ acantholytic และเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลล์ อีกทั้งต้องมีการทำการเพาะเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนรึเปล่า สัตวแพทย์จะได้ทำการจ่ายยาปฏิชีวนะให้ถ้าเกิดพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

การรักษา 

ถ้าแมวมีอาการรุนแรงมาก จะต้องให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อประคับประคองอาการ อาจจะต้องมีการจ่ายยากลุ่มสเตอรอยด์ระยะเวลาสั้นๆเพื่อที่จะได้คุมอาการให้อยู่  ถ้ามีการให้ยา corticosteroid และ azathioprine เพื่อการรักษา แมวจะต้องมีการเปลี่ยนอาหารเป็นสูตรไขมันต่ำ เนื่องจากตัวยาสามารถโน้มนำให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้ แต่อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์จะทำการรักษาให้เหมาะสมกับชนิดที่แมวเป็น

การจัดการและความเป็นอยู่ 

สัตวแพทย์จะทำการนัดดูอาการทุกๆ 1 - 3 อาทิตย์ และทุกๆครั้งที่มาพบจะต้องทำการตรวจเช็คค่าเลือดต่างๆด้วย ถ้าอาการของแมวเริ่มบรรเทาขึ้นแล้วอาจจะนัดเป็นทุกๆ 1-3 เดือนแทน และสิ่งที่สำคัญที่เจ้าของจะต้องระวัง คือ ไม่ควรให้แสงแดดถูกตัวแมวเพราะจะยิ่งทำให้อาการของแมวแย่ลงได้

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม