การกินเพื่อสุขภาพ

ลูกท้อ (Peach)

ลูกท้อไทย-จีน แตกต่างกันอย่างไร สรรพคุณทางยาของลูกท้อมีไหม? กินอย่างไรให้ปลอดภัย หาคำตอบได้ที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรก 20 พ.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 5 ส.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 4 มิ.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ลูกท้อ (Peach)

ลูกท้อ เป็นผลไม้ที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศจีน ซึ่งในภาษาจีนเรียกกันว่า ซิวท้อ ในสมัยก่อนเชื่อว่าลูกท้อนั้นเป็นของมงคล จึงนิยมนำมาทำเป็นขนมเพื่ออวยพรให้แก่ผู้สูงอายุ และด้วยคุณประโยชน์ที่มากมาย ลูกท้อจัดจึงเป็นสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณมาก จนถูกขนานนามเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus persica (L.) Batsch

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรับผิวหน้าใสด้วยเลเซอร์หน้า Nd:YAG, IPL 1 ครั้ง ใกล้ BTS วุฒากาศ จ่าย 569 เท่านั้น

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads b 10

ชื่อวงศ์ ROSACEAE

ชื่อพ้อง Prunus persica (L.) Stokes

ชื่ออังกฤษ Nectarine, Peach

ชื่อท้องถิ่น มะฟุ้ง มักม่น มักม่วน หุงคอบ หุงหม่น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นท้อ

ต้นท้อ เป็นพรรณไม้พุ่มผลัดใบ สูง 4-8 เมตร ลำต้นและกิ่งมีเปลือกผิวเกลี้ยง กิ่งก้านเป็นสีเขียว หรือสีน้ำตาลอมแดง ไม่มีขน ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปรียาว ปลายใบแหลม ขอบใบหยักฟันเลื่อยเล็กน้อย ใบยาว 8-15 เซนติเมตร กว้าง 2-4 เซนติเมตร ก้าวใบยาว 1 เซนติเมตร ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวตามกิ่ง ดอกสีชมพูอ่อน มี 5 กลีบ กลีบดอกรูปมนรี ปลายกลีบสีแดง เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร กลีบดอกยาว 2 เซนติเนตร มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก โคนดอกมีกลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ผลรูปกลมรีปลายค่อนข้างแหม ผลมีสีเหลืองอ่อน ปลายผลมีสีแดงเล็กน้อย มีขนสั้นๆสีขาวปกคลุม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 เซนติเมตร เนื้อในนิ่มและชุ่มน้ำ ภายในผลมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด เมล็ดรูปร่างกลมรี สีแดง คล้ายรูปหัวใจ มีขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ปรับผิวหน้าใสด้วยเลเซอร์หน้า Nd:YAG, IPL 1 ครั้ง ใกล้ BTS วุฒากาศ จ่าย 569 เท่านั้น

ราคานี้วันเดียวเท่านั้น / จองผ่าน HD คุ้มกว่า / ผ่อน 0% ได้ / มีแอดมินใจดีดูแล

Ads b 10

คุณค่าทางโภชนาการของลูกท้อ

ลูกท้อน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงาน 39 กิโลแคลลอรี่

  • คาร์โบไฮเดรต 9.54 กรัม
  • น้ำตาล 8.39 กรัม
  • เส้นใย 1.5 กรัม
  • ไขมัน 0.25 กรัม
  • โปรตีน 0.91 กรัม
  • วิตามินเอ 16 ไมโครกรัม 2%
  • เบตาแคโรทีน 162 ไมโครกรัม 2%
  • วิตามินบี 1 0.024 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 2 0.031 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.806 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 5 0.153 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 6 0.025 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 9 4 ไมโครกรัม 1%
  • วิตามินซี 6.6 มิลลิกรัม 8%
  • วิตามินอี 0.73 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินเค 2.6 ไมโครกรัม 2%
  • ธาตุแคลเซียม 6 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.25 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุแมงกานีส 0.061 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุโพแทสเซียม 190 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุโซเดียม 0 มิลลิกรัม 0%
  • ธาตุสังกะสี 0.17 มิลลิกรัม 2%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ลูกท้อไทยกับลูกท้อจีนแตกต่างกันอย่างไร?

เนื่องด้วยลูกท้อเป็นสมุนไพรเมื่องหนาว ดังนั้นลูกท้อที่ปลูกในประเทศไทย จะสามารถปลูกได้เฉพาะบริเวณภูเขาสูง หรือที่ราบสูงที่มีอากาศค่อนข้างเย็นเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากลูกท้อที่ปลูกในประเทศจีนซึ่งมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมในการเพาะปลูกมากกว่าประเทศไทย ทำให้ลูกท้อจากจีนมีคุณภาพมากกว่าและอุดมไปด้วยสารสำคัญที่นำมาใช้เป็นยามากกว่า

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของท้อ

ส่วนต่างๆ ของต้นท้อมีสรรพคุณแตกต่างกัน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนเมล็ด ใบ ดอก หรือผล ที่เรียกกันว่าลูกท้อ

  • แพทย์แผนจีนกล่าวว่า เมล็ดของลูกท้อมีรสขม หวานเล็กน้อย เป็นยารสสุขุมเย็น ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ ตับ ม้าม และลำไส้ใหญ่ ใช้เป็นเข้าตำรับยาฟอกเลือด ขับเลือด แก้ประจำเดือนไม่ปกติ แก้ซีสต์ในมดลูก แก้เลือดคั่งอุดตัน แก้ฟกช้ำ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้เลือดกำเดาไหล แก้ริดสีดวง ช่วยทำให้ลำไส้หล่อลื่น ช่วยทำความสะอาดลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ โดยใช้เมล็ด 5-10 กรัม ต้มน้ำรับประทาน หรือผสมกับตัวยาอื่นๆในตำรับ
  • ใบ รสขม ใช้แก้ปวดหัว ตัวร้อน แก้มึนศีรษะ แก้เหน็บชา แก้ไข้จับสั่น แก้ไข้มาลาเรีย โดยใช้ใบต้มน้ำรับประทาน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาโขลกให้แหลกแล้วพอกที่ผิวหนัง แก้กลากเกลื้อน แก้ผดผื่น แก้ฝีหนอง
  • เนื้อลูกท้อ สามารถนำมาใช้ประมาณครึ่งลูก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาพอกใบหน้าหรือผิวกาย พอกทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วล้างออก ช่วยบำรุงผิวพรรณ
  • ดอกท้อ รสขม ใช้ขับปัสสาวะ แก้ปวดท้อง ท้องเสียแก้บวมน้ำ ใช้ดอกแห้งบดเป็นผง รับประทานขณะท้องว่าง หรือใช้ดอกแห้ง 4-8 กรัมต้มน้ำรับประทาน
  • กิ่งและราก แก้ดีซ่าน แก้ตัวเหลือง ตาเหลือง ใช้กิ่งและรากหั่นฝอย 50 กรัม ต้มกับน้ำ 500 มิลลิลิตร ต้มจนเหลือน้ำ 200 มิลลิลิตร รับประทานติดต่อกัน 3-5 วัน
  • ดอกและเมล็ด แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ โดยนำส่วนดอกและเมล็ด เข้าตำรับกับดอกคำฝอย โกฐเชียง หญ้าพันงู ใช้ในอัตราส่วนเท่ากันนำมาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 10 กรัม ติดต่อกันจนกว่าประจำเดือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่รับประทานติดต่อกันไม่เกิน 30 วัน

การรับประทานลูกท้อดอง อันตรายหรือไม่?

ลูกท้อสุกนำมารับประทานได้ทั้งแบบสดหรือแบบแปรรูปก็ได้ ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งลูกท้อที่นำมาแปรรูปนี้สามารถแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งลูกท้อแห้ง ลูกท้อดอง หรือลูกท้อแช่อิ่ม การรับประทานลูกท้อดองไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่ลูกท้อดองจะมีโซเดียมมากกว่าลูกท้อสด เนื่องจากใช้เกลือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการหมักดอง อาจมีผลทำให้ลำไส้เกิดอาการเกร็ง ถ้ากินในช่วงที่มีประจำเดือนคุณจะปวดท้องมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วง 1-2 วัน ฉะนั้นจึงแนะนำให้รับประทานลูกท้อแบบสดจะเป็นโยชน์มากกว่าในรูปแบบแปรรูปต่างๆ โดยเฉพาะแบบดอง

ข้อควรระวังในการรับประทานลูกท้อ

ลูกท้อมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย มีฤทธิ์ช่วยระบายอ่อนๆ หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้ ฉะนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

ลูกท้อกับความเชื่อของชาวจีน

ลูกท้อเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก และยังเป็นผลไม้ที่ให้กากใย ซึ่งช่วยในการขับถ่าย นอกจากจะเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และคุณค่าทางอาหารแล้ว ชาวจีนมีความเชื่อว่า ลูกท้อเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย ถ้าดอกท้อบานในระหว่างการฉลองวันปีใหม่ มีความเชื่อว่าปีต่อไปจะเป็นปีแห่งโชคลาภ นอกจากนี้แล้วชาวจีนยังมีการเขียนป้ายคำอวยพรลงไม้ที่ทำมาจากต้นท้อเพื่อความเป็นสิริมงคลและนำเป็นของตกแต่งประดับบ้าน


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
วิทยา บุญวรพัฒน์. หนังสือสารานุกรมสมุนไพรไทย-จีน ที่ใช้บ่อยในประเทศไทย, 2554.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย
วิตามินกับการรับประทานอาหาร ที่มีสารต่อต้านริ้วรอย

รับประทานวิตามินเพื่อการชะลอวัยอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่ม