ทั่วไป

Parvovirus ในมนุษย์

มนุษย์สามารถติดเชื้อ Parvovirus จากสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Parvovirus ในมนุษย์

มีโรคหลายโรคที่สามารถแพรกระจายข้ามสายพันธุ์จากสัตว์ชนิดหนึ่งไปอีกชนิดหนึ่ง หรือแม้แต่ติดต่อมาที่มนุษย์ได้ ตัวอย่างโรคเหล่านี้เช่นเชื้อไวรัส H1N1 หรือที่รู้จักกันในชื่อไข้หวัดหมู ซึ่งมีการติดเชื้อจากหมูสู่คน และยังมีหลักฐานว่าสามารถติดต่อจากคนไปสู่สัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน

นอกจากนั้นยังมีเชื้ออีกหลายชนิดที่อาศัยอยู่ในพาหะโดยไม่ก่อโรค จนกระทั่งมันเข้าไปอาศัยอยู่ในสัตว์ที่เป็นเป้าหมายก่อนแล้วจึงทำให้เกิดโรค ตัวอย่างโรคนี้เช่นเชื้อ Baylisascaris procyonis หรือโรคแรคคูน ซึ่งเป็นการติดเชื้อพยาธิที่มีแรคคูนเป็นพาหะ แต่เมื่อติดต่อสู่คนแล้วสามารถทำให้เสียชีวิตได้

มีโรคอีกหลายชนิดที่เกิดขึ้นโดยสัตว์ที่อยู่ในสายพันธุ์เดียวกันแต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถติดเชื้อข้ามจากสัตว์ชนิดหนึ่งไปอีกชนิดหนึ่งได้ ตัวอย่างในกรณีนี้เช่นเชื้อไวรัสในตระกูล Parvoviridae เชื้อ parvovirus นี้มีหลายสายพันธุ์ที่อยู่ภายใต้ตระกูลเดียวกัน แต่เชื้อชนิดที่ก่อโรคในหนู ก็จะอยู่แค่ในหนู แฮมสเตอร์ หรือสัตว์ฟันแทะอื่นๆ เชื้อ parvovirus ในหมู ก็จะก่อโรคได้ในหมู เชื้อ parvovirus ในไก่ก็จะก่อโรคในไก่เท่านั้นเป็นต้น เช่นเดียวกัน สุนัขและแมวต่างก็มีการติดเชื้อ parvovirus ได้ โดยในสุนัขนั้นเป็นการติดเชื้อ canine parvovirus ส่วนในแมวจะเกิดโรค feline panleukopenia สำหรับเชื้อที่ติดต่อในสุนัขนั้นสามารถติดต่อข้ามสายพันธุ์ไปยังสัตว์ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับสุนัขได้ ดังนั้นสุนัขจิ้งจอกสามารถส่งผ่านเชื้อไปยังหมาป่า หรือไฮยีน่าสามารถทำให้สุนัขบ้านติดเชื้อได้ แต่มันก็จะจำกัดอยู่เฉพาะสัตว์ในตระกูลสุนัขเท่านั้น เช่นเดียวกับเชื้อที่ติดต่อในแมว

เช่นเดียวกัน เชื้อ parvovirus สายพันธุ์ที่ติดต่อในมนุษย์นั้นก็จะจำกัดอยู่เฉพาะในมนุษย์เท่านั้น โดยการติดเชื้อ parvovirus ในมนุษย์นั้นเป็นการเจ็บป่วยที่พบบ่อยในเด็กและเป็นการติดเชื้อที่มาจากมนุษย์คนอื่นเท่านั้น

ในมนุษย์ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงนั้น เชื้อนี้ค่อนข้างไม่รุนแรงและก่อโรคเพียงระยะสั้นๆ โดยสามารถติดต่อไปยังมนุษย์คนอื่นๆ ได้ในเฉพาะช่วงก่อนที่มีอาการเท่านั้น ดังนั้นจึงอาจจะไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ทั้งหมด วิธีการติดต่อนั้นเป็นลักษณะเดียวกับเชื้อหวัด คือจากการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง การใช้อุปกรณ์ทานอาหารและเครื่องดื่มร่วมกัน การแลกเปลี่ยนมูกและน้ำลายเป็นต้น

อาการของการติดเชื้อ parvovirus ประกอบด้วยผื่นสีแดงบนใบหน้าและลำตัว ไข้ต่ำๆ และรู้สึกอ่อนเพลีย โดยมักจะมีอาการอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ในผู้ใหญ่ที่แข็งแรงและไม่เคยมีการติดเชื้อนี้ในวัยเด็กมาก่อนมักจะมีอาการปวดข้อและข้อบวมที่มีลักษณะเหมือนข้ออักเสบ ร่วมกับมีผื่นแดงที่หน้า และในผู้ใหญ่อาจมีอาการอยู่ได้นานเป็นเดือนก่อนที่จะเริ่มดีขึ้น

เชื้อไวรัสนี้ยังอาจสามารถเรียกได้ 2 ชื่อคือเชื้อ B19 เนื่องจากถูกค้นพบในห้องทดลอง โดยอยู่ในหลอดทดลองที่เขียนว่า 19 ในแถว B (เมื่อปี 1974) และ fifth disease เนื่องจากโรคนี้เป็นรู้จักกันว่าเป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กซึ่งก่อนหน้านี้มีโรคในเด็กที่ทำให้เกิดผื่นแล้วทั้งหมด 4 โรคคือโรคหัด, ไข้อีดำอีแดง หัดเยอรมัน และ Duke’s disease

สิ่งที่ต้องกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับเชื้อนี้คือกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซีด, โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว, การติดเชื้อ HIV และการมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าปกติ และในผู้หญิงตั้งครรภ์ก็จะมีความเสี่ยงในการแท้งเพิ่มขึ้นหากติดเชื้อนี้ แต่ก็ยังถือว่าความเสี่ยงนั้นค่อนข้างต่ำ

ในขณะที่มีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อนี้ในสัตว์เล็ก แต่ยังคงไม่มีวัคซีนสำหรับเชื้อนี้ในมนุษย์ เชื้อไวรัสนี้เป็นที่รู้จักกันว่าไม่สามารถป้องกันได้ แต่เมื่อมีการติดเชื้อแล้วครั้งหนึ่ง ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อครั้งถัดไปตลอดชีวิต

เชื้อ parvovirus แต่ละชนิดนั้นมีวิธีในการป้องกันการแพร่กระจายที่แตกต่างกัน แม้ว่าสัตว์จะไม่สามารถแพร่เชื้อ B19 ในมนุษย์ได้ แต่มนุษย์เป็นพาหะหลักในการแพร่เชื้อ parvovirus ของสุนัขและแมว เนื่องจากมนุษย์อาจสัมผัสสัตว์ชนิดหนึ่งและไปสัมผัสสัตว์อีกตัวหนึ่งโดยไม่ได้ล้างมือหรืออุปกรณ์ให้สะอาด โดยอาจจะเกิดขึ้นภายในคลินิคสัตวแพทย์ ที่พักสำหรับสัตว์ หรือแม้แต่พฤติกรรมเช่นการเล่นกับสัตว์ที่เข้ามาหา และกลับบ้านไปเลี้ยงสุนัขหรือแมวที่บ้าน

การล้างมือ เครื่องมือ และพื้นสัมผัสให้สะอาดนั้นเป็นกุญแจหลักของการป้องกันการติดเชื้อทั้งในสัตว์และในมนุษย์ ซึ่งวิธีนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสหลายชนิดที่ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงได้เช่นกัน

โดยสรุป ถึงแม้ว่าคุณจะไม่สามารถติดเชื้อ parvovirus จากสัตว์ หรือพวกมันติดเชื้อจากคุณได้ แต่คุณก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อทั้งในมนุษย์และในสัตว์

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม