Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

อัมพาตในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,223,611 คน

อัมพาตในแมว

เมื่อแมวมีอาการอัมพาต มักเกิดจากการสื่อสารระหว่างไขสันหลังกับสมองถูกขัดขวาง เรียนรู้เกี่ยวกับสาเหตุและการรักษาอาการอัมพาตในแมวได้จากบทความนี้

การสูญเสียการเคลื่อนไหวของแมว

ความสามารถในการเคลื่อนที่และทำกิจกรรมแต่ละวันของแมวขึ้นกับความสามารถในการทำงานร่วมกันของสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ระบบการสื่อสารที่ซับซ้อนนี้ประกอบด้วยเส้นประสาทในสมองที่ส่งข้อความเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย และร่างกายส่งข้อความเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังประสบอยู่ขณะอยู่ในสิ่งแวดล้อมไปยังสมอง ข้อความเหล่านี้ถูกส่งผ่านเซลล์ประสาทในไขสันหลังซึ่งวางตัวอยู่ในกระดูกสันหลัง จากการทำงานร่วมกันนี้ทั้งเซลลประสาทในสมองและไขสันหลังจึงเป็นระบบประสาทส่วนกลางของร่างกาย การบาดเจ็บที่มีผลกระทบต่อส่วนใดก็ตามของเส้นประสาทจะสามารถทำให้การสื่อสารผิดเพี้ยนไปหรือขาดการสื่อสารของสมองหรือร่างกายอย่างสิ้นเชิง และส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างสอดคล้องกันได้

ไขสันหลังประกอบด้วยกระดูกสันหลัง 24 ชิ้น ซึ่งกระดูกทั้งหมดจะแยกจากกันโดยแผ่นรองขนาดเล็กที่เรียกว่า หมอนรองกระดูกสันหลัง (intervertebral disc) องค์ประกอบทั้งสองทำหน้าที่ป้องกันไขสันหลังจากความเสียหาย การกระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกทำให้ไขสันหลังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ระบบประสาทเกิดการกระทบการะเทือนตามมา

อาการอัมพาตในแมวมักเกิดจากการสื่อสารระหว่างสมองและไขสันหลังถูกรบกวน ในการกรณีแมวจะไม่สามารถเคลื่อนไหวขาได้เลย เรียกว่า อัมพาต (paralysis) และในบางกรณีการสื่อสารระหว่างสมองและไขสันหลังอาจยังหลงเหลืออยู่และแมวจะแสดงอาการอ่อนแรง หรือเคลื่อนไหวลำบาก เรียกว่า อัมพฤกษ์ (paresis) ในบางกรณีพบว่าแมวอาจเป็นอัมพาตทั้งสี่ขา (tetraplegia) และบางครั้งพบว่าแมวสามารถเคลื่อนไหวได้เพียงบางขา อาการที่แตกต่างกันนี้เกิดจากตำแหน่งที่ถูกกระทบกระเทือนแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อ

อาการที่พบ

  • ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสี่ขา (tetraplegia)
  • ไม่สามารถเคลื่อนไหวขาหลังทั้งสองขา (paraplegia)
  • เดินด้วยสองขาหน้าขณะที่ลากขาหลัง
  • มีอาการเจ็บบริเวณคอ สันหลัง หรือขา
  • ไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะได้
  • ท้องผูก
  • ไม่สามารถควบคุมการปัสสาวะ หรือมีปัสสาวะหยดตลอดเวลา
  • ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายอุจาระได้

สาเหตุ

  • หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
  • การติดเชื้อของกระดูกสันหลัง
  • การติดเชื้อหรืออักเสบของไขสันหลัง
  • โรค toxoplasmosis
  • โรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (feline infectious peritonitis; FIP)
  • โรค cryptococcosis
  • การติดเชื้อหรืออักเสบของกล้ามเนื้อ (polymyositis)
  • การอักเสบของเส้นประสาท (polyneuritis)
  • เส้นเลือดบริเวณสันหลังถูกกีดขวาง (embolus)
  • เส้นเลือดบริเวณขาหลังถูกกีดขวาง (aortic embolus)
  • เนื้องอกหรือมะเร็งในไขสันหลังหรือสมอง
  • โรคอัมพาตจากการถูกเห็บกัด
  • สารพิษจากแบคทีเรีย (Botulism)
  • การบาดเจ็บของไขสันหลัง
  • ไขสันหลังหรือกระดูกสันหลังมีรูปร่างผิดปกติ

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติของแมวอย่างละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพ ช่วงเวลาที่แมวเริ่มแสดงอาการ และเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการที่เกิดขึ้น เช่น การถูกเห็บกัด หรืออารบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะกระโดดหรือตกจากที่สูง ขณะทำการตรวจร่างกายสัตวแพทย์จะทำการตรวจการเคลื่อนไหวของแมวอย่างละเอียด และทดสอบการตอบสนองของร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจการรับความรู้สึกเจ็บของขาทั้งสี่ และความไวต่อการสัมผัสของหัว สันหลัง และขา

ผลการตรวจนี้จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นไขสันหลัง เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อ การตรวจทางห้องปฏิบัติการณ์ ได้แก่ การตรวจนับเม็ดเลือด การตรวจค่าทางชีวเคมีของเลือด และการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ เป็นการตรวจพื้นฐานที่สัตวแพทย์จำเป็นจำต้องทำ และอาจตรวจประเมินเพิ่มเติมหากแมวมีการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษ ที่อาจรบกวนการทำงานของระบบประสาท การทำเอกซ์เรย์กระดูกสันหลังจะช่วยตรวจหาการติดเชื้อหรือกระดูกสันหลังที่ผิดรูปร่าง หรือตรวจการเคลื่อนของหมอนรองกระดูกสันหลังที่จะกดไขสันหลัง และสามารถตรวจพบเนื้องอก การถูกขัดขวางการทำงานของเส้นประสาท หรือการอักเสบของเส้นประสาทได้จากการดูภาพเอกซ์เรย์

ในบางกรณ๊สัตวแพทย์อาจทำการวินิฉัยโดยการทำเอกซ์เรย์ที่เรียกว่า myelogram ซึ่งทำได้โดยการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในช่องไขสันหลังและดูภาพเอกซ์เรย์เพื่อให้ภาพถ่ายของไขสันหลังและกระดูกสันหลังมีความชัดเจนมากขึ้น หากรอยโรคไม่สามารถตวรจพบได้ด้วยวิธีนี้ สัตวแพทย์จะต้องทำซีทีสแกน (CT) หรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ภาพที่ละเอียดที่สุดในการนำมาวินิฉัยหาสาเหตุของโรค บางครั้งอาจต้องทำการเจาะตรวจน้ำในไขสันหลัง การตัดชิ้นเนื้อจากกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบางส่วน การวิเคราะห์ตัวอย่าเหล่านี้จะช่วยประเมินการติดเชื้อของสมองหรือไขสันหลังได้

การรักษา

ขั้นตอนการรักษาขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอัมพาต หากแมวไม่สามารถเดิน ขับถ่ายปัสสะวะหรืออุจาระได้เอง มักมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยสัตวแพทย์ขณะที่สัตวแพทย์ทำการวินิจฉัยโรค เพื่อให้สัตวแพทย์ทำการติดตามอาการของแมวทุกวัน หากแมวมีอาการเจ็บปวดสัตวแพทย์จะทำการให้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการ ทำการช่วยเหลือในการขับถ่ายสามถึงสี่ครั้งต่อวันโดยการสวนท่อปัสสาวะ และต้องปรับท่านอนของแมวอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดแผลกดทับจากการนอนในท่าเดิมนานเกินไป หากสาเหตุของอาการคือการติดเชื้อ หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนจะต้องได้รับการรักษาโดยการให้ยา ผ่าตัด หรือการบำบัด ปัญหาเนื้องอกหรือการขัดขวางของเลือดที่ไปเลี้ยงจะต้องได้รับการแก้ไขโดยการผ่าตัดโดยขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดปัญหา อาการอัมพาตในแมวบางตัวสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ระยะเวลาที่แมวต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขึ้นกับความรุนแรงของอาการ และจะสามารถกลับบ้านได้เมื่อแมวสามารถเดินได้เอง สัตวแพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลและฟื้นฟูขณะแมวอยู่ที่บ้าน

การจัดการ

สัตวแพทย์จะช่วยเหลือในการวางแผนการดูแลแมวขณะอยู่บ้าน แมวบางตัวอาจแสดงอาการขัดขืนเนื่องจากความเจ็บปวดที่มี แต่หากเจ้าของสามารถดูแลได้อย่างถูกต้องและอ่อนโยนจะช่วยลดความกลัวของแมวได้ หากเป็นไปได้ ควรหาคนมาช่วยจับแมวขณะที่ทำการดูแลหรือใช้ผ้าห่อเพื่อไม่ให้แมวข่วนหรือหนีไป

สิ่งที่สำคัญในการฟื้นตัวของแมวคือการดูแลจากเจ้าของ เจ้าของควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการให้ยา หากเจ้าของมีปัญหาหรือคำถามเกี่ยวกับการดูแลแมว ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที ห้ามเจ้าของให้ยาแก่แมวด้วยตนเองโดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน เนื่องจากยาสำหรับคนบางตัวอาจเป็นพิษสำหรับแมว ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาอาการอัมพาตได้ แมวอาจต้องได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น ใส่ล้อเทียมสำหรับช่วยเดิน แมวส่วนมากสามารถปรับตัวใช้ชีวิตโดยมีอุปกรณ์เสริมได้ แมวที่ปัญหาอัมพาตควรได้รับการทำหมันเพื่อลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บจากการผสมพันธุ์

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป