ทั่วไป

สุนัขเป็นอัมพาต

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,024,999 คน

สุนัขเป็นอัมพาต

การเคลื่อนไหวของสุนัขเกิดมาจากการทำงานร่วมกันของระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกมักจะทำให้สุนัขเดินกะเผลกหรือเจ็บ แต่หากสุนัขไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดแล้ว นั่นอาจหมายถึงภาวะของการเป็น อัมพาต ในสุนัขนั่นเอง

            ภาวะอัมพาตในสัตว์ก็เหมือนกับในคน ปกติระบบประสาทของสุนัขจะประกอบไปด้วย ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system) ซึ่งมีสมองและไขสันหลัง เป็นองค์ประกอบหลักในการส่งและเชื่อมต่อสัญญาณของระบบประสาท แต่การรับรู้ความรู้สึกต่างๆและการควบคุมที่กล้ามเนื้อจำเป็นต้องใช้ระบบประสาทส่วนปลาย (peripheral nervous system) ซึ่งไปควบคุมกล้ามเนื้อมัดต่างๆ หากเกิดความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อระบบประสาทเหล่านี้ ก็สามารถทำให้เกิดภาวะอัมพาตได้ ซึ่งอาจจะเกิดเพียงแค่ขาข้างเดียว ขาหลังสองข้าง ขาฝั่งใดฝั่งหนึ่ง หรือหมดทั้งสี่ขา ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดความผิดปกตของระบบประสาท โดยสุนัขบางพันธุ์ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของไขสันหลังได้ง่าย คือ สุนัขในกลุ่ม chondrodystrophoid breed ที่มีลำตัวยาวและใช้ไขสันหลังเป็นจุดหมุนหลักของร่างกายในหลายๆท่า เช่น dachshund และ basset hound ที่มักจะพบโรคของหมอนรองกระดูก (intervertebral disk disease) ได้ง่าย และบางสายพันธุ์ก็เกิดจากความเสื่อมของกระดูกอ่อน (degenerative myelopathy) เช่น Corgi, Boxer, German Shepherd และ Irish Setter

โฆษณาจาก HonestDocs
จัดส่งยาให้น้องหมาถึงบ้าน

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Pets medicine delivery 01

อาการของโรค

  • ไม่สามารถใช้ขา ได้ 1 ข้าง (local paralysis)
  • ไม่สามารถใช้ขาหลัง 2 ข้าง (paraparesis)
  • ไม่สามารถใช้ขาหน้าและหลังฝั่งเดียวกันได้ทั้ง 2 ข้าง (hemiparesis)
  • ไม่สามารถใช้ขาหลังได้ 4 ข้าง (tetraparesis)
  • ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด หรือตอบสนองช้า
  • ไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อได้ รวมถึงการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ

สาเหตุของโรค

  • ความเสื่อมของเยื่อหุ้มสันหลัง (canine degenerative myelopathy)
  • โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม (intervertebral disk disease)
  • หมอนรองกระดูกอักเสบ (discospondylitis)
  • โรคติดเชื้อ เช่น หัดสุนัข
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningomyelitis)
  • การอักเสบของกล้ามเนื้อหลายมัด (polymyositis) หรือ เส้นประสาทอักเสบ (polyneuritis)
  • ลิ่มเลือดอุดตันไขสันหลัง (fibrocartilaginous embolism) หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ (thromboembolism)
  • เห็บกัด (tick paralysis)
  • มะเร็งไขสันหลังหรือสมอง
  • สารพิษ เช่น botulinum toxin
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (myasthenia gravis)
  • ไขสันหลังผิดรูป (malformation) หรือได้รับการกระทบกระแทกรุนแรงจนขาด (spinal injury)

การวินิจฉัย

            ประวัติสุขภาพของสุนัขมีความสำคัญมาก เจ้าของต้องเล่าถึงวิธีการควบคุมและการกำจัดเห็บ อาการของสุนัข รวมไปถึงอุบัติเหตุ การกระทบกระแทกรุนแรง สัตวแพทย์จะทำการตรวจว่าสุนัขสามารถใช้ขาได้ดีหรือไม่ และสุนัขสามารถรู้สึกเจ็บขาทั้งสี่ หัว และกระดูกสันหลัง และตอบสนองต่อการจับได้หรือไม่ ซึ่งจะทำให้สัตวแพทย์ทราบว่าจุดไหนมีปัญหา

            หลังจากตรวจร่างกายแล้ว สัตวแพทย์อาจทำการตรวจละเอียดเพิ่ม ซึ่งสามารถใช้การเอ็กซเรย์ เพื่อวินิจฉัยก็ได้ แต่ก็สามารถใช้ CT-scan เพื่อดูทั้งตัวก็ได้เช่นกัน ความผิดปกติที่อาจพบได้ ส่วนใหญ่มักเป็นความเสื่อมตามอายุ โดยเฉพาะการพบกระดูกงอกเชื่อระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้น (spondylosis) ซึ่งบ่งบอกถึงความเสื่อมและการอักเสบอย่างเรื้อรัง หรืออาจพบรอยแตกหักบริเวณที่ใกล้กับเส้นประสาทซึ่งเป็นไปได้ว่าเส้นประสาทนั้นหรือไขสันหลังนั้นจะถูกตัดขาดหรืออาจยังเกิดอาการ spinal shock ในช่วงแรกหรืออาการชา ทำให้ไม่ตอบสนองต่อการตรวจทางระบบประสาท

            ในแง่ของการเกิดความผิดปกติ เช่น มะเร็งหรือการติดเชื้อสามารถเจาะดูดเพื่อนำน้ำในไขสันหลังมาวิเคราะห์ ซึ่งอาจพบเซลล์อักเสบมากขึ้นหรือเซลล์มะเร็ง และสามารถใช้ในการประกอบการวิเคราะห์กับผลของการมะเร็ง

โฆษณาจาก HonestDocs
จัดส่งยาให้น้องหมาถึงบ้าน

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Pets medicine delivery 01

การรักษา

            การรักษาภาวะความผิดปกติที่ไขสันหลัง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค บางรายสามารถใช้การผ่าตัดเปิดไขสันหลังเพื่อลดแรงเบียด เพื่อทำให้อาการดีขึ้น หรือ สามารถใช้การรักษาทางเลือกใหม่ คือ การใช้ฝังเข็มเพื่อกระตุ้นระบบประสาท ถึงแม้ว่าการใช้วิธีการอาจจะไม่ได้มีผลสำเร็จ 100% แต่หลายๆตัวก็ดีขึ้น ส่วนเรื่องยากินมักจะให้ยาลดอักเสบที่เป็นสเตียรอยด์ และยาบำรุงข้อต่างๆ เพื่อลดอาการเจ็บปวด

            ที่สำคัญกว่ายาและการผ่าตัดคือการดูแลสุนัข เพราะสุนัขบางตัวไม่สามารถกินข้าว หรือขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระได้เอง เจ้าของต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญ รวมถึงการทำกายบำบัดตามที่สัตวแพทย์ได้แนะนำ และการรักษาเองก็ใช้เวลานานกว่าสัตว์จะอาการดีขึ้น ต้องมีความอดทนและไม่ทอดทิ้งเขาเหมือนที่เขาไม่ทอดทิ้งคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม