โรคแพนิค (Panic Disorder) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 27, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

โรคแพนิค (Panic Disorder) จัดเป็นโรคทางจิตเวชในกลุ่มโรควิตกกังวลกลัว ซึ่งความกลัวหรือความตระหนกตกใจที่เกิดขึ้นมีอย่างทันทีเหมือนถูกจู่โจมโดยมีอาการทางกายที่รุนแรงเกิดร่วมด้วยอย่างรวดเร็วภายใน 3-10 นาที หรืออาจเกิดขึ้นเป็นพักๆ และอาจนานถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้  

อาการที่เกิดขึ้นแบบจู่โจม หรืออาการของโรคแพนิคมักเกิดขึ้นโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถคาดเดาการเกิดอาการได้เลย บางรายเกิดความหวาดกลัวหวาดหวั่นวิตกกังวลกลัวจะเกิดอาการและพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำให้เกิดอาการแพนิค  ต่อให้โรคอยู่ในภาวะสงบผู้ป่วยก็ยังไม่อาจวางใจได้มักจะวิตกกังวลกลัวว่าอาการจะกำเริบอยู่ตลอดเวลา   

โรคแพนิคพบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ผู้ป่วยมักคิดว่าตนเองเป็นโรคหัวใจหรือโรคร้ายแรงอื่นๆ และมักจะไปพบแพทย์บ่อยๆ ซึ่งเมื่อตรวจร่างกายมักจะไม่พบความผิดปกติใดๆ

สาเหตุ

ประกอบด้วยหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการ ได้แก่

  • กรรมพันธุ์
  • ศูนย์ควบคุมการทำงานของสมองและจิตใจเกี่ยวกับความหวาดกลัวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินปกติ   
  • อาการจู่โจมเกิดขึ้นครั้งแรก อาจมีความสัมพันธ์กับความตึงเครียดในชีวิต หรือ เกิดจากการมีโรคทางอายุรกรรม หรือ จากสารเคมีในยาบางชนิด

อาการ 

ประกอบด้วยอาการทางกายและอาการทางจิตใจ ได้แก่

  • อาการทางกาย  ประกอบด้วย  ใจเต้นรัวและเร็ว  ใจสั่น  เจ็บแน่นหน้าอก  หายใจติดขัด  มึนงง โคลงเคลง  เป็นลม  เหงื่อแตก  รู้สึกชาหรือซ่าๆ วูบวาบตามตัว  คลื่นไส้  ปั่นป่วนในท้อง
  • อาการทางจิตใจ  ประกอบด้วย   รู้สึกอ่อนเพลีย   ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน     มีการรับรู้บิดเบือนไป  มีความกลัวอย่างท่วมท้นร่วมกับความรู้สึกสังหรณ์ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเกิดขึ้นกับตัวเองและเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้   กลัวว่าจะตาย     ควบคุมตนเองไม่ได้เหมือนจะเป็นบ้าหรือแสดงบางอย่างที่น่าอายออกไป

การรักษา

วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสามารถทำให้โรคสามารถหายได้ มักจะรักษาด้วยยาร่วมกับการดูแลทางด้านจิตใจ

การรักษาด้วยยา ได้แก่ 

  • ยาต้านซึมเศร้า ได้แก่ ยาเอสเอสอาร์ไอ ยาเอสเอ็นอาร์ไอ และยาไตรไซลิก
    • ยาเอสเอสอาร์ไอ (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors; SSRI)  จะช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin)  โดยแพทย์มักใช้ยาเอสเอสอาร์ไอรักษาผู้ป่วยโรคแพนิค โดยจะเริ่มให้ยาในปริมาณน้อย และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณเมื่อร่างกายของผู้ป่วยปรับตัวได้แล้ว ตัวยาในกลุ่มยาเอสเอสอาร์ไอที่ใช้รักษาโรคแพนิคประกอบด้วยฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) พาร็อกซิทีน (Paroxetine) และเซอร์ทราลีน (Sertraline)
    • ยาเอสเอ็นอาร์ไอ (Serotonin and Norepinephrine Reuptake Inhibitors; SNRIs) มักใช้รักษาโรคซึมเศร้าและโรคแพนิค โดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
    • ยาไตรไซลิก (Tricylic Antidepressants) แพทย์จะใช้ยานี้ในกรณีที่รักษาด้วยกลุ่มเอสเอสอาร์ไอเป็นเวลา 12 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้น ยากลุ่มนี้จะช่วยปรับระดับนอร์อิพิเนฟริน (Noradrenaline) และเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้อารมณ์และความรู้สึกของผู้ป่วยดีขึ้น  ยากลุ่มนี้ ได้แก่ อิมิพรามีน (Imipramine) และโคลมิพรามีน (Clomipramine) 
  • ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ยานี้จัดเป็นยาระงับประสาท ซึ่งช่วยลดอาการแพนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะใช้รักษาในขณะที่ผู้ป่วยเกิดอาการแพนิค ตัวยาที่ใช้รักษาโรคแพนิคได้แก่ อัลปราโซแลม (Alprazolam) และโคลนาซีแพม (Clonazepam)
  • ยากันชัก ยากลุ่มนี้ที่ใช้รักษาโรคแพนิคคือพรีกาบาลิน (Pregabalin) โดยยาจะช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลให้ทุเลาลง

การรักษาทางจิตใจ ได้แก่ 

  • จิตบำบัด เทคนิคที่ใช้ในการรักษาโรคแพนิคคือการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT)  ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ว่าอาการแพนิคที่เกิดขึ้นไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด การบำบัดความคิดที่บิดเบือนให้สามารถรับรู้สภาพตามจริงได้ ปรับวิธีคิด เรียนรู้การตอบสนองต่อความรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ตลอดจนการทำพฤติกรรมบำบัดด้วยเทคนิคเผชิญหน้ากับความกลัวแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป (Systematic Desensitization)
  • การฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ การฝึกผ่อนคลายด้วยการกำหนดลมหายใจ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้
    • นอนหงายตามสบายบนเตียง หรือพื้นที่ในบริเวณที่สงบ
    • มือทั้งสองประสานวางอยู่บนหน้าท้องไม่เกร็ง ผ่อนคลายกล้ามเนื้ออกและหัวไหล่ ให้ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตึงไม่เกร็ง
    • สูดลมหายใจเข้าช้าๆพร้อมทั้งสังเกตและจดจ่ออยู่ที่การเคลื่อนไหวของลมหายใจที่ผ่านรูจมูกเข้าไปลึกเต็มที่จนหน้าท้องป่อง (รู้สึกได้จากการที่มือทั้งสองถูกยกขึ้นช้า ๆ และหัวไหล่เคลื่อนขึ้น)
    • เมื่อหายใจเข้าเต็มที่แล้ว นับ 1,2,3 ในใจช้า ๆ
    • ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ พร้อมทั้งสังเกตและจดจ่อที่การเคลื่อนไหวของลมหายใจที่เคลื่อนที่ออกผ่านรูจมูกจนหน้าท้องแฟบลง มือทั้งสองจะลดต่ำลง
    • เมื่อหายใจออกจนหมด นับ 1,2,3 ในใจช้า ๆ
    • เริ่มหายใจเข้าและหายใจออกสลับกันไป เป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างน้อย 10 ครั้งเมื่อมีความชำนาญอาจเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งโดยพิงเก้าอี้ตามสบาย มือทั้งสองวางไว้ที่หน้าขาหรือประสานกันอยู่ที่หน้าท้อง วิธีการเหมือนกับการควบคุมการหายใจในท่านอนหงายทุกประการ.

การดูแลตัวเอง

ผู้ป่วยและญาติจำเป็นต้อง

  • มีความรู้ เข้าใจถึง สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาโรคที่ถูกต้อง  ควรทำความเข้าใจว่าอาการแพนิคไม่ได้ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นและหายไปได้ ญาติต้องเข้าใจอาการป่วยไม่ตอกย้ำหรือกดดันว่าเป็นความผิดของผู้ป่วย ช่วยดูแลเรื่องการทานยา ช่วยส่งเสริมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ป่วย
  • รับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝึกรับมือกับความเครียด เช่น ฝึกหายใจลึก ๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
  • ไม่ควรหยุดยาเอง เนื่องจากอาจทำให้โรคกำเริบซ้ำได้
  • งดหรือลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โคล่า หรือช็อกโกแลต
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ฝึกคิดหรือมองโลกในแง่บวก ลองนึกถึงสถานที่หรือเหตุการณ์ที่ทำให้จิตใจสงบหรือผ่อนคลาย และเพ่งความสนใจไปที่ความคิดดังกล่าว วิธีนี้จะช่วยลดความฟุ้งซ่านและอาการวิตกกังวลต่าง ๆ ของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยปรับความคิดของผู้ป่วยที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้น
  • เมื่อเกิดอาการ ควรพยายามตั้งสติ พุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รวมทั้งหายใจให้ช้าลง เนื่องจากการหายใจเร็วจะทำให้อาการแพนิคกำเริบมากขึ้น

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่