โรคแพนิค (Panic Disorder) คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,016,335 คน

โรคแพนิค (Panic Disorder) จัดเป็นโรคทางจิตเวชในกลุ่มโรควิตกกังวลกลัว ซึ่งความกลัวหรือความตระหนกตกใจที่เกิดขึ้นมีอย่างทันทีเหมือนถูกจู่โจมโดยมีอาการทางกายที่รุนแรงเกิดร่วมด้วยอย่างรวดเร็วภายใน 3-10 นาที หรืออาจเกิดขึ้นเป็นพักๆ และอาจนานถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้  

อาการที่เกิดขึ้นแบบจู่โจม หรืออาการของโรคแพนิคมักเกิดขึ้นโดยไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถคาดเดาการเกิดอาการได้เลย บางรายเกิดความหวาดกลัวหวาดหวั่นวิตกกังวลกลัวจะเกิดอาการและพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์หรือกิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำให้เกิดอาการแพนิค  ต่อให้โรคอยู่ในภาวะสงบผู้ป่วยก็ยังไม่อาจวางใจได้มักจะวิตกกังวลกลัวว่าอาการจะกำเริบอยู่ตลอดเวลา   

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

โรคแพนิคพบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ผู้ป่วยมักคิดว่าตนเองเป็นโรคหัวใจหรือโรคร้ายแรงอื่นๆ และมักจะไปพบแพทย์บ่อยๆ ซึ่งเมื่อตรวจร่างกายมักจะไม่พบความผิดปกติใดๆ

สาเหตุ

ประกอบด้วยหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดอาการ ได้แก่

  • กรรมพันธุ์
  • ศูนย์ควบคุมการทำงานของสมองและจิตใจเกี่ยวกับความหวาดกลัวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากเกินปกติ   
  • อาการจู่โจมเกิดขึ้นครั้งแรก อาจมีความสัมพันธ์กับความตึงเครียดในชีวิต หรือ เกิดจากการมีโรคทางอายุรกรรม หรือ จากสารเคมีในยาบางชนิด

อาการ 

ประกอบด้วยอาการทางกายและอาการทางจิตใจ ได้แก่

  • อาการทางกาย  ประกอบด้วย  ใจเต้นรัวและเร็ว  ใจสั่น  เจ็บแน่นหน้าอก  หายใจติดขัด  มึนงง โคลงเคลง  เป็นลม  เหงื่อแตก  รู้สึกชาหรือซ่าๆ วูบวาบตามตัว  คลื่นไส้  ปั่นป่วนในท้อง
  • อาการทางจิตใจ  ประกอบด้วย   รู้สึกอ่อนเพลีย   ความรู้สึกเหมือนตกอยู่ในความฝัน     มีการรับรู้บิดเบือนไป  มีความกลัวอย่างท่วมท้นร่วมกับความรู้สึกสังหรณ์ว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวกำลังเกิดขึ้นกับตัวเองและเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้   กลัวว่าจะตาย     ควบคุมตนเองไม่ได้เหมือนจะเป็นบ้าหรือแสดงบางอย่างที่น่าอายออกไป

การรักษา

วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสามารถทำให้โรคสามารถหายได้ มักจะรักษาด้วยยาร่วมกับการดูแลทางด้านจิตใจ

การรักษาด้วยยา ได้แก่ 

  • ยาต้านซึมเศร้า ได้แก่ ยาเอสเอสอาร์ไอ ยาเอสเอ็นอาร์ไอ และยาไตรไซลิก
    • ยาเอสเอสอาร์ไอ (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors; SSRI)  จะช่วยเพิ่มระดับสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin)  โดยแพทย์มักใช้ยาเอสเอสอาร์ไอรักษาผู้ป่วยโรคแพนิค โดยจะเริ่มให้ยาในปริมาณน้อย และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณเมื่อร่างกายของผู้ป่วยปรับตัวได้แล้ว ตัวยาในกลุ่มยาเอสเอสอาร์ไอที่ใช้รักษาโรคแพนิคประกอบด้วยฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) พาร็อกซิทีน (Paroxetine) และเซอร์ทราลีน (Sertraline)
    • ยาเอสเอ็นอาร์ไอ (Serotonin and Norepinephrine Reuptake Inhibitors; SNRIs) มักใช้รักษาโรคซึมเศร้าและโรคแพนิค โดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
    • ยาไตรไซลิก (Tricylic Antidepressants) แพทย์จะใช้ยานี้ในกรณีที่รักษาด้วยกลุ่มเอสเอสอาร์ไอเป็นเวลา 12 สัปดาห์แล้วอาการไม่ดีขึ้น ยากลุ่มนี้จะช่วยปรับระดับนอร์อิพิเนฟริน (Noradrenaline) และเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้อารมณ์และความรู้สึกของผู้ป่วยดีขึ้น  ยากลุ่มนี้ ได้แก่ อิมิพรามีน (Imipramine) และโคลมิพรามีน (Clomipramine) 
  • ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) ยานี้จัดเป็นยาระงับประสาท ซึ่งช่วยลดอาการแพนิคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะใช้รักษาในขณะที่ผู้ป่วยเกิดอาการแพนิค ตัวยาที่ใช้รักษาโรคแพนิคได้แก่ อัลปราโซแลม (Alprazolam) และโคลนาซีแพม (Clonazepam)
  • ยากันชัก ยากลุ่มนี้ที่ใช้รักษาโรคแพนิคคือพรีกาบาลิน (Pregabalin) โดยยาจะช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลให้ทุเลาลง

การรักษาทางจิตใจ ได้แก่ 

  • จิตบำบัด เทคนิคที่ใช้ในการรักษาโรคแพนิคคือการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT)  ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้ว่าอาการแพนิคที่เกิดขึ้นไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด การบำบัดความคิดที่บิดเบือนให้สามารถรับรู้สภาพตามจริงได้ ปรับวิธีคิด เรียนรู้การตอบสนองต่อความรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ตลอดจนการทำพฤติกรรมบำบัดด้วยเทคนิคเผชิญหน้ากับความกลัวแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป (Systematic Desensitization)
  • การฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ การฝึกผ่อนคลายด้วยการกำหนดลมหายใจ ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้
    • นอนหงายตามสบายบนเตียง หรือพื้นที่ในบริเวณที่สงบ
    • มือทั้งสองประสานวางอยู่บนหน้าท้องไม่เกร็ง ผ่อนคลายกล้ามเนื้ออกและหัวไหล่ ให้ทุกส่วนของร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ตึงไม่เกร็ง
    • สูดลมหายใจเข้าช้าๆพร้อมทั้งสังเกตและจดจ่ออยู่ที่การเคลื่อนไหวของลมหายใจที่ผ่านรูจมูกเข้าไปลึกเต็มที่จนหน้าท้องป่อง (รู้สึกได้จากการที่มือทั้งสองถูกยกขึ้นช้า ๆ และหัวไหล่เคลื่อนขึ้น)
    • เมื่อหายใจเข้าเต็มที่แล้ว นับ 1,2,3 ในใจช้า ๆ
    • ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ พร้อมทั้งสังเกตและจดจ่อที่การเคลื่อนไหวของลมหายใจที่เคลื่อนที่ออกผ่านรูจมูกจนหน้าท้องแฟบลง มือทั้งสองจะลดต่ำลง
    • เมื่อหายใจออกจนหมด นับ 1,2,3 ในใจช้า ๆ
    • เริ่มหายใจเข้าและหายใจออกสลับกันไป เป็นจังหวะสม่ำเสมออย่างน้อย 10 ครั้งเมื่อมีความชำนาญอาจเปลี่ยนจากท่านอนเป็นท่านั่งโดยพิงเก้าอี้ตามสบาย มือทั้งสองวางไว้ที่หน้าขาหรือประสานกันอยู่ที่หน้าท้อง วิธีการเหมือนกับการควบคุมการหายใจในท่านอนหงายทุกประการ.

การดูแลตัวเอง

ผู้ป่วยและญาติจำเป็นต้อง

  • มีความรู้ เข้าใจถึง สาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษาโรคที่ถูกต้อง  ควรทำความเข้าใจว่าอาการแพนิคไม่ได้ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นและหายไปได้ ญาติต้องเข้าใจอาการป่วยไม่ตอกย้ำหรือกดดันว่าเป็นความผิดของผู้ป่วย ช่วยดูแลเรื่องการทานยา ช่วยส่งเสริมกิจกรรมผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ป่วย
  • รับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝึกรับมือกับความเครียด เช่น ฝึกหายใจลึก ๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
  • ไม่ควรหยุดยาเอง เนื่องจากอาจทำให้โรคกำเริบซ้ำได้
  • งดหรือลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โคล่า หรือช็อกโกแลต
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ฝึกคิดหรือมองโลกในแง่บวก ลองนึกถึงสถานที่หรือเหตุการณ์ที่ทำให้จิตใจสงบหรือผ่อนคลาย และเพ่งความสนใจไปที่ความคิดดังกล่าว วิธีนี้จะช่วยลดความฟุ้งซ่านและอาการวิตกกังวลต่าง ๆ ของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยปรับความคิดของผู้ป่วยที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้น
  • เมื่อเกิดอาการ ควรพยายามตั้งสติ พุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รวมทั้งหายใจให้ช้าลง เนื่องจากการหายใจเร็วจะทำให้อาการแพนิคกำเริบมากขึ้น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่