สุขภาพผู้หญิง

ภาพรวม-ยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ภาพรวม-ยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์

ภาพรวม-ยาที่ใช้ระหว่างตั้งครรภ์

การพิจารณาเลือกใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์จะพิจารณาจากความจำเป็น และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นทั้งจากการใช้ยา และไม่ใช้ยา เช่นในโรคบางโรคอาจจำเป็นต้องใช้ยารักษาแม้ว่ายานั้นอาจส่งผลต่อทารก เช่น โรคลมชัก เพราะการไม่รักษาจะทำให้มารดาและทารกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมากกว่า เป็นต้น ดังนั้นก่อนใช้ยา อาหารเสริม สมุนไพร ใดๆ ก็ตาม ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำผู้หญิงให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์หากเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ (ไตรมาสแรก) เพราะเป็นช่วงระยะเวลาในการสร้างอวัยวะของทารก แต่ในบางครั้งคุณอาจต้องใช้ยาเพื่อรักษาโรคบางโรค เช่น ความดันโลหิตสูง หรือ หอบหืด เป็นต้น

ในลำดับแรกแพทย์จะพิจารณาว่าการใช้ยารักษาโรคกับคุณนั้นมีความเสี่ยงมากกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการไม่รักษาโรคหรือไม่ หากพิจารณาแล้วพบว่าคุณหรือลูกของคุณจะเกิดปัญหาขึ้นได้หากไม่รักษาโรคนั้น แพทย์จึงจะทำการรักษาโดยสั่งจ่ายยาหรือแนะนำยาที่มีขายตามร้านขายยาให้กับคุณ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกยาที่เหมาะสมและมีความปลอดภัยให้กับคุณ ตัวอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) บางชนิดมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ในขณะที่บางชนิดไม่ปลอดภัย

ยาอะไรบ้างที่สามารถใช้ขณะตั้งครรภ์ได้?

เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่ายาอะไรบ้างที่ปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์ เพราะว่ายาส่วนใหญ่ไม่ได้ทำการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ เพราะว่านักวิจัยคิดว่ายานั้นอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์จึงไม่ทำการวิจัย แต่ว่าก็มียาบางชนิดที่มีการใช้ในหญิงตั้งครรภ์เป็นระยะเวลานานพอที่แพทย์จะตัดสินว่ายานั้นมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์

ยาที่โดยทั่วไปแพทย์บอกว่ามีความปลอดภัยสำหรับการใช้ระหว่างตั้งครรภ์ มีดังนี้:

  • พาราเซตามอล (paracetamol) สำหรับลดไข้ บรรเทาปวด
  • เพนนิซิลิน (penicillin) และยาปฏิชีวินะอื่นบางชนิด
  • ยาต้านเชื้อเอชไอวีบางรายการ
  • ยาแก้แพ้บางรายการ เช่น ลอลาทาดีน (loratadine) และ ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)
  • ยาสำหรับรักษาอาการหวัดบางชนิดที่มีขายตามร้านขายยา
  • ยาบางชนิดสำหรับรักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ส่วนใหญ่ของยารักษาโรคหอบหืด
  • ยาบางชนิดสำหรับรักษาโรคซึมเศร้า

ถ้าคุณวางแผนที่จะตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังรับประทานในขณะนี้ก่อนที่จะตั้งครรภ์ เพราะยาบางชนิดที่คุณกำลังรับประทานในปัจจุบันอาจปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยขณะตั้งครรภ์ก็ได้ ซึ่งแพทย์อาจให้คุณหยุดยาดังกล่าวหรือเปลี่ยนไปใช้ยาอื่นที่ปลอดภัยกว่าก่อนที่จะตั้งครรภ์ ยาบางชนิดแม้ไม่ปลอดภัยที่จะใช้ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) แต่อาจมีความปลอดภัยหลังช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้

ยาอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์?

ยาบางชนิดมีข้อมูลว่าเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ หรือทำให้เกิดปัญหาอื่นใด ในบางครั้งโรคบางโรคอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยยา เพราะหากหยุดยาจะทำให้มารดาและทารกในครรภ์มีความเสี่ยงมากกว่าการใช้ยา ตัวอย่างเช่น การใช้ยาสำหรับรักษาโรคลมชัก ดังนั้นต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเกี่ยวกับยาใดๆ ก็ตามที่คุณกำลังใช้อยู่ ถ้าคุณกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์ หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม

ยาบางชนิดต่อไปนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารกในครรภ์ ได้แก่:

  • ยารักษาสิวชื่อ ไอโสเตรติโนอิน (isotretinoin) โดยยานี้เป็นยาที่มีแนวโน้มสูงที่จะทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือในหญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์
  • ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม เอจ อินฮิบิเตอร์ (ACE inhibitors) เช่น อีนาลาพริล (enalapril), ลิซิโนพริล (lisinopril)
  • ยาเพื่อควบคุมอาการชักบางชนิด เช่น วาโปรอิก แอซิด (valproic acid)
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ด๊อกซี่ซัยคลิน (doxycycline) และ เตตร้าซัยคลิน (tetracycline)
  • ยาเมโทเทรกเซท (methotrexate) ซึ่งบางครั้งยานี้ใช้รักษาโรคข้ออักเสบ
  • ยาวาฟาริน (warfarin) ซึ่งใช้ในการป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • ยาลิเที่ยม (lithium) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคอารมณ์สองขั้วที่มีอาการซึมเศร้าเด่น
  • ยาอัลปราโซแลม (alprazolam), ไดอะซีแปม (diazepam) และยาชนิดอื่นบางชนิดที่ใช้รักษาอาการวิตกกังวล
  • ยาพาร็อกซีทีน (paroxetine) ซึ่งใช้ในการรักษาโรคซึมเศร้า แลโรคอื่นๆ
  • ยาแก้ปวดที่มีขายตามร้านขายยา เช่น แอสไพริน (aspirin) และ ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และ นาพ็อกเซน (naproxen) โดยความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกจากยาเหล่านี้อยู่ในระดับต่ำ

ระหว่างตั้งครรภ์สามารถรับประทานอาหารเสริมจากสมุนไพรและวิตามินได้หรือไม่?

ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับอาหารเสริมจากสมุนไพรที่กำลังรับประทานอยู่ โดยไม่รับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือสมุนไพรใดๆ ก็ตามระหว่างการตั้งครรภ์จนกว่าจะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรแล้วว่าสามารถรับประทานได้

สำหรับผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ในขณะนี้ควรรับประทานวิตามินรวมสำหรับการตั้งครรภ์ซึ่งประกอบด้วยกรดโฟลิก (folic acid) โดยกรดโฟลิกเป็นวิตามินที่มีความสำคัญมากทั้งในช่วงก่อนการตั้งครรภ์และช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ เพราะจะช่วยป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ คุณสามารถหาซื้อกรดโฟลิกสำหรับบำรุงครรภ์ได้จากร้านขายยาทั่วไป หรือคุณอาจได้รับมาในสูตรวิตามินรวมสำหรับการตั้งครรภ์ซึ่งแพทย์เป็นผู้สั่งให้กับคุณ ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับชนิดของวิตามินที่คุณควรรับประทาน ในบางกรณีแพทย์อาจจ่ายยาธาตุเหล็กและกรดโฟลิกให้เพิ่มต่างหากด้วย

https://www.webmd.com/baby/tc/medicines-during-pregnancy-overview#1

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่