สุขภาพผู้หญิง

ซีสต์รังไข่ สาเหตุ อาการ การรักษา การป้องกัน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ซีสต์รังไข่ สาเหตุ อาการ การรักษา การป้องกัน

ว่าด้วยเรื่องของความผิดปกติในร่างกาย “ซีสต์” เป็นอีกความผิดปกติหนึ่งที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเพศหญิง ซีสต์มีหลายประเภท มีทั้งชนิดที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย บางชนิดปล่อยเอาไว้ได้ แต่บางชนิดก็มีโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็ง ฉะนั้นอย่าชะล่าใจรู้จักโรคซีสต์เอาไว้เพื่อจะได้รู้วิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

ซีสต์ คืออะไร

ซีสต์ (Cyst) คือสิ่งที่เกิดขึ้นบนเนื้อเยื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีลักษณะคล้ายถุง หรือเป็นก้อนซึ่งภายในมักพบว่ามีของเหลว ของแข็งกึ่งเหลว เซลล์เนื้อเยื่อที่เกิดผิดที่ หรือแม้แต่บรรจุอากาศเปล่า หลายคนจึงมักเรียกซีสต์ว่า”ถุงน้ำ” โดยมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและประเภทของมัน สามารถพบได้ทั้งภายในร่างกาย และภายนอกที่โผล่ให้เห็นตามผิวหนัง ซีสต์สามารถเกิดขึ้นได้หลายที่ แต่ที่พบบ่อยคือซีสต์รังไข่

ความสำคัญของรังไข่

รังไข่ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการผลิต “ไข่” (Ovum) ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์ของเพศหญิง โดยจะทำหน้าที่ตกไข่ในแต่ละรอบเดือน เพื่อให้พร้อมสำหรับการผสมกับอสุจิ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งเอสโตรเจน (Estrogen) และโพรเจสเทอโรน (Progesterone) ทำให้ผู้หญิงมีลักษณะภายนอกที่บ่งบอกถึงความเป็นหญิงอย่างชัดเจน เช่น มีเต้านม มีเสียงที่เล็กกว่าผู้ขาย ผิวพรรณละเอียดกว่าผู้ชาย สะโพกขยาย การมีประจำเดือน เป็นต้น

แต่หากรังไข่มีสิ่งแปลกปลอมหรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะทำให้ร่างกายเกิดอาการป่วยตามมา รังไข่สามารถพบสิ่งผิดปกติได้หลากหลายประเภท โรคที่พบได้บ่อย เช่น มะเร็งรังไข่, เนื้องอกในรังไข่ หรือซีสต์ที่รังไข่ ซึ่งเป็นอาการผิดปกตที่พบมากที่สุด

ซีสต์ที่รังไข่มีกี่ประเภท

อวัยวะทุกอวัยวะภายในร่างกายของคนเรามีโอกาสจะเกิดซีสต์ได้ทั้งนั้น หากพูดถึงเฉพาะ “ซีสต์ที่รังไข่” ก็ยังแบ่งออกได้อีกหลายประเภท บางประเภทเกิดแล้วหายได้เอง บางประเภทก็ทำให้เจ็บปวด ยิ่งถ้าหากแตกและมีเลือดออกก็จะไปรบกวนอวัยวะหรือเนื้อเยื่อใกล้เคียงอื่นก็จะแสดงอาการออกมาให้เห็น และก็มีบางประเภทที่สามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้

  • ช๊อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) เป็นซีสต์ที่พบได้บ่อยมากในเพศหญิง เกิดจากเวลาที่เรามีประจำเดือน แล้วมีบางส่วนที่ไม่ถูกขับออก แต่กลับไหลย้อนกลับ ภสยในร่างกายก็สร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาหุ้มเอาไว้กลายเป็นถุง ซึ่งประจำเดือนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงมีทุกเดือน จึงเกิดการสะสมทุกเดือน นานวันเข้าจึงใหญ่ขึ้นและเจ็บปวด ซีสต์ประเภทนี้ควรได้รับการผ่าตัดออก
  • เดอร์มอยด์ ซีสต์ (Dermoid Cyst) ถุงน้ำชนิดนี้มีกลักษณะเฉพาะตัว คือมักจะพบเซลล์เนื้อเยื่อของร่างกายอยู่ภายใน โดยมักพบเส้นผม ผิวหนัง หรือฟัน เป็นต้น ถุงน้ำชนิดนี้มักจะไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้เรื่อย ๆ ซึ่งอาจทำให้ไปเบียดการทำงาน ทำให้รังไข่เกิดการบิดตัวหรืออกจากตำแหน่งปกติ
  • ฟังชั่นนัล ซีสต์ (Functional Cyst) เป็นถุงน้ำรังไข่ประเภทที่ไม่อันตราย เกิดขึ้นแล้วหายไปเอง มักขึ้นระหว่างการทำงานของรอบเดือนตามปกติ
  • ถุงน้ำเนื้องอกซีสตาดีโนมา (Cystadenomas) อาจพบได้ไม่บ่อยนักแต่ก็เป็นถุงน้ำที่เกิดจากเนื้อเยื่อของรังไข่ มักขึ้นที่เนื้อเยื่อรังไข่และมีสารน้ำหรือเมือกอยู่ภายใน ถึงแม้จะไม่เป็นมะเร็งแต่มันสามารถโตจนมีขนาดใหญ่ได้
  • เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriomas) เป็นเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญภายนอกมดลูก และเกาะติดตรงรังไข่ ทำให้พัฒนากลายมาเป็นซีสต์

สาเหตุการเกิดซีสต์ที่รังไข่ 

การเกิดซีสต์ที่รังไข่ ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซีสต์บางประเภทเกิดได้จากกรรมพันธุ์ และอีกหลายประเภทก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต การทานอาหารที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นมะเร็ง เช่น ไหม้เกรียม อาหารปนเปื้อนสารเคมี บางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย อาศัยอยู่ในเขตอุตสาหกรรม มีปัญหาทางมลพิษ หรือบางคนก็เกิดจากสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง

อาการของการเป็นซีสต์ที่รังไข่

เมื่อซีสต์เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ จึงพบอาการที่แตกต่างกันตามไปด้วย บางประเภทเกิดขึ้นแล้วหายไปได้เอง (Functional Cyst) บางชนิดมีโอกาสโตขึ้นเรื่อย ๆ บางชนิดไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ จนกระทั่งซีสต์โต แต่บางชนิดก็ทำให้เจ็บปวดทรมานมาก อย่างเช่นช๊อคโกแลตซีสต์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากพบว่าตนเองปวดท้องผิดปกติให้สันนิษฐานเอาไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นซีสต์ที่รังไข่ก็ได้ อาการที่มักพบคือ ปวดท้องแบบเจ็บลึก ปวดเป็นๆ หายๆ ปวดท้องคล้ายปวดไส้ติ่ง หรือกระเพาะอาหาร สามารถปวดได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะช่วงมีประจำเดือน หรือไม่มีก็ตาม

การรักษาและการป้องกัน 

เมื่อซีสต์ สามารถตรวจพบได้ยาก คุณผู้หญิงจึงต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

  • หากพบว่าปวดท้องรุนแรง ปวดบ่อย ปวดมากผิดปกติ หน้าท้องโตขึ้น หรือพบเห็นตุ่มต่าง ๆ ตามร่างกายควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเช็ค
  • ตรวจสุขภาพประจำปี พร้อมทั้งตรวจภายใน และตรวจอัลตร้าซาวนด์ เพื่อตรวจทั้งมะเร็งปากมดลูก และถ้าหากร่างกายมีสิ่งผิดปกติก็จะสามารถพบได้จากการอัลตร้าซาวนด์
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าร่างกายภายในของเราเป็นอย่างไร จะพบสิ่งผิดปกติเมื่อไหร่ แต่ถ้าหากเราออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้สุขภาพแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคทุกชนิด
  • ดูแลสุจภาพจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม แต่ความจริงแล้วเป็นบ่อเกิดแห่งโรคภัยมากมาย โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดหรือกดดันมาก ๆ ต้องหาวิธีบริหารจิตใจบ่อย ๆ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้มากมายเลยทีเดียว 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่