ความรู้สุขภาพ

การสุขศึกษา เรื่องโรคในช่องปาก ปัญหาที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 24, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ปัญหาที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือโรคปวดฟัน แม้จะเป็นตัวหมอฟันเอง สาเหตุของการเกิดโรคปวดฟัน หรือปวดประสาทฟันนั้น เกิดจากโรคของช่องปาก ช่องปากของคนเป็นอวัยวะส่วนเล็ก ๆ อันหนึ่งของร่างกาย แต่เป็นส่วนสำคัญมากที่ทำงานหลายอย่าง เช่น ให้อาหารและน้ำผ่านคือ การรับประทาน ยังใช้พูด (บางคนใช้มาก ใช้แสดงสีหน้า บ้างใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว) ช่องปากเป็นที่ผ่านของอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร ขณะนั้นก็จะมีเศษอาหารติดตามซอกฟันเกิดการบูดเน่าสกปรกขึ้น ปัญหาตามมาก็คือ การเกิดโรคในช่องปาก โรคที่พบบ่อย ๆ ก็ได้แก่ โรคฟันผุ โรคเหงือก หรือโรคปริทนต์ (รำมานาด) มีลักษณะฟันเป็นรู ปวดฟัน เหงือกบวม หรือมีหนองเกิดขึ้นที่เหงือกตรงรากของฟัน อาการเริ่มแรกจะเป็นทีละน้อย เป็นการเตือน หากไม่ได้รับการปรับปรุงดูแลจะเกิดอักเสบปวดมากขึ้น ที่สุดก็จะต้องถอนทิ้งแล้วใส่ใหม่ จะเป็นเจ็บหลายครั้ง และสิ้นเปลืองเงินมากขึ้น การเป็นเริ่มแรกจะเป็นเล็ก ๆ น้อย ยังไม่มีอาการจากนั้นจะมากขึ้น เมื่อมีอาการปวดมากจึงรู้ว่าฟันผุเป็นรู และเหงือกอักเสบมากเกินไปที่จะป้องกันได้ ดังนั้นการป้องกันโดยการแปรงฟันที่ถูกวิธี และตรวจเช็คทุกปีจะเป็นการป้องกันที่ดี


การป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุ

  1. การแปรงฟัน ทำให้ฟันสะอาด เลือกแปรงฟันที่เหมาะกับปาก และแปรงให้ถูกวิธี บางคนแปรงทุกวัน หลังตื่นนอนเช้า และหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอน บางคนเพิ่มแปรงฟันหลังอาหารทั้ง 3 มื้อก็ยังมีฟันผุ และกลิ่นปากอยู่บ้าง อาจจะแปรงฟันจากมีฟันผุอยู่แล้วหรือแปรงไม่ถูกวิธีจึงไม่สะอาดมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน
  2. ตรวจดูฟันของตนเองบ่อย ๆ หากพบลักษณะผิดปกติที่ฟัน และยังไม่มีอาการก็ควรไปปรึกษาหมอฟันให้ทำการตรวจ
  3. อาหารมีสัดส่วน กินตามเวลา ควรมีอาหาร ผลไม้ และผักสด ก็ช่วยให้มีการชำระล้างฟันเวลาเคี้ยว
  4. อาหารบางอย่างที่เป็นสาเหตุร่วมทำให้ฟันผุควรจะลดลงเช่น อาหารหวานและอาหารเหนียว จะเป็นตัวที่ทำให้เชื้อโรคชอบอาศัยตามซอกฟัน

การรักษาฟันผุ

ระยะที่ 1 : เฉพาะที่เคลือบฟัน ทันตแพทย์จะกรอให้สะอาดแล้วอุด
ระยะที่ 2 : ผุไปจนถึงเนื้อฟัน ก็อุดเช่นเดียวกับระยะที่ 1
ระยะที่ 3 : รักษายาก อุดยาก ต้องถอนทิ้ง แล้วใส่ฟันปลอมแทนที่

โรคปริทนต์

a13.gif เป็นโรคของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบ ๆ รากฟัน เป็นเรื้อรัง ทำให้เหงือกอักเสบฟันก็จะเสื่อมโทรงไปด้วย
ระยะที่ 1 : เป็นการอักเสบของเหงือก เหงือกจะบวม แดง มีอาการเจ็บปวดเวลาเคี้ยวอาหารแข็ง หรือแปรงฟันจะมีเลือดออก
ระยะที่ 2 : โรคเยื่อหุ้มรากฟันอักเสบ การอักเสบจะมีลักษณะเป็นโพรง อาการจะมากกว่าระยะที่ 1 บางทีเรียกโรคนี้เป็นโรครำมะนาด หากไม่รักษาจะเกิดเป็นถุงหนองรอบรากฟัน เหงือกจะแยกออกจากซี่ฟัน เยื่อหุ้มรากฟัน และกระดูกหุ้มรากฟันจะถูกทำลาย ฟันจะโยกคลอน และหลุดได้ง่าย


สาเหตุ

  1. หินปูนเกาะเป็นแผ่นคราบฟัน และพิษของเชื้อจุลินทรีย์ทำให้เหงือกอักเสบ
  2. การใส่ฟันปลอมไม่กระชับ จะทิ่มแทงเหงือกเกิดอักเสบได้
  3. การใช้ไม้จิ้มฟันไม่สะอาด หรือเวลาจิ้มฟันถูกเหงือกเป็นแผลได้
  4. มีโรคประจำตัวบางอย่างทำให้ความต้านทานต่อเชื้อโรคลดน้อยลง ทำให้เหลือกไม่แข็งแรง เช่น โรคของเลือด และโรคเบาหวาน
  5. อาหารที่กินขาดวิตามินซี ทำให้เหงือกไม่แข็งแรงได้ด้วย

ในช่องปากยังมีส่วนอื่นที่เกิดมีการอักเสบ และสาเหตุพบบ่อย เช่น

  1. ลิ้น จากถูกฟันกระทบ หรือกัด ทำให้เกิดแผลหรือกินอาหาร ดื่มน้ำนม หรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัด
  2. กระพุ้งแก้ม เกิดอักเสบจากฟันกราบบดกัด หรือใช้แปรงสีฟันแข็ง แปรงแรงไปกระทบกับกระพุ้งแก้มเป็นแผลได้
  3. ต่อมทอนซิน เป็นต่อมทำหน้าที่เป็นด่านกั้นเชื้อโรคได้บ้างบางส่นของเชื้อโรคที่ปนอาหาร

การป้องกันและรักษา

a13.gif การรักษาด้วยตนเองของชุมชนในชนบทที่ไม่มีทันตแพทย์มีวิธี ดังนี้

  1. แปรงฟันถูกวิธี และให้สะอาด นวดเหงือกด้วยนิ้วมือบ่อยทุกวัน
  2. บ้วนปาก กลั้วคอด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ อย่างน้อยควรทำหลังอาหารตอนเช้าและก่อนนอน
  3. ขบเคี้ยวอาหารที่หยุ่นแน่น เป็นการออกกำลังเหงือกเข้มแข็งขึ้น
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายพอเพียง อาหารหวานจัดทำให้เกิดเหงือกอักเสบ และฟันผุได้ง่าย
  5. หากมีปัญหาควรไปปรึกษาทันตแพทย์ จะได้รับบริการอย่างถูกต้องในเขตเมืองที่มีทันตแพทย์ หรือผู้ช่วยทันตแพทย์ก่อน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
โรคเหงือกอักเสบ (gingivitis) คืออะไร ?
โรคเหงือกอักเสบ (gingivitis) คืออะไร ?

เรียนรู้ว่าโรคเหงือกอักเสบคืออะไร และจะป้องกันได้อย่างไร