โภชนาการสำหรับเด็ก

โภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
โภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน

โภชนาการสำหรับเด็กวัยเรียน

เด็กวัยเรียน หมายถึงเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-12 ปี โดยในเด็กหญิงจะมีอายุ 6-10 ปี และในเด็กชายจะมีอายุ 6-12 ปี อัตราการเจริญเติบโตของเด็กวัยเรียนจะช้ากว่าวัยทารกและวัยก่อนเรียน แต่จะเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เด็กวัยนี้เป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต มีพัฒนาการด้านกระดูก ฟัน กล้ามเนื้อ และระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อาหารและโภชนาการจึงเป็นปัจจัยสำคัญในด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย ความต้องการพลังงานของเด็กขึ้นกับอัตราการเจริญเติบโตและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำ เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ มากขึ้น และยังอยู่ในวัยที่เจริญเติบโตจึงต้องได้พลังงานให้เพียงพอ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียน

โภชนาการเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการตามวัยของเด็กวัยนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แม้เด็กวัยเรียนจะมีอัตราการเจริญเติบโตที่ช้าลงกว่าวัยก่อนเรียนและวัยทารก แต่ร่างกายยังมีการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เด็กวัยนี้มีพัฒนาการของร่างกายที่โตพอที่จะช่วยเหลือตนเองได้ ในเรื่องการรับประทานอาหารแล้ว แต่ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและส่งผลภาวะโภชนาการของเด็กวัยนี้ คือ

  • ฐานะทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของครอบครัวที่มีอิทธิพลต่อการไดรับอาหารของเด็ก
  • การควบคุมและการจัดการบริการอาหารในโรงเรียน อาจส่งผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนได้
  • ลักษณะนิสัย ความรู้ ความสามารถ การอบรมเลี้ยงดูที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ เลือกรับประทานอาหารในสภาวะตามที่ตนเองและครอบครัวเป็นอยู่

ปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ควรได้รับของเด็กวัยเรียน

  1. ความต้องการพลังงาน

เด็กวัยเรียนมีต้องการพลังงานสูง การกำหนดความต้องการพลังงานของร่างกาย จึงควรพิจารณาจากพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน ปริมาณพลังงานต้องพอดีไม่ขาดหรือเหลือจนเป็นโรคอ้วน เด็กอายุ 6-8 ปี ทั้งชายและหญิงควรได้รับพลังงานวันละ 1,400 กิโลแคลอรี โดยมีนำหนักเฉลี่ยประมาณ 23 กิโลกรัม ส่วนสูงเฉลี่ย 122 เซนติเมตร เด็กผู้ชายอายุ 9-12 ปี ควรได้รับพลังงานวันละ 1,700 กิโลแคลอรี และเด็กผู้หญิงอายุ 9-12 ปี ควรได้รับพลังงานวันละ 1,600 กิโลแคลอรี (สำนักโภชนาการ, 2550) พลังงานดังกล่าวควรมีการกระจายตามสัดส่วนที่มีความสมดุลกับการนำไปใช้ประโยชน์ของร่างกายดังนี้ คาร์โบไฮเดรตคิดเป็นร้อยละ 50-60 ไขมันคิดเป็นร้อยละ 25-35 และโปรตีนคิดเป็นร้อยละ 10-15 ของพลังงานที่ได้รับในวันหนึ่ง ๆ (รวิโรจน์, 2542)

  1. ความต้องการโปรตีน

เด็กวัยเรียนยังคงอยู่ในระยะที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ถึงแม้อัตราการเจริญเติบโตจะช้าลงก็ตาม แต่เด็กวัยนี้ก็ยังจำเป็นต้องได้รับอาหารที่ให้โปรตีนเพียงพอ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ ฮอร์โมน เลือด และอื่น ๆ  เพื่อเตรียมเข้าสู่วัยรุ่น เด็กวัยเรียนควรได้รับโปรตีนวันละ 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม (สำนักโภชนาการ, 2550) และ 1 ใน 3 ของโปรตีนควรเป็นโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ตลอดจนควรได้รับถั่วเมล็ดแห้งเพิ่มมากขึ้น

  1. ความต้องการวิตามินและเกลือแร่

วิตามินและเกลือแร่เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กให้เป็นไปตามปกติ ถ้าได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะส่งผลให้การเจริญเติบโตหยุดชะงักและเกิดโรคได้ เด็กวัยเรียนจำเป็นต้องได้รับวิตามินและเกลือแร่ให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้เพื่อการเจริญเติบโตและป้องกันการขาดสารอาหารต่าง ๆ ซึ่งวิตามินและเกลือแร่เหล่านี้จะได้จากการกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอดังแสดงในตารางที่ 2.12

ตาราง ปริมาณวิตามินและเกลือแร่ที่เด็กวัยเรียนควรได้รับประจำวัน

สารอาหาร อายุ 6-8 ปี อายุ  9-12 ปี
ผู้ชาย ผู้หญิง
วิตามินเอ (ไมโครกรัม) 500 600 600
วิตามินซี (มิลลิกรัม) 40 45 45
วิตามินดี (ไมโครกรัม) 5 5 5
วิตามินอี (มิลลิกรัม) 7 11 11
วิตามินเค (ไมโครกรัม) 55 60 60
ไทอะมิน (มิลลิกรัม) 0.6 0.9 0.9
ไรโบฟลาวิน (มิลลิกรัม) 0.6 0.9 0.9
ไนอะซิน (มิลลิกรัม) 8 12 12
วิตามินบี 6 (มิลลิกรัม) 0.6 1 1
โฟเลต (ไมโครกรัม) 200 300 300
วิตามินบี 12 (ไมโครกรัม) 102 1.8 1.8
กรดแพนโททีนิก (มิลลิกรัม) 3 4 4
ไบโอติน (ไมโครกรัม) 12 20 20
โคลีน (มิลลิกรัม) 250 375 375
แคลเซียม (มิลลิกรัม) 800 1,000 1,000
ฟอสฟอรัส (มิลลิกรัม) 500 1,000 1,000
แมกนีเซียม (มิลลิกรัม) 120 170 170
ฟลูออไรด์ (มิลลิกรัม) 1.2 1.6 1.7
ไอโอดีน (ไมโครกรัม) 120 120 120
เหล็ก (มิลลิกรัม) 8.1 11.8 19.1
ทองแดง (ไมโครกรัม) 440 700 700
สังกะสี (มิลลิกรัม) 4 5 5
ซีลีเนียม (ไมโครกรัม) 30 40 40
โครเมียม (ไมโครกรัม) 15 25 21
แมงกานีส (มิลลิกรัม) 15 1.9 1.6
โมลิบตีนัม (ไมโครกรัม) 22 34 34

ที่มา : สำนักโภชนาการ, 2550

การจัดอาหารสำรับเด็กวัยเรียน

เด็กวัยเรียน เป็นวัยที่มีการเคลื่อนไหวและใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลาไม่หยุดนิ่ง ยกเว้นช่วงเวลาที่เจ็บป่วย ดังนั้นร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบทั้ง 5 หมู่และควรได้รับอาหารที่สมดุลตามสัดส่วนที่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายของเด็กวัยนี้

ชนิดอาหารที่ควรเลือกให้เด็กวัยเรียนรับประทาน ประกอบด้วย

1) อาหารประเภทเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ เป็นสารอาหารที่ให้โปรตีนช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และฮอร์โมน ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันเพื่อเป็นการปลูกฝังนิสัยการบริโภคที่ดีให้แก่เด็ก ควรได้รับไข่เป็ดไข่ไก่วันละ 1 ฟองทุกวัน และควรให้อาหารทะเล เครื่องในสัตว์สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ปริมาณตามช่วงอายุดังแสดงในตารางที่ 2.13

2) ถั่วเมล็ดแห้ง เด็กวัยเรียนควรรับประทานถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ เพราะถั่วเมล็ดแห้งมีโปรตีน แคลเซียม และวิตามินบีสองมาก

3) นมสด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้โปรตีนและแคลอรีสูง นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมวิตามินเอมาก เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต เด็กจึงควรดื่มนมทุกวัน ปริมาณตามช่วงอายุดังแสดงในตารางที่ 2.13

4) ข้าว หรือแป้งต่าง ๆ ควรจัดให้เด็กในมื้ออาหารทุกมื้อ หรือกินในรูปของขนมบ้าง โดยเลือกข้าวหรือแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย เพราะวิตามินและแร่ธาตุมาก ปริมาณตามช่วงอายุดังแสดงในตารางที่ 2.13

5) ผักใบเขียวและผักสีเหลือง ควรให้เด็กบริโภคในมื้ออาหารทุกมื้อ และควรสับเปลี่ยนชนิดให้หลากหลาย เพื่อให้เด็กได้รับวิตามินละแร่ธาตุครบถ้วน ปริมาณตามช่วงอายุดังแสดงในตารางที่ 2.13

6) ผลไม้สด เป็นแหล่งที่ดีของวิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินซี เด็กควรได้รับผลไม้ทุกวัน และเลือกชนิดให้หลากหลายตามฤดูกาล ดังแสดงในตารางที่ 2.13

7) ไขมันหรือน้ำมันพืช เป็นแหล่งที่ดีของพลังงาน และช่วยให้วิตามินที่ละลายในน้ำมัน สามารถดูดซึมได้ดีขึ้น ควรเลือกน้ำมันพืช เพื่อใช้ในการประกอบอาหารให้แก่เด็ก เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว เป็นต้น ดังแสดงในตารางที่ 2.13

8) น้ำ ควรให้เด็กบริโภคน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้ว หรือให้เพียงพอกับปริมาณที่สูญเสียไปในแต่ละวัน

ตาราง ปริมาณอาหารที่แนะนำให้บริโภคใน 1 วัน สำหรับเด็กวัยเรียน

อาหาร อายุ 6-9 ปี อายุ 10-12 ปี
ข้าวและธัญพืช 3ถ้วยตวง (6 ทัพพี) 3ถ้วยตวง (6 ทัพพี)
ผักใบเขียวและผักอื่น ¾ – 1 ถ้วยตวง 1 ถ้วยตวง
ผลไม้ มื้อละ 1 ส่วน มื้อละ 1 ส่วน
เนื้อสัตว์สุก 5-6 ช้อนโต๊ะ 6-7 ช้อนโต๊ะ
นมและผลิตภัณฑ์ 1-2 แก้ว 1-2 แก้ว
ไข่ 1 ฟอง 1 ฟอง
น้ำมัน กะทิ 1-2 ช้อนโต๊ะ 1-2 ช้อนโต๊ะ

ที่มา : ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลศิริราช, 2555

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับเด็กวัยเรียน

อาหารที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กวัยเรียน ได้แก่ อาหารหมักดอง เนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก อาหารรสจัด น้ำอัดลม ชา กาแฟ ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ อาหารพวกนี้จำทำให้เด็กเด็กอิ่ม และไม่บริโภคอาหารมื้อหลัก ทำให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายน้อย

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่